ปี 2553 กสท วางแนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขัน ต้องเสริมจุดแข็งธุรกิจที่ กสท ให้บริการเพียงรายเดียว
ขณะที่ฟากฝั่ง บมจ.กสท โทรคมนาคม หลังจาก "จิรายุทธ รุ่งศรีทอง" ฝ่าด่านอรหันต์มาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ด้วยพันธกิจ ผูกพันจากการแสดงวิสัยทัศน์ นั่นคือการควบรวมกิจการฮัทช์ เพื่อให้บริการระบบซีดีเอ็มเอ ได้อย่างคล่องตัวขึ้น กสท เองยังมีเป้าหมายผลักดันธุรกิจที่มีความชำนาญเดิมต่อยอดสูงขึ้น อย่างบริการอินเทอร์เน็ต
นายจิรายุทธ กล่าวว่า ปี 2553 กสท วางแนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขัน ต้องเสริมจุดแข็งธุรกิจที่ กสท ให้บริการเพียงรายเดียว เช่น บริการเกตเวย์ต่างประเทศและเคเบิลใต้น้ำ รวมถึงต้องมุ่งเน้นหาพันธมิตร เพราะจุดอ่อนของ กสท คือ การมีระเบียบขั้นตอนมากจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ
ทั้งนี้ การร่วมมือกับพันธมิตรจะช่วยทำลายข้อจำกัดนี้ และในอนาคต กสท จะแยกธุรกิจต่างๆ ออกมาเป็นบริษัทลูกและ กสท ในฐานะบริษัทแม่จะให้บริการโครงข่ายเป็นหลัก
ส่วนธุรกิจอื่นๆ จะเห็นผลงานชัดเจนว่าธุรกิจไหนสามารถทำรายได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง เมื่อการจัดระเบียบภายในเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันจะเปิดให้บริการระบบเคเบิลใยแก้วใต้น้ำเส้นใหม่เอเอจี (Asia-America Gateway) ช่วยให้การรับ และส่งข้อมูลจากประเทศฝั่งเอเชียแปซิฟิกไปยังสหรัฐอเมริกาทำได้อย่างรวดเร็วด้วยเส้นทางสั้นที่สุด ส่งผลให้ กสท ลดค่าใช้จ่ายจากการเช่าใช้เกตเวย์ลง 30% ซึ่งจะทำให้ กสท เป็นผู้ให้บริการเกตเวย์เพียงรายเดียว ที่มีสายเคเบิลใต้น้ำและมีเสถียรภาพสูง
ช่วงแรกอาจจะทำให้รายได้ลดลง แต่ภายใน 1-2 ปี ลูกค้าจะเพิ่มมากขึ้น และทำรายได้มาทดแทนส่วนที่ลดลง ยิ่งในปี 2553 จะมีบริการ 3จี และบริการวีโอไอพีมากขึ้น ความต้องการแบนด์วิธก็มากขึ้นตามไปด้วย
“ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าลดราคาค่าเคเบิลใต้น้ำ เพราะจะทำให้รายได้ลดลงทันที แต่ถ้ามองในระยะยาว 1-2 ปี รับรองว่าลูกค้าจะมากขึ้น เพราะได้บริการที่ดี มีเสถียรภาพ บนราคาที่เหมาะสม และรายได้ก็จะตามมา” นายจิรายุทธ กล่าว
ส่วนธุรกิจไร้สายนั้น กสท อยู่ระหว่างสรุปเรื่องการซื้อขายโครงข่ายซีดีเอ็มเอในส่วนกลาง 25 จังหวัด แต่ท้ายที่สุดต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุม ครม.
แต่หนทางรอดของบริการไร้สายคือ ต้องมีโครงข่ายที่ครอบคลุมเท่านั้น จะทำให้ กสท สามารถให้บริการไวร์เลส บรอดแบนด์ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อประสานกับแนวทางการให้บริการ 3จี ที่ กสท จะร่วมมือกับพันธมิตร ที่หารือกันอยู่ 4 -5 ราย เพื่อเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ด้วยกัน จะทำให้ กสท มีคลื่นความถี่ทั้ง 850 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับให้บริการ
"แนวทางของ กสท ในเรื่องการให้บริการซีดีเอ็มเอ ทั่วประเทศนั้น มุ่งใช้เงินให้น้อยที่สุด ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาควบรวมทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่าพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคตของ กสท จะให้ความสนใจมาก เพราะถ้ามีโครงข่ายซีดีเอ็มเออยู่แล้ว จะสามารถประหยัดเงินลงทุนได้กว่าหมื่นล้านบาท ไม่ต้องลงทุนใหม่ แต่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้เลย และมีความเป็นไปได้ที่จะข้ามไปถึงเทคโนโลยี 4จี ในอนาคต" นายจิรายุทธ กล่าว
นอกจาก 3จี แล้ว กสท ยังได้ร่วมมือกับ บมจ.อสมท เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพื่อให้บริการไวแม็กซ์ ผ่านคลื่นความถี่ 2.5 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่ง อสมท จะเป็นผู้ให้บริการมัลติมีเดีย ส่วน กสท จะให้บริการด้านโครงข่าย
ทั้งหมดถือเป็นการดำเนินการเพื่อทดแทนรายได้จากสัญญาสัมปทาน ที่อาจจะอยู่ไม่ถึงวันที่สัญญาหมดอายุ เพราะการเปิดให้ประมูลคลื่นความถี่ 3จี ซึ่งบอร์ดได้สั่งการให้หาที่ปรึกษามาช่วยวิเคราะห์แนวทางแล้ว
Tags : กสท
