ไอซีที เผยไทยคมแพ้ประมูลซื้อดาวเทียมดวงใหม่ ที่หวังใช้ทดแทนไทยคม 1 เตรียมเรียกประชุมกรรมการประสานงานหาทางออกรอบใหม่
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ความคืบหน้าการจัดการเรื่องดาวเทียมใหม่ เพื่อทดแทนดาวเทียมไทยคม 1 ที่หมดอายุไปแล้ว แต่ยังใช้งานอยู่ และดาวเทียมไทยคม 2 ที่จะหมดอายุกลางปี 2553 ล่าสุด บมจ.ไทยคม ได้แจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า ได้แพ้การประมูลดาวเทียมดวงใหม่ ทำให้ยังไม่มีดาวเทียมที่จะยิงขึ้นไปทดแทนไทยคม 1
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากข้อเสนอเดิมที่คณะกรรมการประสานงาน ซึ่งปลัดกระทรวงไอซีทีเป็นประธาน ได้รับข้อเสนอว่า ไทยคมจะเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมดวงอื่น เพื่อให้บริการชั่วคราว จนกว่าจะสร้างไทยคม 6 และยิงขึ้นเพื่อให้บริการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี แต่ทาง ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้สั่งให้ทบทวนข้อเสนอใหม่
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมแล้ว บริษัทเอกชนที่รับสัมปทาน ต้องจัดหาหรือสร้างดาวเทียมและโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของรัฐบาลไทย และได้รับสิทธิในการบริหารจัดการไป แต่การเช่าช่องสัญญาณ หรือเช่าดาวเทียมดวงอื่น อาจขัดกับเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อการประมูลดาวเทียมดวงใหม่ไม่สำเร็จ ทางคณะกรรมการประสานงาน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) จะรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากไทยคมอีกครั้ง จากนั้นจะเรียกประชุมภายในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อหาแนวทางเสนอต่อรัฐมนตรีไอซีที และเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอีกครั้ง
นายสือ กล่าวว่า สำหรับแนวทางที่คาดว่าจะเป็นไปได้ หากกระทรวงไอซีทีไม่เห็นชอบที่จะให้เช่าใช้ช่องสัญญาณหรือดาวเทียมดวงอื่นเป็นการชั่วคราว ก็ต้องโอนลูกค้าไปที่ดาวเทียมไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ และดาวเทียมไทยคม 5 ให้หมด โดยยึดลูกค้าในประเทศไทยเป็นหลัก จากนั้น บมจ.ไทยคม จะสร้างไทยคม 6 หรือไม่ เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณา
“รัฐบาลไม่ได้ต้องการเงินเป็นหลัก แต่ต้องการดาวเทียมของไทย ดังนั้นต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประสานงาน แต่สุดท้ายต้องอยู่ที่ ครม. ว่าจะอนุมัติแนวทางใด” นายสือ กล่าว
ด้านนายนิมิตร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีไอซีที กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน้าที่ของรัฐมนตรีสรุปแล้ว คือ เอกชนต้องไปหาทางออกมาว่าจะทำอย่างไรให้ได้ตามที่สัญญาสัมปทานกำหนดไว้ คือ รัฐบาลต้องได้สิทธิ์ในดาวเทียม ไม่ใช่การเช่าช่องสัญญาณหรือเช่าดาวเทียม แต่จะใช้วิธีการไหน เชื่อว่า เอกชนที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจดาวเทียมมา 18 ปี น่าจะคิดทางออกได้ดีกว่า
“เอกชนจะไปซื้อดาวเทียมที่สร้างใหม่ไว้แล้วก็ได้ แล้วมายิงขึ้นเลย หรือจะมีทางออกอื่น ก็เสนอเข้ามา แต่ไม่ใช่การเช่า เพราะไม่ตรงตามสัญญา” นายนิมิตร กล่าว
Tags : ไทยคม
