กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 21 มกราคม 2553 12:55

ชมรมฯดันเว็บท่าลงนามใช้ "ข่าวออนไลน์"ประกาศฟันเว็บละเมิด

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ สรุปรายชื่อเว็บท่าที่ประสงค์จะใช้ข่าว-ภาพ ข่าวจากเว็บไซต์สมาชิกก่อนส่งเอ็มโอยูให้ลงนามเร็วๆนี้และเตรียมฟันเว็บละเมิด

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์(Society for Online News Providers- SONP) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการเชิญเว็บท่า (portal web) มาร่วมลงนามในข้อตกลงการใช้ข่าวและภาพข่าวจากเว็บไซต์สมาชิกชมรมฯ และได้มีการสรุปรายชื่อเว็บท่าที่ประสงค์จะลงนามในข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ทางชมรมฯ จะจัดส่งร่างบันทึกข้อตกลงไปยังเจ้าของเว็บไซต์เหล่านั้นเพื่อให้ลงนาม และส่งกลับมายังชมรมฯ ภายในวันที่ 10 ก.พ.2553 นี้

ประธานชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์กล่าวต่อไปว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เว็บไซต์สมาชิกจะอนุญาตให้เว็บท่าใช้ข่าวและภาพข่าว ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด 2 รูปแบบ คือ 1.RSS Feed ประกอบด้วย หัวข้อข่าว, โปรยข่าว, รูปภาพ, Link กลับมายังเนื้อหาบนเว็บไซต์ของสมาชิกเท่านั้น โดยสามารถใช้ได้ไม่เกิน 3 วัน และไม่สามารถสืบค้นย้อนหลังบนเว็บไซต์ของผู้ขออนุญาตได้ 2.Embed แบบ Frame ประกอบด้วย หัวข้อข่าว, โปรยข่าว, รูปภาพพร้อมลายน้ำ (URLของรูปภาพ) และต้องดำเนินการตาม API ที่ทางเว็บไซต์สมาชิกกำหนด โดยสามารถใช้ได้ไม่เกิน 3 วัน และไม่สามารถสืบค้นย้อนหลังบนเว็บไซต์ของผู้ขออนุญาตได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ และไม่ให้มีการกระทำผิดจริยธรรมทางธุรกิจ โดยการนำเอาข่าว/ภาพข่าวจากเว็บไซต์สมาชิกชมรมฯ ไปหาประโยชน์ โดยที่เจ้าของเว็บไซต์ไม่ได้อนุญาต

นาย ชวรงค์ กล่าวอีกว่า ทางชมรมฯ ได้ประกาศเชิญชวนให้เว็บท่าแต่ละแห่งแสดงความประสงค์ที่จะมาลงนามในบันทึก ข้อตกลงการใช้ข่าวและภาพข่าวจากเว็บไซต์สมาชิก ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2552 แล้ว ซึ่งถือว่าได้ให้เวลาแก่เว็บไซต์เหล่านั้นพอสมควร ดังนั้น นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทางชมรมฯ จึงปิดรับการแสดงเจตนารมณ์ดังกล่าว และสงวนสิทธิ์ให้กับเว็บไซต์สมาชิกที่จะดำเนินการทางกฎหมายต่อเว็บไซต์ที่กระทำการละเมิดอย่างเด็ดขาดต่อไป โดยนับจากนี้ เว็บไซต์สมาชิกแต่ละแห่งจะจัดทีมงานมอนิเตอร์ติดตามสอดส่องการละเมิด หากพบเห็นเว็บไซต์ใดกระทำการละเมิดโดยการนำข่าว/ภาพข่าวไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยผิดข้อตกลง ทางเว็บไซต์สมาชิกฯ จะดำเนินการตามกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ทันที

วันเดียวกัน คณะกรรมการบริหารชมรมฯ ได้อนุมัติแนวปฏิบัติในการนำเสนอข่าวและภาพข่าวของสมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เพื่อใช้บังคับต่อเว็บไซต์สมาชิกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยแนวปฏิบัติดังกล่าว มีสาระสำคัญ อาทิ ให้สมาชิกพึงยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.2541 โดยเคร่งครัด ,สมาชิก พึงเคารพและให้การยอมรับเนื้อหาข่าวหรือภาพข่าวที่ผลิตโดยสมาชิกด้วยกัน การนำเสนอซ้ำข่าวหรือภาพข่าวดังกล่าว สมาชิกต้องอ้างอิงถึงแหล่งที่มา เวลาในการนำเสนอ รวมทั้งสร้างจุดเชื่อมโยง (link) ของข่าว หรือภาพข่าวนั้น กลับไปยังเว็บไซต์ของสมาชิกที่เป็นผู้ผลิตข่าวหรือภาพข่าวด้วย, สมาชิก พึงเคารพและให้การยอมรับข้อมูลข่าวสารหรือภาพข่าวที่ผลิตโดยแหล่งข้อมูลอื่น โดยการคัดลอกข้อความใดจากหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ต้องบอกที่มาของข้อความนั้น เป็นต้น ทั้งนี้ การไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัตินี้ อาจนำไปสู่การพ้นสมาชิกภาพของสมาชิก ตามความในข้อ 9.4 แห่งข้อบังคับชมรมฯ

Tags : ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

ขอให้พ่อหลวงของทรงพระเจริญ

ความคิดเห็นที่ 2

เห็นด้วยว่า 7 วันน่าจะกำลังพอดี

ความคิดเห็นที่ 1

เข้าใจคนผลิตข่าว ที่รักษาประโยชน์ของตัวเอง ตั้งกฏระเบียบกับเว๊บท่าที่ลอกข่าวของคนผลิตไปลง โดยจะให้ลงแค่ 3 วัน น้อยไปไหม

น่ายืดเวลาให้อีกหน่อยเป็น 7 วัน คนลอกข่าวต้องมีจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบคน ต้องนำเสนอ ลิ๊งค์ไปยังเว๊บของผู้ผลิตข่าว เป็นการให้เครดิตให้แก่ผู้ผลิตข่าวด้วย

แต่อีกมุมหนึ่งผู้ผลิตข่าวก็ควรดีใจ ภูมิใจที่มีคนเชื่อถือข่าวที่เราทำและนำไปเผยแพร่ อย่ากีดกัน อย่าหวงข่าว นักเลย และในกรณีที่คนต่างชาติลอกข่าวคุณไปอ้างในเว๊บของต่างชาติจะรู้สึกอย่างไร

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement