เอไอเอส-ทรู เมินแปรสัญญา รอสิ้นสุดสัมปทาน ด้านไอซีที ยอมรับ แปรสัญญาเป็นไปได้ยาก หวั่นเอกชนฟ้องร้องรัฐสูญรายได้กว่า 235,416 ล้านบาท
นายนิมิตร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า แนวทางในการแปรสัญญาสัมปทานของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ต่อบริษัทเอกชนยังไม่มีความจำเป็นต้องทำ และเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก คงไม่มีใครยอมให้มีการแปรสัญญา และคงไม่มีใครเจรจาแน่นอน เพราะอาจเป็นปัญหาไปสู่การฟ้องร้องอีกมากมายในอนาคต
เรื่องนี้กระทรวงไอซีทียังไม่ได้มีการหารือกันภายใน แต่เชื่อว่าสุดท้ายต้องรอให้สัญญาสัมปทานหมดไปตามอายุที่เหลืออยู่ คือ บริษัท ทรูมูฟ จำกัดหมดอายุสัมปทานในปี 2556 บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) หมดในปี 2558 และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) หมดอายุสัมปทานในปี 2561
โดยทั้งหมดเป็นผลประโยชน์ที่รัฐบาลจะได้รับ แม้จะมีการกำหนดเป็นแนวทางไว้ในแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แต่ก็ไม่ใช้ข้อบังคับว่าต้องปฏิบัติตาม เพราะรายได้จากอายุสัมปทานที่เหลือจะส่งเข้ารัฐไม่น้อยกว่า 235,416 ล้านบาท
ด้าน นายณัฐวุฒิ จิตะสมบัติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังมีความเห็นให้ ทีโอที ยุติบทบาทการทำตลาดบริการ 3จี และทำหน้าที่ผู้ให้บริการด้านโครงข่ายเพียงอย่างเดียว เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ (บอร์ด) จะต้องรับไปพิจารณาต่อว่าสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหรือไม่ และในวันที่ 3 ธ.ค. นี้ ทีโอที จะยังเปิดบริการ 3จี ในเขตกรุงเทพฯ ตามเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม ครม. เศรษฐกิจ มีความเห็นว่า ให้กระทรวงไอซีที หันมามุ่งเน้นประเด็นข้อสงสัยในการประมูล 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ก่อน เช่น ความมั่นคงต่อชาติ, คุณสมบัติผู้ประมูล และแนวทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ คือ ทีโอที และ กสท ซึ่งคาดว่าน่าจะสรุปได้ปลายเดือนพ.ย. นี้ จากนั้นค่อยมาเน้น การลงทุน 3จีของทีโอทีกว่า 2 หมื่นล้านบาท อีกครั้ง เพียงแต่ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดวันเสนอ ครม. ที่แน่นอน
แปรสัมปทานต้องถาม "นายกฯ"
นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า โดยหลักการแล้วสัญญาสัมปทานต้องรอให้หมดอายุ จะใช้กฎหมายหรือแผนมาแปรสัญญาหรือยกเลิกสัญญาไม่ได้ การจะแปรสัมปทานตามที่มีการกำหนดไว้ในแผนแม่บทไอซีที ฉบับ 2 ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี ว่าจะยอมให้มีการแปรสัญญาสัมปทานหรือไม่ ถ้ามีการแปรสัมปทาน แน่นอนว่ารายได้ของทีโอทีจะหายไป ซึ่งส่งผลต่อเงินรายได้นำส่งเข้ารัฐจะหายไปด้วย ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ความเห็นสิ่งใดได้มาก ซึ่งหากมีการแปรสัญญาหรือยกเลิกด้วยวิธีใดจริง ก็ต้องนำเรื่องเข้าพิจารณาในบอร์ด
นายวิเชียร นาคสีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของทีโอที กล่าวว่า ทีโอทียังไม่ได้กำหนดแนวทางใดๆ ในการแปรสัญญาสัมปทาน ต้องรอนโยบายจากรัฐบาลและกระทรวงไอซีที ว่าจะมอบหมายให้ใครและมีแนวทางอย่างไร ดังนั้นจึงยังพิจารณาผลกระทบไม่ได้ อยู่ที่กระทรวงไอซีทีเป็นคนตัดสินใจ
ทรูขานรับแนวคิด กสท
นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ที่ต้องการให้แปลงสินทรัพย์เป็นทุนในเรื่องการสิ้นสุดอายุสัมปทานปี 2553 แต่ขณะนี้ทรูยังไม่ได้เข้าไปหารือกับ กสท จนกว่า กสท จะแจ้งให้เข้าพบ ดังนั้นจึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าสัดส่วนระหว่างการเช่ากับหุ้นที่ กสท จะเข้าถือควรเป็นเท่าใด แต่ค่าเช่าไม่น่าจะสูงมากพอที่จะมาทดแทนค่าส่วนแบ่งรายได้
เนื่องจากต้องคำนวณตัวเลขของลูกค้าที่จะเหลือในระบบ 2จี เท่าใด ในแต่ละปี หากมีการให้บริการ 3จี เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้มือถือ 2จี ทุกระบบกว่า 60 ล้านเลขหมาย ต้องคำนวณว่าผู้ที่มีศักยภาพไปสู่ 3จี ในแต่ละปีจำนวนเท่าใด เนื่องจากผู้ประกอบการจะมีต้นทุนทั้งส่วน 2จี และการลงทุน 3จี
สำหรับสัญญาณจากรัฐบาลในเรื่องการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ตลอดจนการประมูล 3จี นั้น กระทรวงการคลังควรเป็นเจ้าภาพ เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) บมจ.กสท โทรคมนาคม บมจ.ทีโอที ตลอดจนภาคเอกชนภายใต้สัญญาสัมปทาน มาหารือแนวทางออกในอุตสาหกรรม เพื่อรัฐบาลจะกลับไปวางทิศทางให้ชัดเจนว่าต้องการให้มี 3จี หรือไม่ อย่างไร ด้วยพื้นฐานการแข่งขันที่เป็นธรรม
เอไอเอสหวังรัฐตรงไปตรงมา
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า การแปรสัมปทานไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขของการเกิดหรือไม่เกิด 3จี เพราะเอกชนก็ทำธุรกิจกันไป เนื่องจากสัญญาร่วมการงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน และรัฐธรรมนูญก็ไม่ระบุให้ยกเลิก หรือแม้จะเขียนให้ยกเลิกก็ทำไม่ได้ ด้วยว่าเป็นสัญญาร่วมกันระหว่างสองฝ่าย ส่วนการแปรสัมปทานนั้น รัฐต้องการอย่างไร บริษัทในฐานะที่เป็นเอกชนพร้อมปฏิบัติตาม แต่ขอให้บอกมาอย่างชัดเจน และไม่ใช่ทำลำพังเพียง 1 หรือ 2 ราย
ก่อนหน้านี้ เอไอเอส เคยเสนอให้แปลงสินทรัพย์เป็นทุน แล้วมาร่วมกันทำธุรกิจ แต่เรื่องไม่มีอะไรคืบหน้า หากปัจจุบันรัฐมีแนวคิดจะแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ก็ทำได้ ซึ่งต้องหาคนกลาง ที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินมาทำ Due Diligence จะได้ข้อมูลที่สมเหตุสมผล บริษัทจะได้นำไปเสนอผู้ถือหุ้นได้
Tags : ค่ายมือถือ
