กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 8 ธันวาคม 2552 11:38

ออร์แลนโด อยาลา ศักยภาพไร้ขีดจำกัด

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ "ออร์แลนโด อยาลา" ยืนหยัดอยู่กับ "ไมโครซอฟท์" เขามีส่วน สร้างความเปลี่ยนแปลงให้บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้

แม้ไม่ได้ร่วมก่อตั้งองค์กรอายุ 35 ปีแห่งนี้ แต่ระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ "ออร์แลนโด อยาลา" ยืนหยัดอยู่กับ "ไมโครซอฟท์" เขามีส่วนสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้ และเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันโอกาสให้คนทั่วโลกได้ใช้เทคโนโลยีดึงขีดความสามารถที่มีอยู่ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
 
เมื่อ 2 ปีก่อน "อยาลา" เข้ามาเปิดตัวโครงการ "อันลิมิเต็ด โพเทนเชียล" ในไทยในฐานะรองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจเกิดใหม่ เพื่อสานภารกิจที่ไมโครซอฟท์ต้องการมีส่วนร่วมสร้างโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจ ด้วยการหาช่องทางให้ประชากร 5,000 ล้านคนทั่วโลกเข้าถึงเทคโนโลยี โดยอิงอยู่บนพื้นฐานแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์

ศักยภาพไร้ขีดจำกัด
แผนงานที่เขาทำมา ต้องยอมรับว่า มีส่วนทำให้ธงวินโดว์สยังคงสะบัดปลิว ปรากฎบนหน้าจอคอมพิวเตอร์กว่าครึ่งค่อนโลก
 
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขายิ้มตอบอย่างภูมิใจว่า โครงการดังกล่าวยังดำเนินมาด้วยดี และมีผู้คนได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเอง รวมทั้งสร้างธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมาก ผ่านโครงการต่างๆ ที่เชื่อว่าจะทำให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง และนำไปต่อยอดพัฒนาศักยภาพของตัวเองในด้านต่างๆ
 
พร้อมยกตัวอย่างโครงการบิซสปาร์ค ที่เป็นการสนับสนุนเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมทั้งบริษัทเกิดใหม่ขนาดเล็ก และโครงการดรีมสปาร์ค ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศ 6 แสนคน ได้สิทธิเข้าใช้เครื่องมือของไมโครซอฟท์เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
 
รวมทั้งการเปิดอินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ในไทยที่กำลังไปได้ดี และโครงการอิมเมจิน คัพ ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันที่เด็กไทยสามารถพิสูจน์ฝีมือให้โลกได้เห็นมาแล้ว

จุดประกายฝันใหม่
การเดินทางมาไทยอีกครั้ง "อยาลา" ไม่พลาดที่จะพกแผนเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้แก่คนไทยด้วยเช่นเคย
 
ครั้งนี้เขาเผยถึงแผนเปิดตัวโครงการใหม่ "เว็บไซต์สปาร์ค (WebsiteSpark)" เดือนมกราคม 2553 ซึ่งเขาบอกว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสนับสนุนนักพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ และเว็บโฮสเตอร์ ทั้งแบบฟรีแลนซ์ และบริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานต่ำกว่า 10 คนลงมา
 
ไมโครซอฟท์เลือก "ไทย" เป็น 1 ใน 3 ประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อนำร่อง ด้วยเหตุผลว่า เพราะไทยเป็นประเทศที่มีโอกาสในการเติบโตสูง ขณะเดียวกันก็ยังเป็นตลาดที่เติบโตสูงที่สุดของไมโครซอฟท์ ดูได้จากยอดขายวินโดว์ส 7 ที่วิ่งจากประเทศไทยสูงมาก
 
"เรามีโครงการที่มีชื่อ สปาร์ค ออกมาเรื่อยๆ เพื่อจุดประกายให้คนใช้เทคโนโลยีทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เรากำลังจะเปิดตัวเว็บไซต์สปาร์ค เพื่อให้นักพัฒนาเว็บเข้ามาใช้ซอฟต์แวร์ของเราได้ฟรี โดยมีข้อแม้แค่ว่าต้องสร้างเว็บไซต์อย่างน้อย 1 เว็บภายใน 6 เดือน ซึ่งเราก็คาดว่า จะมีนักพัฒนาหรือบริษัทเข้าร่วมโปรเจคนี้ 600 รายในเวลาเพียงครึ่งปี"

ไพราซี่ (Not easy) 
พร้อมกับยืนยันว่า แผนงานที่ทำทั้งหมดไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อต้องการลดอัตราการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียว เพราะปัญหาดังกล่าวไม่สามารถแก้ได้ด้วยจากมือของไมโครซอฟท์เอง หากต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย
 
"ผมมาไทยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 แล้ว ซึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่มา ประเทศไทยยังมีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ถึง 99% แต่วันนี้ลดลงมาได้ 76% แล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เราได้เห็นความตั้งใจของภาครัฐที่พยายามต่อสู้ซึ่งก็ไม่ใช่ไมโครซอฟท์เท่านั้น แต่ก็ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่พยายามรณรงค์อย่างจริงจัง เพราเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทั่วถึง"
 
อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่า แผนเว็บไซต์สปาร์ค แม้จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้อัตราการละเมิดลดลง หากผลดีที่มองเห็นคือ คอนเทนท์บนโลกออนไลน์กำลังเป็นกระแสที่ใครก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของไมโครซอฟท์ในช่วงนี้ที่เริ่มเน้นหนักกับ "คลาวด์ คอมพิวติ้ง" หรือแนวคิดการแชร์ใช้ทรัพยากรผ่านทางอินเทอร์เน็ต
 
เนื่องจากการใช้บริการคลาวด์ฯ เป็นการลดการลงทุนไอทีที่ส่วนหนึ่งน่าจะทำให้อัตราการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนลดลง โดยขณะนี้ไมโครซอฟท์กำลังลงทุนเพื่อพัฒนาบริการคลาวด์ คอมพิวติ้งระดับโลก คาดว่าน่าจะได้เห็นผลงานเป็นรูปธรรมเร็วๆ นี้
 
แต่เมื่อถามถึงความท้าทายที่สุดตอนนี้ "อยาลา" ยอมรับว่า การหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะสื่อสารกับภาครัฐ เพื่อร่วมมือกันในงานต่างๆ ยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายตัวเขาอยู่เรื่อยมา เพราะบางครั้งเขาเองก็รู้สึกว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องใช้การพูดคุยกับรัฐบาล เพื่อหาวิธีใช้เครื่องไม้เครื่องมือของไมโครซอฟท์เข้ามาช่วยทำประโยชน์ต่างๆ ให้ประเทศ

แนะรัฐเดินหน้า 4 ภารกิจ
"อยาลา" แนะว่า สิ่งที่รัฐบาลควรผลักดันอย่างต่อเนื่องคือ "การเชื่อมต่อโลกด้วยเทคโนโลยี" เพราะโลกกำลังเคลื่อนไปหาสิ่งใหม่ๆ อย่างเช่นเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง รวมทั้งการพัฒนาบรอดแบนด์ให้ครอบคลุม ทั้งควรผลักดัน "การใช้งานอินเทอร์เน็ต" ผ่านเครื่องมือต่างๆ ที่ไม่จำกัดแต่พีซี แต่ยังรวมถึงมือถือ และคอมพิวเตอร์ราคาต่ำ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงมากขึ้น
 
ส่วนสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐต้องส่งเสริมคือ "ระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์" ซึ่งเป็นก้าวสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นความโปร่งใสในการทำธุรกิจ ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยในตัว โดยทั้งหมดจะเป็นจริงได้ก็จะต้องอาศัยการศึกษา "ขั้นสูง "ซึ่งก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งส่งเสริมเช่นกัน
 
ผู้บริหารวัย 53 ปี บอกว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่กำลังพัฒนายังไม่ค่อยดีนัก ยกตัวอย่างเช่นระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ที่เมื่อเทียบกับประเทศ อย่างสหรัฐ หรือประเทศแถบตะวันตก ก็ยังเป็นระบบที่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ดี ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือ การใช้เทคโนโลยีของบริษัทเข้ามาช่วยก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีมาก
 
"ปีหน้าเรายังวางแผนให้บริษัทหาจังหวะเข้าไปพูดคุยกับรัฐอีกครั้ง เพื่อผลักดันโปรเจคคอมพ์เพื่อเด็ก ซึ่งเราจะมีส่วนช่วยได้ในด้านการสนับสนุนซอฟต์แวร์ราคาพิเศษ ร่วมกับการสนับสนุนจากพันธมิตรกลุ่มอื่นๆ เพราะเชื่อว่าการที่ได้รับการฝึกฝนให้ใช้เทคโนโลยีตั้งแต่เด็กๆ จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการพัฒนาประเทศในอนาคต เช่นหลายๆ ประเทศที่ทำสำเร็จมาแล้ว อย่างโคลัมเบีย และโปรตุเกส"

 

Tags : ไมโครซอฟท์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

เปลี่ยนยังไง ....

ความคิดเห็นที่ 1

ลดราคา Licence สำหรับ Home application ให้มากๆ ก็จะขอบคุณมาก และหันมาใช้ของแท้ เพราะขนาดไปซื้อตรงที่เป็นเคาน์เตอร์ของห้าง ยังลงของปลอมให้เลย

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement