เอ็มดีใหม่เอชพีไทย ผุดกลยุทธ์ "วันเอชพี" รุกตลาด ดึง 3 ส่วนธุรกิจหลักทำงานใกล้ชิด เน้นเจาะลูกค้าไปพร้อมกัน หวังดันยอดขายปีหน้าโตเพิ่ม
นายเบง เทค เลียง กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพร์ซ บิสิเนส บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะใช้กลยุทธ์ "เอชพี สตราทิจี้ โทเทิ่ล โซลูชั่น" หรือวันเอชพี เฉพาะประเทศไทย เป็นการประสานความร่วมมือให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ เอ็นเตอร์ไพร์ซ บิสิเนส, กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ (ไอพีจี), กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันนัล ซิสเต็มส์ กรุ๊ป (พีเอสจี) เน้นการเข้าหาลูกค้าไปพร้อมๆ กัน จากเดิมจะแยกกันทำตลาดเป็นส่วนใหญ่
"กลยุทธ์ใหม่นี้ จะทำให้เอชพีเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ตรงมากขึ้น และเป็นการประสานความแข็งแกร่งที่มีในแต่ละส่วนธุรกิจเข้าถึงลูกค้า รองรับการฟื้นตัวของการใช้จ่ายด้านไอทีที่เพิ่มสูงขึ้น"
พร้อมกันนี้ เอชพีเตรียมนำบริการใหม่ ได้แก่ เอชพี นีโอ วิว แอดแวนเทจ ที่เป็นแพลตฟอร์มคลังข้อมูลระดับองค์กร ให้ข้อมูลสำคัญเจาะลึกแบบเรียลไทม์ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจทางธุรกิจ ส่งผลให้ลูกค้าสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น, ระบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวก (HP Converged Infrastructure) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่สามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงตามความต้องการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น เจาะกลุ่มลูกค้าทุกระดับ
นายเลียง กล่าวว่า เอชพีจะให้ความสำคัญทำตลาดกลุ่มเป้าหมายทุกระดับเท่าๆ กันกลุ่มเอ็นเตอร์ไพร์ซที่เขารับผิดชอบจะยังเน้นกลุ่มลูกค้าสำคัญๆ อย่างกลุ่มโทรคมนาคม ภาครัฐ แมนูแฟคเจอริ่ง ภาคการศึกษา รวมถึงเฮลธ์แคร์ที่มีแนวโน้มจะลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้น
"โดยเฉพาะกลุ่มโทรคมที่กำลังจะมีเทคโนโลยี 3จีเกิดขึ้นในไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกผู้ให้บริการต้องเตรียมพร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะมีเพิ่ม ระบบต้องสเถียร เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่วันนี้เห็นทิศทางการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของเอชพี"
ขณะที่ตลาดคอนซูเมอร์ก็ยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทั้งพีซี และโน้ตบุ๊ค ซึ่งเอชพียังเดินหน้าส่งสินค้าทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการอยู่ตลอดเวลา เขา คาดว่า ผลการดำเนินการปีหน้า เอชพี ประเทศไทยจะมีรายได้จากทุกส่วนธุรกิจเติบโตมากกว่าตลาดไอทีไทย
นอกจากนี้ เอชพียังปรับแผนงานภายใน ส่วนเอ็นเตอร์ไพร์ซ บิสิเนส โดยรวมบริษัทอีดีเอสที่ซื้อมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเอ็นเตอร์ไพร์ซ เซอร์วิส และปรับทิศทางการทำตลาดใหม่ เน้นเจาะองค์กรในไทยตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดเล็กเพิ่ม จากเดิมอีดีเอสเน้นเจาะแต่องค์กรขนาดใหญ่ บริษัทต่างประเทศ
ส่วนการเข้าซื้อทรีคอมยังอยู่ในกระบวนการ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด แต่คาดว่ากระบวนการต่างๆ จะชัดเจนภายในต้นปี 2553 หากยอมรับว่า จะช่วยให้เอชพีทำตลาดบริการไอทีได้กว้าง และครอบคลุมมากขึ้น
เอชพียังเผยผลประกอบการปีงบประมาณ 2552 มีรายได้ 114,600 ล้านดอลลาร์ ลดลง 3% จากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่หน่วยธุรกิจบริการรายได้เพิ่มขึ้น 8%
Tags : เอชพี
