นายกฯ ขีดเส้น 6 เดือน ไอซีทีต้องสรุปชัด3จี-สัมปทาน ย้ำทีโอที-กสท ต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ สั่ง 1-2 ปี สะสางจบ มี 3จีใช้ทั่วประเทศ
รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ครั้งที่ 7/2552 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และปลัดกระทรวงจากทุกกระทรวงเข้าร่วมประชุม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายกระทรวงไอซีที โดยเน้นให้เร่งแก้ปัญหาของ บมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ.ทีโอที เรื่องการให้บริการ 3จี การสะสางปัญหาสัญญาสัมปทาน ทั้งการแก้ไขสัญญาแนบท้าย และการแปรสัญญาสัมปทาน ให้มีบทสรุปชัดเจนภายใน 6 เดือน
ทั้งแนะให้ทั้ง 2 องค์กรต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยดูบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดที่มีการบริหารจัดการที่ดีเป็นตัวอย่าง
“สัมปทานสร้างความสับสนให้อุตสาหกรรม ภายใน 1-2 ปีต้องสะสางให้จบ และต้องมีบริการ 3จี ใช้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะทีโอที ต้องไปคิดให้ดีว่า จะให้บริการโครงข่าย หรือจะให้บริการลูกค้าทั่วไปด้วย และต้องดูความชัดเจนจากใบอนุญาตและหลักเกณฑ์ของ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการสนับสนุนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง โดยเน้นให้ใช้ซอฟต์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส เพื่อเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์ และลดค่าใช้จ่าย ซึ่งประเด็นนี้กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการจะซื้อคอมพิวเตอร์ 1.4 ล้านเครื่องหากได้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 2 ถ้าใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สได้จะช่วยประหยัดงบประมาณได้มหาศาล
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงไอซีทีเร่งจัดทำสำมะโนประชากรปี 2553 โดยเร็ว เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลพื้นฐานของประเทศ ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการเสนอโครงการพัฒนาประเทศ และดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งเน้นเรื่องการจัดการเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งกระทรวงไอซีที จะใช้งบประมาณปี 2553 เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) 16 ราย ที่เชื่อมต่อออกต่างประเทศ เพื่อช่วยกลั่นกรองเว็บไซต์จากต่างประเทศ
“กระทรวงไอซีทีจะเร่งดำเนินการทั้งการส่งเสริมให้ซิป้าจัดการเรื่องซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส และจะของบประมาณจากไทยเข้มแข็ง 2 ประมาณพันล้านบาท เพื่อมาขยายโครงข่ายจีไอเอ็นให้ลงลึกถึงระดับอำเภอ จากปัจจุบันเชื่อมโยงถึงแค่ระดับจังหวัดเท่านั้น”
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีไอซีที กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทีโอทีเรื่อง 3จี เกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการหลังเปิดให้บริการมาประมาณ 10 วัน พบว่ายังมีปัญหาอยู่บ้างในเขตรอบนอก จึงได้สั่งการให้ทีโอทีรีบปรับปรุง แต่เขตเมืองสามารถให้บริการได้ดี
ส่วนปัญหาดาวเทียมไทยคมได้เร่งรัดให้คณะกรรมการหาข้อมูล และคาดว่าจะสรุปได้ภายใน ม.ค.2553 ซึ่งแนวทางหลักคือ สัญญาสัมปทานดาวเทียมพ้นจากเวลาคุ้มครอง 8 ปีแรกแล้ว ถ้าผู้รับสัมปทานปัจจุบันคือ บมจ.ไทยคม ไม่ดำเนินการใดๆ กระทรวงไอซีทีมีสิทธิเปิดโอกาสให้ผู้สนใจรายอื่นเข้ารับสัมปทานเพิ่มเติม

ความคิดเห็นที่ 3
Boonlert , 28 ธันวาคม 2552 12:25
ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. กท.วิทย์ฯ ได้ศึกษาและรวบรวมรายชื่อซอฟต์แวร์ Open Source & Freeware เพื่อการศึกษาไว้ที่ http://stks.or.th/wiki/doku.php?id=oss:start
ความคิดเห็นที่ 2
แอบเชียร์พรรคนี้อยู่ , 17 ธันวาคม 2552 11:37
ถ้ารัฐบาลนี้จะหาผลงานอะไรสักอย่างที่เป็นรูปธรรม นี่แหละคือโอกาส ให้งบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาโอเอสทางเลือก ให้หน่วยงานด้านการศึกษาหันมาใช้โอเอสทางเลือก เปิดอบรมการใช้งานให้กับบุคลากร ผมว่าง่ายกว่าอบรมคอมฯเมื่อหลายสิบปีก่อนมาก เพราะตอนนี้บุคลากรใช้เป็นหมดแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนแปลงบางอย่างเท่านั้น เหมือนกับขับกระบะแล้วเปลี่ยนไปขับรถบรรทุก ซึ่งตำแหน่งเกียร์เปลี่ยนไปเท่านั้น อย่างอื่น ๆ ก็ครือ ๆ กัน แต่ถ้าไม่ทำตรงนี้ก็น่าเสียดายโอกาสนะ * ที่บอกว่า "ประชาชนต้องมาก่อน" ก็เป็นได้เพียงสโลแกนเท่ห์ ๆ เท่านั้น หารูปธรรมไม่เจอ
ความคิดเห็นที่ 1
สุรศักดิ์ , 15 ธันวาคม 2552 14:54
เห็นด้วยครับในการใช้ open source เพราะถ้าใช้ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ท่านต้องซื้อใหม่ทุก 5 ปี เพราะคอมฯ ใหม่ๆ ต้องซ์้อซอฟต์แวร์ใหม่ตลอด
ถ้าท่านซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ปีนี้ อีก 5 ปี ท่านก็จะต้องจ่ายเงินซื้ออีก สู้ใช้ open source ดีกว่า นำงบมาอบรม ครั้งเดียว
เริ่มจากการกำหนดให้ หน่วยงานรัฐใช้แฟ้มมาตรฐานของ open source เช่น odt แทน doc แฟ้ม ods แทน xls
แค่นี้คนก็ใช้ open source กันแล้วครับ