พีซีโลคอลแบรนด์ ยิ้ม โครงการใหญ่จัดซื้อคอมพ์ สพฐ.ผ่านฉลุย คาดหลังปีใหม่ผู้ประกอบการวิ่งขาขวิด หวังชนะประกวดราคา
พีซีโลคอลแบรนด์ ยิ้ม โครงการใหญ่จัดซื้อคอมพ์ สพฐ.ผ่านฉลุย คาดหลังปีใหม่ผู้ประกอบการวิ่งขาขวิด หวังชนะประกวดราคา เชื่อกินส่วนแบ่งกว่า 60% มูลค่านับพันล้านบาท ประเมินปี 2553 เศรษฐกิจฟื้นตัว ตลาดไอทีรวมสดใส คอนซูเมอร์เชื่อมั่น
ด้าน "อินเทล" รับลูกปรับแผนรุกจับมือโลคอลแบรนด์ ขอมีส่วนร่วมคอมพ์โรงเรียน ฟาก "เอทีซีเอ็ม" ระบุ สพฐ.ตัวกระตุ้นการลงทุนใหม่ หนุนเงินหมุนเวียนในตลาดเพิ่ม แต่ต้องทำให้โครงการโปร่งใสอย่างแท้จริง
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย (ทีซีเอ็ม) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีม ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตพีซีแบรนด์ไทย กล่าวว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกคำสั่งให้โรงเรียนในสังกัด 7,767 แห่ง จัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการเรียนการสอนตามโครงการงบฯ ไทยเข้มแข็ง ด้วยงบประมาณ 7,949 ล้านบาท
ขณะนี้แต่ละโรงเรียนกำลัง "สอบราคา" โดยคาดว่า กระบวนการนี้จะเรียบร้อยราวกลางเดือน ม.ค.2553 จากนั้นจะเข้าสู่การติดตั้ง อาจใช้เวลา 30-60 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท
"โลคอลแบรนด์ทั้ง 6 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเอสวีโอเอ เอเทค โพเวล ดีทีเค ออพติแม็กซ์ รวมทั้งเซิร์ฟเวอร์ของเอ็มพีพี เข้าประกวดราคาทั้งหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละแบรนด์จะบริหารจัดการช่องทางต่างจังหวัดอย่างไร เพราะต้องอาศัยผู้ที่อยู่ในพื้นที่เข้าถึงโรงเรียนต่างๆ โดยคาดว่าโครงการ สพฐ.นี้ จะเสร็จเรียบร้อย รวมติดตั้ง ก่อนเปิดเทอมแรกของปี 2553 หรือประมาณเดือนพฤษภาคม"
งบโครงการ สพฐ. กว่า 7,949 ล้านบาท แบ่งเป็นคอมพิวเตอร์พีซี และโน้ตบุ๊ค 3,423 ล้านบาท จำนวนกว่า 1.4 แสนเครื่อง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 1,800 ล้านบาท คอมพิวเตอร์สำหรับห้องสมุดอีก 500 ล้านบาท ซอฟต์แวร์ 300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็คเตอร์ พรินเตอร์ อุปกรณ์โต๊ะเก้าอี้ และอื่นๆ
สพฐ.หนุนโลคอลแบรนด์โตพันล้าน
นายภาณุวัฒน์ กล่าวว่า เท่าที่ดูความเคลื่อนไหวของการสอบราคาดูเหมือนว่าฟากโลคอลแบรนด์ จะคึกคักมากกว่าอินเตอร์แบรนด์ เพราะมีหลายแบรนด์กว่า ขณะที่การแข่งขันก็สูสี อยู่ที่ช่องทางต่างจังหวัดของแบรนด์ไหนจะพร้อมเรื่องการบริหารจัดการมากกว่ากัน
"ส่วนของ DTK ของบริษัทเอง ผมคาดว่า น่าจะเข้าได้ประมาณ 2,000 โรงเรียน ก็ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบราคา ยังไม่ประกาศ น่าจะเริ่มประกาศได้ตั้งแต่ ม.ค.-กลางเดือน ก.พ. โดยคาดว่า โลคอลแบรนด์น่าจะชิงส่วนแบ่งมาได้ในโครงการนี้กว่า 60% หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท"
เขาระบุว่า ปี 2553 ปัจจัยอื่นที่จะทำให้พีซีโลคอลแบรนด์ เติบโตต่อเนื่อง ยังมาจากความร่วมมือระหว่างเนคเทค กระทรวงไอซีที รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องการให้หันมาใช้คอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมของไทย (สมอ.) เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ทาง สมอ.เองก็จะปรับระยะเวลาทดสอบสินค้าให้เร็วขึ้น
ทั้งยังเชื่อว่า นี่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้พีซี โลคอลแบรนด์เติบโตเพิ่มขึ้นอีก และเอกชนก็ควรเรียนรู้กันด้วยว่า ถ้าภาครัฐหันมาหนุนพีซี โลคอลแบรนด์ อย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรม เอกชนก็ต้องปรับคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้หน่วยงานภาครัฐ ขณะที่ตลาดไอทีโดยภาพรวมก็จะฟื้นตัว จากงบที่รัฐอัดฉีดเข้าไป ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทั้งในส่วนของซีพียูอินเทล และระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ก็ยิ่งทำให้ตลาดไอทีคึกคักได้ทั้งปี
หวังเกาะจีดีพีโต
นายวิบูลย์ ว่องวีรชัยเดชา นายกสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย (เอทีซีเอ็ม) กล่าวว่า ปี 2553 ตลาดใหญ่ของพีซี โลคอลแบรนด์ยังคงเป็นโครงการของภาครัฐ โดยเฉพาะโปรเจคไทยเข้มแข็ง เอสพี2 ซึ่งเป็นโปรเจคใหญ่นับพันล้านบาทที่เปิดโอกาสให้ตลาดผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ในประเทศเป็นหลัก และยังเป็นโครงการต่อเนื่องถึง 3 ปี
เขาเชื่อว่าในภาพรวมโปรเจคนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุน และการใช้จ่ายเงินหมุนเวียนในตลาดมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อตลาดแน่นอนโดยเฉพาะภาครัฐ ส่วนภาคเอกชนอาจยังอยู่ในภาวะ "Wait and See" เนื่องจากภาวะของโลกยังไม่ดีพอ ขณะที่ในไทยยังถือเป็นช่วงเริ่มต้นของโครงการไทยเข้มแข็งประกอบกับภาวะการเมืองที่ยังไม่กลับสู่สภาพปกติ ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยกระทบระดับมหภาพที่เขย่าขวัญตลาดได้อย่างรวดเร็ว
แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่า การประมูลในโปรเจคดังกล่าวยังไม่แสดงให้เห็นว่าเป็นโปรเจคที่สอดรับกับนโยบายไทยเข้มแข็งอย่างแท้จริง เนื่องจากหลังเปิดให้โรงเรียนประมูลครั้งแรกพบว่า เริ่มมีผู้ร้องเรียนถึงความไม่เสรีและไม่โปร่งใสในการประมูล
"โดยหลักการแล้วถือเป็นสิ่งที่ดีที่รัฐคิดทำโปรเจคแบบนี้ เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง แต่ในแง่ของการควบคุม หรือประเมินผลให้เกิดตาม รัฐควรต้องให้ความสำคัญมากกว่านี้ เพราะเมื่อโครงการไม่ปกติ กี่ปีมีหน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วมีงบมหาศาล แต่ถ้าควบคุมไม่ดีพอ ก็จะไม่เกิดความโปร่งใส ซึ่งเป็นจุดที่รัฐต้องเร่งคิดไม่ใช่แค่มีฝ่ายปฏิบัติการเท่านั้น แต่ต้องมีระบบควบคุมที่ดีด้วย" นายวิบูลย์ กล่าว
พร้อมเผยว่า ตลาดพีซี โลคอลแบรนด์ปี 2553 ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเน้นการเพิ่มคุณสมบัติการใช้งานเครื่องให้สูงขึ้นมากกว่าการเน้นกลยุทธ์ด้านราคา เพราะเชื่อว่าตลาดจะได้รับผลกระทบจากสินค้าทดแทน เช่น โน้ตบุ๊ค, ผู้ซื้อไม่กล้าลงทุน, การแข่งขันของแบรนด์ต่างชาติ รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นๆ
เขาคาดว่า ตลาดพีซี โลคอลแบรนด์จะเติบโตได้ใกล้เคียงกับการขยายตัวของจีดีพีของประเทศ
"โตได้เท่าจีดีพีก็เก่งแล้ว เพราะ 1-2 ปีที่ผ่านตลาดเราชะงักงันพอสมควร ซึ่งปีนี้เริ่มมีโปรเจคจากไทยเข้มแข็งก็น่าจะช่วยให้เราเติบโตดีขึ้น" นายวิบูลย์กล่าว
นายประทีป เอื้อศักดิ์เจริญกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมโทร โปรเฟสชั่นแนล โปรดักส์ จำกัด ผู้ประกอบการพีซีโลคอลแบรนด์ "เอ็มพีพี" กล่าวว่า หากผู้ประกอบการผ่านมาตรฐาน มอก. ทุกรายก็เข้าร่วมแข่งขันได้ เรื่องสำคัญน่าจะอยู่ที่ความพร้อมเข้าเสนอโครงการของผู้ประกอบการท้องถิ่นมากกว่า
"ผู้ประกอบการต้องยึดการเปิดเผยตัวตน มิฉะนั้นจะคงภาพลักษณ์เรื่องความไม่ตรงไปตรงมาเหมือนอดีต การปฏิบัติตามมาตรฐานที่รัฐกำหนดเป็นทางออกที่ดี และข้อกำหนดของการเข้าร่วมโครงการคือ มีผู้ผ่านมาตรฐานเกิน 3 ราย" นายประทีป กล่าว
อินเทลปั้นแผนใหม่กระตุ้นพีซี
นายสนธิญา หนูจีนเส้ง ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทกำลังวางแผนทำโครงการใหม่ เพื่อกระตุ้นการซื้อคอมพิวเตอร์ปี 2553 ซึ่งคาดว่าจะมาทดแทนโครงการ "มาย แฟมิลี่ พีซี" ที่บริษัทจะไม่ต่ออายุโครงการ เนื่องจากเชื่อว่าหากทำติดต่อกันทุกปีจะทำให้ไม่เกิดความน่าสนใจในตลาด
เขาคาดว่า โครงการใหม่จะเน้นให้เกิดความเชื่อมโยงกับโครงการของราชการ เช่น โปรเจคจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของ สพฐ. โดยเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกับโลคอลแบรนด์เพื่อกระตุ้นตลาดแนวทางใหม่
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีนโยบายสนับสนุนผู้ค้าโลคอลแบรนด์ทุกแบรนด์ โดยทำซีพียูให้เฉพาะโปรเจคนี้คือ เน้นซีพียูตระกูลเพนเทียม และคอร์ทูเป็นหลัก ซึ่งบริษัทได้เริ่มสำรองสินค้าไว้พร้อมแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนซีพียู
"เราคงจะพับโปรเจคมาย แฟมิลี่ พีซีไว้ก่อน โดยจะโยกงบก้อนเดิมมาทำโปรเจคใหม่ เพราะมาย แฟมิลี่ พีซีได้ผลใน Long run แล้ว ทำมา 2 ปี ถ้าทำติดๆ กันอีก คนคงรู้สึกเบื่อ และไม่น่าตื่นเต้นเท่าไร แต่โปรเจคใหม่ก็กำลังคิดกันอยู่ ซึ่งก็พยายามจะให้เกิดความเชื่อมโยงกับผู้ใช้ได้อย่างไรบ้าง คาดว่าน่าจะเปิดตัวได้ช่วงไตรมาส 2 ปี 2553 ส่วนแฟมิลี่ พีซี ปี 2552 คาดว่าจะปิดได้ราว 8-9 หมื่นตัว จากเป้าที่ตั้งไว้ตอนเริ่มโครงการ 1 แสนตัว ซึ่งก็ถือว่าดีแล้ว เพราะตลอดปีมีปัจจัยกระทบค่อนข้างมาก" นายสนธิญา กล่าว
พร้อมประเมินว่า ภาพรวมของตลาดพีซีตั้งโต๊ะจะยังคงเติบโตในอัตราที่ลดลง เนื่องจากตลาดโน้ตบุ๊คขยายตัวเร็วมาก แต่เชื่อว่า ตลาดจะยังมีอยู่โดยเฉพาะกลุ่มโฮมยูส ส่วนนักเรียน-นักศึกษาเริ่มขยับไปใช้โน้ตบุ๊คกันหมดแล้ว
ผู้บริหารอินเทลเผยว่า ตลาดคอนซูเมอร์ปี 2553 คาดว่าจะยังเป็นกลุ่มเปลี่ยนเครื่องใหม่มากกว่าเป็นผู้ซื้อรายใหม่ ขณะที่แนวโน้มราคาของเครื่องโลคอลแบรนด์คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าเครื่องอินเตอร์แบรนด์ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการประกอบตามสั่ง ส่วนเครื่องพีซีตั้งโต๊ะอินเตอร์แบรนด์จะเน้นขายเครื่องตามราคาที่ตั้งไว้ หรือเพิ่มคุณสมบัติเครื่องได้เพียงบางส่วน เช่นเพิ่มแรม โดยบริษัทจะเน้นเจาะตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก ซึ่งระหว่างนี้กำลังเตรียมขยายทีมงานดูแลตลาดดังกล่าวเพิ่มอีกราว 50%
ส่วนการขยายตลาดพีซีแถบประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กำลังดำเนินการเจรจา เนื่องจากบริษัทต้องการให้รัฐบาลลาวเข้ามามีส่วนร่วมหลักผลักดันตลาดด้วยตัวเอง
Tags : พีซีโลคัลแบรนด์
