กูรูมาร์เก็ตติ้งแนะใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คสร้างมูลค่าธุรกิจ เตือนต้องวางแผนให้ดี มิฉะนั้นกลายเป็นดาบสองคม ไม่ใช่เสนอโฆษณาตรงๆ ต้องเพิ่มมูลค่า
น.ส.อรภัค สุวรรณภักดี เลขานุการประจำกรรมาธิการการเงินการคลังการธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในการสัมมนาทีเอ็มเอเดย์ 2009 หัวข้อว่า ปัจจุบันประชากรเฟซบุ๊คได้ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลกแล้ว จากผู้ใช้กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก ถือว่าเป็นรองเพียงจีน และอินเดีย แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มว่าคนนิยมหาความรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น รวมทั้งการใช้โซเชี่ยล เน็ตเวิร์คอื่นๆ เช่น ยูทูบ ไฮไฟว์ ทวิตเตอร์ ซึ่งมีความพยายามต่อยอดบริการด้วยผู้ใช้เอง เช่น การขายของ การหางาน การรับบริจาค เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเว็บเป็นผู้เสนอ แต่เกิดจากผู้ใช้สร้างบริการขึ้นเอง
อีกทั้ง โซเชียล เน็ตเวิร์ค ยังมีส่วนส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร บริษัทธุรกิจต้องรู้จักนำโซเชี่ยล เน็ตเวิร์คมาใช้ประโยชน์ ไม่ใช่เสนอแต่โฆษณาหรือบริการของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้เข้ามาร่วมเครือข่าย ดังนั้นที่ผ่านมาจะเห็นการร่วมเครือข่ายกันเป็นคนต่อคน มากกว่ากับบริษัท เช่น คนติดตามพาที สารสิน มากกว่าติดตามนกแอร์ หรือติดตามบุคคล มากกว่าองค์กร ฉะนั้น ต้องนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับแต่ละองค์กรมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ องค์กรต้องระวังการนำโซเชียล เน็ตเวิร์คมาใช้ หากขาดการวางแผนที่ดีจะเป็นดาบสองคม เช่น ทำแล้วไม่มีคนร่วมเครือข่าย จะกลายเป็นภาพลบต่อแบรนด์ แสดงถึงแบรนด์ไม่มีความน่าสนใจ แต่กระนั้นเชื่อว่า ทุกบริษัทจะต้องมี ยิ่งถ้าคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันมี จะขาดไม่ได้เลย แม้แต่นักการเมือง
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม กล่าวว่า คนไทย 16.1 ล้านคนใช้อินเทอร์เน็ต คิดเป็น 24% ของประชากร ถ้ามี 3จีมาน่าจะเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากกว่านี้ นี่คือโอกาสในการทำธุรกิจ โดยมีโซเชี่ยล เน็ตเวิร์คเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ ธุรกิจต้องเรียนรู้ที่จะใช้โซเชียล เน็ตเวิร์คอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการใช้ประโยชน์จากผู้เข้าร่วมเครือข่ายอย่างแนบเนียน สร้างกลยุทธ์การบอกต่อทางอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ตัวสินค้าและบริการ ยิ่งในกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลต่อสังคม เช่นคนดัง เซเลบ นักแสดง ถ้าดึงเจข้ามาเป็นเครื่องมือได้จะสามารถเพิ่มรายได้แก่ธุรกิจ และยังติดตามผลได้
ยกตัวอย่าง ถ้าโรงแรมทำเว็บไซต์ของตัวเอง แล้วบอกว่า ดีมาก อาจไม่มีใครเชื่อ แต่ทุกวันนี้มีหลายโรงแรมที่สร้างเฟซบุ๊ค แล้วให้ผู้เคยมาพักมาแสดงความคิดเห็น รวมถึงจำนวนที่ร่วมในเครือข่ายด้วย จะเป็นการยืนยันได้ว่า ดีจริง
ที่สำคัญคือ เมื่อมีผู้มาร่วมเครือข่ายมากขึ้น แล้วเกิดการบอกต่อม่ากๆ จะมีการตอบสนองอย่างมหาศาล
นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีซี กล่าวว่า ขณะนี้เราเข้าสู่ยุคโซเชียลโนมิกต์ หลายๆ ธุรกิจขับเคลื่อนได้ด้วยการใช้โซเชี่ยล เน็ตเวิร์คอย่างถูกต้อง โดยมีหลักการง่ายๆ เช่น ถ้ายังไม่พร้อมอย่าเพิ่งทำ แต่ให้ลงทะเบียนชื่อแบรนด์ไว้ก่อน เป็นการจอง มิฉะนั้นต้องไปซื้อคืนจะแพง เรียนรู้วัฒนธรรม ภาษาของกลุ่มเป้าหมาย สร้างการมีส่วนร่วมภายในองค์กรธุรกิจ สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีเครือข่ายของการมีส่วนร่วม
นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ เอไอเอส กล่าวว่า ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว การนำเสนอแอพพลิเคชั่น และมาร์เก็ตติ้งทูลส์ ที่ถูกต้องให้แก่ลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเอไอเอสเสนอบริการให้ลูกค้าองค์กร เช่น พุชเมล แบล็คเบอรี่ และสมาร์ท เมสเส็จจิง เป็นบริการส่งข้อความโฆษณาที่ทเกี่ยวกับบริการของลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดี ได้รับความนิยมมากในกลุ่มลูกค้าธนาคาร สถาบันการเงิน ห้างสรรพสินค้า และติดตามหนี้สิน
อีกทั้งยังมีบริการสมาร์ท เซอร์วิส นัมเบอร์ บริการเลขหมายรับสั่งสินค้าจากพนักงานขายตรง เช่น บริษัทมิสทิน ให้บริการเลขหมายพิเศษแก่สาวมิสทิน สามารถโทรเพื่อสั่งสินค้าแทนการส่งเอกสารเป็นการลดขั้ตอนการทำงาน และสามารถจ่ายเงินด้วยเอ็มเปย์ได้เลย ถ้ามีจำนวรนการโทรมาก แสดงว่า ยอดการสั่งสินค้ามาก มิสทินสามารถมอนิเตอร์ได้ดีกว่าการรอรับโทรสาร และมีบริการสมาร์ทซิม ทูลส์ คิต เน้นเจาะกลุ่มบริษัทที่มีพนักงานขายจำนวนมาก จะมีเมนูพิเศษที่สามารถตรวจเช็คสินค้า สต็อก อัพเดทข้อมูลลูกค้า ยอดขายได้แบบเรียลไทม์
บริการต่างๆ ทั้งหมดนี้ เอไอเอส เน้นเสนอเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ลูกค้าเป็นหลัก ทำให้ลูกค้าลดได้ 20-30% ในหมวดค่าใช้จ่ายนั้นๆ เรื่องการสื่อสาร และเอกสาร และยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลูกค้าองค์กรจึงให้ความสนใจมาก โดยปีนี้เอไอเอสมีลูกค้าองค์กรเติบโต 20% ทั้งจำนวน และรายได้
Tags : โซเชียล เน็ตเวิร์ค
