อีเบย์ พร้อมเดินหน้าขายหุ้น 56% มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ในสไกป์ให้กลุ่มทุน ยุติคดีฟ้องร้องละมิดลิขสิทธิเทคโนโลยี
เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ล่าสุดอีเบย์ และนายนิคลาส เซ็นสตรอม และยานุส ฟริสส์ 2 ผู้ก่อตั้งบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตชื่อดัง "สไกป์" ได้ข้อยุติความขัดแย้ง ซึ่งจะช่วยเปิดทางให้อีเบย์ เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าและประมูลออนไลน์อันดับต้นๆ ของโลก สามารถเดินหน้าขายหุ้นสัดส่วนหลักที่ถืออยู่ในสไกป์ มูลค่า 2.02 พันล้านดอลลาร์ ให้กับกลุ่มนักลงทุนได้
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับกับเจรจาครั้งนี้ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงที่ว่า ผู้ก่อตั้งสไกป์ จะขายหุ้นจำนวน 14% ในส่วนที่อีเบย์ไม่ได้ครอบครองอยู่ในสไกป์ออกไป ส่งผลให้มูลค่าของสไกป์มาอยู่ที่ 2.75 พันล้านดอลลาร์ โดยกลุ่มนักลงทุนจะเข้ามาซื้อหุ้น 56% ในบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตรายนี้ แทนที่จะเป็นสัดส่วน 65% ตามแผนเดิม ขณะที่ อีเบย์ จะยังคงถือหุ้นอยู่ 30%
ก่อนหน้านี้ ปัญหาการฟ้องร้องที่เกิดขึ้น ทำให้อีเบย์ ไม่สามารถขายหุ้น 65% ในสไกป์ไปให้กับกลุ่มนักลงทุนที่นำโดยซิลเวอร์ เลคได้ โดยการซื้อขายดังกล่าว แบ่งเป็น เงินสด 1.9 พันล้านดอลาร์ และอีก 125 ล้านดอลลาร์ จะอยู่ในรูปของหนังสือยืนยันการชำระเงิน
ทั้งนี้ ข้อพิพาทระหว่างเจ้าของเดิมสไกป์ และอีเบย์ เกี่ยวพันอยู่กับชิ้นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีพีทูพี ซึ่งเป็นหัวใจของสไกป์ ซึ่งผู้ก่อตั้งทั้งสอง ต่างก็ถือสิทธิบัตรอยู่เมื่อพวกเขาขายบริษัทในอีเบย์ เมื่อปี 2548 ด้วยมูลค่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้น เมื่ออีเบย์ ประกาศจะขายหุ้นสัดส่วนหลักในสไกป์ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งเซ็นสตอรม และฟริสส์ จึงฟ้องร้องอีเบย์ต่อศาลสหรัฐในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์
