ไมโครซอฟท์ไทย บุกสำนักงานใหญ่ของบประมาณเพิ่มอีก 10% ของยอดขาย ล่าสุดจับมือภาครัฐหนุนเครื่องมือไอทีให้เอสเอ็มอีไทย
ไมโครซอฟท์จับมือภาครัฐ ปลุกกระแสเอสเอ็มอีหันใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพผ่านโครงการเว็บไซต์สปาร์ค หนุนเอสเอ็มอีใช้ฟรีเทคโนโลยีเว็บสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ตั้งเป้าสร้างงานได้กว่า 600 ตำแหน่ง พร้อมเพิ่มรายได้ให้เอสเอ็มอีทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท
นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ จะเดินทางไปบริษัทไมโครซอฟท์ สำนักงานใหญ่ เพื่อนำเสนอโปรเจคต่างๆ ที่จะทำในไทยนับจากนี้ รวมถึงของบการทำธุรกิจในไทยเพิ่มอีก 10% ของยอดขาย เพื่อรองรับตลาดที่ยังเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยยังคงเป็น 1 ใน 5 ประเทศทั่วโลก ที่เติบโตเร็วที่สุดของไมโครซอฟท์ ร่วมกับบังกลาเทศ อียิปต์ อาร์เจนตินา และเวียดนาม ด้วยการเติบโตรายได้เป็นตัวเลข 2 หลักเกือบทุกปี
การของบประมาณครั้งนี้จะเน้นการนำไปพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงแอพพลิเคชั่นภาษาไทย เพื่อตอบสนองลูกค้าไทยเป็นหลัก พร้อมทั้งนำเสนออีกหลายโปรเจค และอาจขอทีมงานมาช่วยดูแลพาร์ทเนอร์มากขึ้น ซึ่งเป็นการไปพรีเซ้นท์ เพื่อให้สำนักงานใหญ่เห็นว่า ตลาดไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก และเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“ในปีงบประมาณ 2553 ครึ่งปีแรกไมโคร-ซอฟท์ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตกว่า 16% โดยปัจจัยหลักๆ มาจากการเปิดตัววินโดว์ส 7 ขณะที่ความตื่นตัวขององค์กรธุรกิจตั้งแต่ขนาดกลาง และเล็ก ที่หันเอาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของไมโครซอฟท์ เข้าไปบริหารจัดการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าในครึ่งปีหลักของปีงบ 2553 ไมโครซอฟท์ไทยน่าจะเติบโตได้อีกไม่ต่ำกว่า 10%”
พัฒนา “เว็บไซต์สปาร์ค”
ล่าสุดไมโครซอฟท์ได้โปรโมทโครงการ “เว็บไซต์สปาร์ค” (WebsiteSpark) หรือโครงการส่งเสริมโอกาสด้านอาชีพให้แก่นักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ โดยจับมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ และซอฟต์แวร์พาร์ค สร้างนักพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ หรือ“เว็บ-โปร” มอบเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอี เกิดการใช้งานด้านไอที และนำไปต่อยอดธุรกิจได้
นางสาวปฐมา กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นโครงการระดับโลกของไมโครซอฟท์ โดยปัจจุบันไทย เป็นประเทศที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียที่เปิดตัวโครงการนี้ หลังจากนำร่องไปแล้วที่ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ปัจจุบันมีนักพัฒนามากกว่า 10,000 คนทั่วโลก ที่ใช้เครื่องมือภายใต้โครงการเว็บไซต์สปาร์ค
ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการมอบโอกาสให้นักออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์สร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นสำหรับสร้างเว็บที่ง่าย และมีประ-สิทธิภาพมากขึ้น โดยนักออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์ที่มีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งมีระยะเวลา 3 ปีต้องเป็นผู้ประกอบการพัฒนาและออกแบบเว็บไซต์ธุรกิจ ที่มีจำนวนพนักงานไม่เกิน 10 คน โดยการเข้าร่วมโครงการนี้จะไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ หลังจากได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการแล้ว นักออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์ จะสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โซลูชั่นของไมโครซอฟท์ไปพัฒนาได้ พร้อมได้รับการฝึกอบรม บ่มเพาะ และสนับสนุนจากซอฟต์แวร์พาร์ค โดยดำเนินการผ่านศูนย์บ่มเพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ (Incubation Center) เป็นหลัก
หนุนเอสเอ็มอีสร้างรายได้เพิ่ม
นายยุทธศักดิ์ สุภกร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย มีเอสเอ็มอีมากกว่า 2.8 ล้านรายแต่กว่า 80% ยังไม่ตื่นตัวนำไอทีเข้าไป ประยุกต์ใช้ หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในธุรกิจ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้เอสเอ็มอี ได้รับโอกาส และทำให้เกิดประสบการณ์ความรู้นำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจของตัวเอง ที่ประเมินว่าน่าจะทำให้เอสเอ็มอีสามารถมีทำรายได้เพิ่มมากกว่า 1,500 ล้านบาท ทั้งทางตรงและทางอ้อม
“สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่เกิดวิกฤติทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบต่อระบบธุรกิจในภาพรวมทั้งภาวะเลิกจ้างงาน และการลดต้นทุนทางธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งได้รับผลกระทบ ทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้ามีลดลง จึงต้องพัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้า ไปยังกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ไม่มากนัก โดยแนวทางหนึ่ง คือ การสนับสนุนให้เอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย”
เขากล่าวว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีในประเทศกว่า 2.82 ล้านราย คิดเป็น 99.7% ของวิสาหกิจทั้งประเทศ ทำให้เกิดเกิดการจ้างงานมากกว่า 9 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าจีดีพี 3.44 ล้านบาท
คลอด 3 แนวทางหนุนนักพัฒนาเว็บไซต์
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า แนวทางการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีนำไอทีไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั้นกระทรวงวิทย์ฯโดยซอฟต์แวร์-พาร์ค สวทช.ได้ดำเนินแบบสองทางคือการสนับ-สนุนเชิงกว้าง คือ การสร้างโปรแกรมสนับสนุนให้เอสเอ็มอีได้ใช้ประโยชน์จากไอทีไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอีกทางหนึ่งคือการเจาะลึกลงไปสู่ภาคอุตสาหกรรมนั้นๆ ที่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะทาง หรือต้องการแผนการสนับสนุนในแบบพิเศษ
แผนการดำเนินการระยะสั้น คือ 1. ทำให้ส่วนของผู้ผลิตเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์จัดทำเครื่องมือ และซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานให้ธุรกิจเอสเอ็มอีในราคาที่สมเหตุสมผล ขณะเดียวกัน มีตัวเลือกที่หลากหลาย ไม่ผูกขาด และใช้งานกับธุรกิจเอสเอ็มอีได้จริง
2. ต้องดึงเจ้าของเทคโนโลยีทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนการสร้างซอฟต์แวร์ หรือบริการสำหรับเอสเอ็มอี มีราคาที่ตลาดยอมรับได้
3.สร้างกระบวนการเรียนรู้ และสนับสนุนการใช้งานซอฟต์แวร์ ที่สร้างให้เอสเอ็มอีโดยเฉพาะต่อกลุ่มเป้าหมายนี้ ทั้งส่วนการใช้งาน และสร้างบุคลากรในองค์กรเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อทำให้เอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยีทำให้องค์กรเข้มแข็งในระยะยาวได้
Tags : ไมโครซอฟท์ • เอสเอ็มอี

ความคิดเห็นที่ 1
ดี , 10 พฤษภาคม 2553 16:40
รัร