เอไอเอส-ดีแทคถอดโครงการลงทุน3จี จากแผนธุรกิจปี53 หลังเห็นแนวโน้ม กทช. เลื่อนประมูลไลเซ่นออกไปเรื่อยๆ มั่นใจไม่ได้รับผลกระทบจาก3จี ทีโอที
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการลงทุนปี 2553 ซึ่งเตรียมไว้ทั้งมีการลงทุน 3 จี และไม่มีการลงทุน 3 จี อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะใช้แผนสำหรับไม่มีการลงทุน 3 จีมากกว่า เพราะยังไม่เห็นแนวโน้มของการเกิดประมูล 3 จี แต่ประการใด แม้ว่าจะมีการสรรหาคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ใหม่ 4 คนแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณว่า กทช. จะจัดประมูล 3 จี ขึ้นจริงเมื่อใด เอไอเอสก็สามารถเสนอแผนขอใช้งบประมาณการลงทุนจากผู้ถือหุ้นได้ "ไม่ยาก" เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีภาระดอกเบี้ยกับธนาคารแล้ว จากที่ได้ไปขอเปิดวงเงินกู้เพื่อการลงทุนหลักหมื่นล้านบาทไว้ก่อนหน้านี้
"เราได้ถอดแผนการลงทุนโครงข่าย และอื่นๆ ของ 3 จีออกไปแล้ว แม้จะมี 2 แผนเตรียมไว้ ระหว่างนี้เหลือแต่การจัดทำแผนการใช้เงิน ตลอดจนรายละเอียดทางการเงิน การตลาด ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นได้ก่อน ธ.ค.นี้ เพราะแม้จะมีสัญญาณให้ประมูล การลงทุนโครงข่ายก็ต้องใช้เวลา รวมถึงการทำตลาดที่ต้องเลื่อนออกไป ระหว่างนี้เอไอเอสก็ได้เตรียมความพร้อมระบบรองรับการใช้งานของลูกค้า 3 จีไว้ อาทิเช่น ระบบคอลล์เซ็นเตอร์" นายวิเชียรกล่าว
เขาเสนอแนะด้วยว่า หากต้องการลดเวลาการเสนอชื่อ กทช. รายใหม่ ทางสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ก็สามารถเสนอรายชื่อ กทช. ชุดใหม่ พร้อมชื่อประธาน กทช. คนใหม่ไปในครั้งเดียวกันได้ เนื่องจากประเทศไทยได้เกิดความเสียหายจากการล่าช้าของการเกิด 3 จีมานานแล้ว เพราะในแง่ผู้บริโภคได้เสียโอกาสเข้าถึงแหล่งข้อมูล การสื่อสารที่รวดเร็วขึ้น
ขณะที่นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทค มั่นใจว่าจะได้ใช้แผนธุรกิจและการตลาดสำหรับ 2 จีต่อไปเช่นเดิม เนื่องจากประเมินสถานการณ์แล้ว หากมีการประมูลใบอนุญาตได้อาจถึงกลางปีหน้า และกว่าจะติดตั้งระบบ ทำการตลาดก็จะเลื่อนออกไปด้วย คาดว่าไม่สามารถให้บริการปลายปี 2553 ได้แน่นอน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจเช่นเดียวกับเอไอเอส
ไม่หวั่นทีโอทีนำร่อง 3 จี
นายธนา กล่าวอีกว่า กรณีที่ บมจ.ทีโอที จะมีบริการ 3 จีบนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ก่อนการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี โดย กทช. จะเป็นผลดีต่อผู้ให้บริการมือถือในตลาด เพราะบริการของทีโอที จะทำให้เกิดการเรียนรู้การใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ สำหรับ 3 จี และลูกค้าเดิมของทั้งดีแทค และเอไอเอส ก็จะรอใช้บริการจากผู้ให้บริการเดิมที่ใช้อยู่
ส่วนการทำตลาดในรูปแบบขายส่งบริการ (เอ็มวีเอ็นโอ) ให้ทีโอที ผู้ที่รับใบอนุญาตและเข้าไปทำตลาดให้แต่ละราย จะคุ้มค่าการลงทุนได้เร็ว ก็ต่อเมื่อมีเลขหมายในมือสำหรับทำตลาด 2-3 ล้านซิม ไม่ใช่รายละ 1 แสนซิมอย่างที่ได้รับการจัดสรรในปัจจุบัน รวมทั้งต้องมีระบบบิลลิ่ง หน้าร้านจัดจำหน่ายที่เข้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็ว และได้คุณภาพดี
ด้านนายวิเชียร กล่าวว่า การเปิดให้บริการ 3 จี โดยเอ็มวีเอ็นโอ ต้นเดือน ธ.ค.นี้ก่อนรายอื่นนั้น เป็นผลดี เพราะเหมือนให้คนทดลอง แต่การย้ายฐานลูกค้าของ 2 จีไป 3 จีคงไม่ทำได้เร็ว เพราะระบบ 3 จีที่แท้จริง ยังไม่มีโครงข่ายครอบคลุมทั่วไทย มีเพียงในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่
ส่วนการเจรจาโรมมิ่งโครงข่าย สำหรับลูกค้า 3 จีของทีโอที ให้ใช้ได้ทั่วประเทศนั้น อยู่ระหว่างการตกลงอัตราโรมมิ่งกับเอไอเอส ซึ่งขณะนี้ เอไอเอสยังยืนยันอัตรานาทีละ 1.25 บาทต่อเลขหมาย ซึ่งเป็นอัตราที่เคยเจรจาภายใต้บริการของไทยโมบายเดิม
ห่วง "หุ้นไขว้" ตัดทางเข้าประมูล
นายธนา กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ มีร่างประกาศของ กทช. เรื่องการถือหุ้นไขว้ออกมา และอาจมีการกำหนดให้ผู้ที่จะเข้าประมูลถือหุ้นต่างชาติได้ 30% ซึ่งจะส่งปัญหาถึงต่อทั้งดีแทคและเอไอเอสทันที
"ไม่ใช่แค่การปรับสัดส่วนหุ้น แต่เป็นเรื่องการหาผู้ถือหุ้นใหม่ที่หายาก และอาจจะผิดหลักเกณฑ์ ใครจะเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งตามความจริงแล้ว การถือหุ้นไขว้ไม่ควรกำหนดไว้ในเป็นเงื่อนไขการประมูล แต่หาก กทช. ห่วงปัญหาอื่นๆ จะตามมา สามารถกำหนดเป็นข้อบังคับในภายหลังได้" นายธนากล่าว
ทั้งนี้ หากการประมูล 3 จี ไม่เกิดขึ้นภายในปีหน้า จะส่งปัญหาถึงประเทศไทยในอนาคตอีก 5 ปีแน่นอน ทั้งการหาอะไหล่อุปกรณ์โทรคมนาคมไม่ได้ อุตสาหกรรมโดยรวมหดตัว การแข่งขันกับต่างประเทศทำได้ลำบาก
ขณะที่นายวิเชียร กล่าวว่า ถ้าไม่มี 3 จี จริงๆ แล้ว เอไอเอสและดีแทค ไม่เดือดร้อน เพราะมีผลประกอบการดีอยู่แล้ว และไม่ต้องลงทุนเพิ่มด้วย แต่ประเทศจะเสียโอกาส เพราะไม่ได้เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เอง ไม่ได้กำหนดทิศทางเทคโนโลยี
"ตอนนี้มีโอกาสใช้อุปกรณ์ที่ราคาต่ำกว่า โดย 3 จี ราคาต่ำกว่า 2 จี ตอนนี้ประมาณ 30-40% ไม่มีเหตุผลที่ต้องชะลอออกไปแล้ว" นายวิเชียรกล่าว
ทรูเผย 3 จี เสริมจีดีพี 5 แสนล.
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การลงทุน 3 จี เป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตของประเทศ โดย 3 จี จะเป็นก้าวต่อไปของบริการบรอดแบนด์ไร้สาย ถ้าเกิด 3 จีแล้วคาดว่าจีดีพีจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 8 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี
"ปัจจุบัน 3 จีบ้านเราอยู่ในช่วงท้ายๆ แล้ว ต่างประเทศเริ่มทดลอง 4 จีแล้ว ต้องเปิดให้เอกชนมีอิสระในการเริ่มต้นใหม่ๆ เพราะเอกชนรู้อยู่แล้วว่า ตลาดต้องการอะไรและลงทุนอย่างไร เพราะถ้าผิดพลาด เอกชนก็รับผิดชอบตัวเอง" นายศุภชัยกล่าว
บุญชัยแนะเร่งเดินหน้าบนคลื่นเก่า
นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการบริหารของดีแทค กล่าวว่า ปีหน้าไทยจะต้องได้ใช้ 3 จีอย่างแน่นอน เพราะยิ่งเลื่อนออกไปก็มีแต่จะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส โดยผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด คือ ประชาชนในประเทศ ที่จะไม่ได้ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง
"ปีหน้าไม่ว่าอย่างไร 3 จีต้องมาแน่ รั้งไม่อยู่แล้ว ไม่ใครก็ใครต้องโวย เพราะถึงผู้บริโภคไม่โวยเอง แต่ผู้ลงทุนต้องกดดันให้ผู้บริโภคได้เห็นว่า ถ้ามีเทคโนโลยีใหม่ใช้จะทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดบริการได้เร็วขึ้น เพราะผู้บริโภคเป็นกลุ่มที่ไม่ควรลืมนึกถึง และต้องคิดอยู่เสมอว่า ทำไมคนเหล่านี้ถึงเสียโอกาสไป" นายบุญชัยกล่าว
พร้อมกันนี้ เขาแนะว่ารัฐควรเร่งผลักดันให้เกิดการใช้ 3 จี จากคลื่นความถี่เดิมที่มีอยู่ก่อน เพราะเป็นทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว และสามารถดำเนินการต่อได้ทันที โดยมีรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ขับเคลื่อนไปก่อนเพราะเป็นหน่วยงานของรัฐ ส่วนเอกชนก็อาจใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายเดิม เป็นช่องทางในการผลักดันคอนเทนท์ เพื่อขยายตลาดไปก่อน
"เชื่อว่าหากจะให้บริการ 3 จีเกิดได้เร็วที่สุด นายกรัฐมนตรีควรต้องลงมาเป็นเจ้าภาพในการดูแลเอง และผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เดินหน้าได้เร็ว เพราะยิ่งช้าทุกคนก็ยิ่งเสียโอกาส ไม่ว่าจะผู้บริโภค หรือผู้ให้บริการ" นายบุญชัยกล่าว
นักเศรษฐศาสตร์หนุนรัฐไฟเขียวลงทุน
นายเครก วอร์เรน สมิธ ผู้อำนวยการกองเลขานุการคณะทำงาน โครงการบรอดแบนด์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนประเทศไทย (Meaningful Broadband Working Group) กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้าลงทุน และให้บริการ 3 จี เพื่อเพิ่มอัตราการใช้และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เพราะ 3 จี จะทำให้บริการโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตรวมเข้าเป็นบริการเดียวกัน ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร ทั้งรัฐ กทช. และเอกชน ต้องร่วมมือกันแก้ไขและทำให้บริการ 3 จีเกิดขึ้น เพื่อช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจ
เป้าหมายของคณะทำงาน ต้องการเพิ่มอัตราการใช้บรอดแบนด์เป็น 50% ให้ได้ภายใน 10 ปี จากนี้จะสรุปข้อเสนอและแนวทางต่างๆ เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำประเทศ และกำหนดนโยบายที่ชัดเจนซึ่งแต่เดิมยังไม่มี และส่งผลให้ประเทศไทยตามหลังหลายๆ ประเทศในเรื่องนี้
ด้านนายคาร์ล รูบิน ประธานคณะกรรมการไอซีที หอการค้าอเมริกาประจำประเทศไทย ระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้มือถือ ในระดับที่เรียกว่าสูงที่สุดในโลกเกือบ 100% หากแต่ในทางกลับกัน ก็มีการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ต่ำที่สุดในโลกเช่นเดียวกับในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และช่องว่างดังกล่าวมีโอกาสขยายกว้างมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ซึ่งทางแก้ไข คือ ต้องสร้างอัตราการใช้บรอดแบนด์ให้เพิ่มขึ้นโดยเร็วที่สุด

ความคิดเห็นที่ 4
้Hotduckz , 3 ธันวาคม 2552 15:49
รอประมูล 6 จี เลยกีกว่า
ความคิดเห็นที่ 3
g10 , 29 พฤศจิกายน 2552 12:01
G10 เลยดีกว่าครับ ความร่วมมือ 10 ประเทศแน่ !!
ความคิดเห็นที่ 2
Charn , 28 พฤศจิกายน 2552 15:56
รอประมูลห้าจี เลยดีที่สุด
ความคิดเห็นที่ 1
สี่จี , 27 พฤศจิกายน 2552 11:12
รอประมูลสี่จี เลยไม่ดีกว่าหรอ
ไม่ต้องเสียเวลาประมูลสี่จีอีกรอบ