กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 05:00

ทอเร่ จอห์นเซ่น หวังการเมืองไม่ถ่วง 3จี

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

”กรุงเทพธุรกิจ” อาสาพาไปพบ “ทอเร่ จอห์นเซ่น” ดีแทค ถึงแนวทางการเตรียมความพร้อม “ลุย” 3 จี พร้อมมุมมองน่าสนใจอื่นๆ

ประเด็นประมูลคลื่นเพื่อให้บริการ 3 จี กลายเป็น “Hot Issue” ที่ทุกวงการต้องสนใจถ้าไม่อยากตกเทรนด์ กระทั่งรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความเห็นจากหลายฝ่ายซึ่งต่างออกมาแสดงจุดยืนของตัวเอง
 
ท่ามกลางความชุลมุนเหล่านั้น “ดีแทค” กลับเงียบหายไป ”กรุงเทพธุรกิจ” อาสาพาผู้อ่านไปพบ “ทอเร่ จอห์นเซ่น” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ถึงแนวทางการเตรียมความพร้อม “ลุย” 3 จี พร้อมมุมมองน่าสนใจอื่นๆ

หวังกทช.เดินหน้าอย่างกล้าหาญ
ทอเร่ กล่าวว่า ดีแทคอาจดูเงียบไป ขณะที่มีคนแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อทุกวัน นั่นเป็นเพราะหลังประชาพิจารณ์เรื่องคลื่นความถี่ 3 จี รอบแรก จากร่าง Information Memorandum ได้มีผู้จุดพลุประเด็นเรื่องต่างชาติ ตลอดจนความมั่นคงของประเทศขึ้นมา ซึ่งดีแทคได้ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ ทำให้ไม่มีอะไรจะออกมาพูด อีกทั้งเข้าใจเหตุผล แรงจูงใจที่ทำให้มีผู้พูดเช่นนั้น โดยดีแทควันนี้ ยังคงยืนยันสถานภาพการเป็นบริษัทไทยเช่นเดิม เนื่องจากมีเอกสารยืนยันจากกระทรวงพาณิชย์ จนกว่าจะมีเงื่อนไขใหม่อื่นจากทางการ เราก็พร้อมปฏิบัติตาม
 
ส่วนปัญหาในอุตสาหกรรม ทั้งเรื่องสถานภาพรัฐวิสาหกิจอย่าง บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม จะได้รับผลกระทบจากเอกชนประมูลได้ไลเซ่น 3 จี หรือข้อทักท้วงอื่นๆ จากฝ่ายที่ยังไม่ต้องการให้เกิด 3 จี ก็คาดหวังว่า กทช. จะกล้าตัดสินใจแก้ไข Issue ต่างๆ ได้ ซึ่งหลายเรื่องดำเนินไปพร้อมๆ กับการจัดประมูลได้ ไม่ควรเป็นข้ออ้างที่จะดีเลย์ให้ช้ากว่ากำหนดเดิม หรือประมูลช่วง ก.พ. 2553 เพราะ ”มันสมควรเกิดมานานแล้ว” ด้วยเป็นข้อถกเถียงกันมาไม่น้อยกว่า 5 ปี ดังนั้นสิ่งที่ กทช. ดำเนินการขณะนี้ ไม่ใช่เป็นความเร่งรีบที่จะมี 3 จี แต่อย่างใด
 
อีกทั้งรัฐบาลสามารถหาทางออกให้ กสท และทีโอที อยู่รอดได้หลากหลายรูปแบบ อย่างต่างประเทศ รัฐบาลปล่อยให้องค์กรที่เคยอยู่ภายใต้เปลี่ยนเป็นเอกชน 100% หรือรัฐยังถือหุ้นบางส่วน แต่ให้เสรีภาพรัฐวิสาหกิจนั้นๆ บริหารกิจการ เพราะต้องยอมรับว่าความเป็นจริงทุกฝ่ายต่างรู้กันดีว่าสัมปทานย่อมมีวันสิ้นสุด และทยอยสิ้นสุดตามลำดับ นั่นคือทรูมูฟ จะหมดอายุสัมปทานปี 2556 เอไอเอส ปี 2558 และดีแทคปี 2561

ไลเซ่นควรพอเพียงต่อการแข่งขัน
ซีอีโอ ดีแทค กล่าวถึงความเหมาะสมต่อการมีไลเซ่น 3 จี ของไทยว่า ธรรมชาติของไลเซ่น 3 จีควรมีเพียงพอต่อการแข่งขัน หากมองจากปัจจุบัน เทคโนโลยี 2 จีมีรายหลัก 3 ราย แต่ กสท ทีโอที จะประมูลได้หรือไม่ขึ้นกับเกณฑ์ที่ กทช.จะออกมา หากก่อนหน้านี้มีสัญญาณบ่งจาก กทช.ว่า ทีโอทีไม่น่าจะเข้าประมูลได้ เพราะ กทช. จะพิจารณาเรื่องการถือหุ้นไขว้ด้วย
 
ดังนั้นเมื่อเอกชนภายใต้สัมปทาน กสท และทีโอทีเข้าประมูลได้แล้ว ทีโอที ไม่สามารถเข้าประมูลได้ กสท ก็น่าจะเข้าข่ายเดียวกันเพราะต่างถือหุ้นโดย กระทรวงการคลัง หรือรัฐบาลเช่นกัน
 
ส่วนข้อเสนอของดีแทค ที่จะนำเข้าประชาพิจารณ์ Information Memorandum : IM ดราฟ ฉบับที่ 2 วันที่ 12 พ.ย.นั้น คงยืนยันไม่ต่างจากความเห็นแรก เพราะร่างฉบับที่ 2 ไม่ได้แตกต่างจากฉบับแรกอย่างมีนัยสำคัญ
 
หากแง่การจัดสรรช่วงคลื่นความถี่บล็อกละ 15 เมกะเฮิรตซ์ 1 ใบ 10 เมกะเฮิรตซ์ 3 ใบนั้น ตามรูปแบบที่ กทช.จัดทำร่างไว้ ถ้าจะจัดสรรให้เหมาะสมต่อการแข่งขัน เขาเห็นว่า สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ให้ใบละ 10 เมกะเฮิรตซ์ 3 ใบ แล้วเก็บ 15 เมกะเฮิร์ตซ์ไว้จัดสรรเมื่อจำเป็นในอนาคต หรือมี 15 เมกะเฮิรตซ์ 3 ใบอย่างที่มีผู้เสนอแนะไว้ก็ย่อมได้
 
ดีแทคเองไม่มีความกังวล ถ้า กทช.จะยังไม่ได้รับฟังและนำความเห็นของดีแทคไปปรับใน IM ฉบับที่ 2 เพราะทุกคนได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน"

ย้ายไป3จีขึ้นกับลูกค้า
ส่วนกรณีไมเกรชั่น จาก 2 จีไป 3 จีนั้น เขา บอกว่า ไม่อยากพูดว่าไมเกรชั่น เพราะเหมือนเป็นการดำเนินการโดยโอเปอเรเตอร์ แต่การย้ายไป 3 จีหรือไม่ขึ้นกับความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งจะใช้เวลารับรู้ประโยชน์ของ 3 จี อีกนานพอสมควร ไม่ได้ใช้เวลาสั้นๆ 1-2 ปีอย่างที่หลายคนเป็นห่วง
 
เนื่องจากข้อกำหนดของ กทช. ระบุ เงื่อนไขการขยายเน็ตเวิร์คไว้ด้วย เช่น ต้องครอบคลุมจำนวนประชากร ไม่น้อยกว่า 50% ใน 2 ปี และ 80% ใน 4 ปีซึ่งข้อกำหนดนี้ยังไม่ได้สรุป เพราะต้องรอการประชาพิจารณ์รอบ 2 ก่อน แต่นั่นหมายความว่า โครงข่าย 3 จี จะไม่ได้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในเวลาสั้นๆ และลูกค้าที่ยังไม่มีเครือข่าย 3จีในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ก็คงไม่ต้องการย้ายเครือข่ายล่วงหน้า
 
อีกทั้งลูกค้าต้องเห็นประโยชน์จากการใช้ 3 จีอย่างแท้จริง จึงจะเปลี่ยนไปใช้ 3 จี ประกอบกับ จำนวนเครื่องมือถือ 3 จี ในประเทศไทยยังมีจำนวนจำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะตัดสินใจย้ายเครือข่าย ฉะนั้น ข้อเป็นห่วงรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง จะ “รายได้ลดอย่างรวดเร็ว” ความเป็นจริงยังมีเวลาปรับตัวให้พร้อมแข่งขันได้
 
ส่วนการคงสิทธิ์เลขหมายจะมีส่วนทำให้การโอนย้ายลูกค้าจาก 2 จี ไป 3 จี อย่างรวดเร็ว เขามองว่า ไม่ได้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ลูกค้าเปลี่ยนจาก 2 จี เป็น 3 จีเร็วขึ้น แต่เป็นเพียงเครื่องมือทำให้ลูกค้าย้ายฐานได้สะดวกขึ้น กระนั้นการมีนัมเบอร์พอร์ต ที่คณะทำงานร่วมระหว่างโอเปอเรเตอร์ และกทช.ได้รายงานไป กทช.แล้วว่า คงต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร

นำดีแทคลุยแข่ง3จีทันที
ระหว่างที่เกณฑ์การประมูล 3 จี ยังไม่จบ แต่ดีแทคได้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง 4 เรื่องหลัก เพื่อเมื่อใดก็ตามที่ได้ไลเซ่น จะพร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างดีที่สุดตามเป้าหมายบริษัท
 
ประการแรก ได้ทดสอบการใช้งานบน 3 จี บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์เพื่อบริหารจัดการดูแลลูกค้าได้อย่างเข้าใจ ประการต่อมา ได้ปรับช่องทางกระจายสินค้ารองรับการบริหารภายใต้ 3 จี ประการที่ 3 การปรับคอนเท้นต์ ด้วยการหาพาร์ทเนอร์ และประการที่ 4 การหาแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสมต่อลูกค้าที่ต้องการใช้งาน 3 จี
 
เขาเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา เพราะได้ศึกษาสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมาโดยตลอดตั้งแต่ 11 ปีก่อน ครั้งเทเลนอร์ ส่งมาทำ due diligence เข้าถือหุ้นดีแทค พร้อมนายซิคเว่ เบรคเก้
 
เขาหวังว่าประเด็นทางการเมืองจะไม่ใช่เป็นตัวถ่วงต่อการเกิด 3 จี หากนักการเมืองมองประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ทั้งแง่การสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจ และสังคมอย่างรายงานวิจัยหลายแห่งรายงานไว้

 

Tags : ดีแทค

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

รับเหมาติดตั้ง่กล้องวงจรปิด บริการดูหน้างานประเมินราคาฟรี สอบถามได้ที่ www.CctvBangkok.com

ความคิดเห็นที่ 2

ใช้ GPRS มาเป็นปีละครับจนลืมไปเลยว่ามันช้า..รอ 3G มาเป็นชาติแล้วครับ..คงต้องรอต่อไป(อิจฉาญี่ปุ่นจัง วุ้ย!)

ความคิดเห็นที่ 1

ครับผมเห็นด้วยประเด็นอยู่ที่ว่าใช้เวลานานนน มากเกินไปแล้วสำหรับ3จี..มัวแต่รักษาผลประโยนช์ของกลุ่ม(พวกพ้อง)กันอยู่นั้นแหละ..ผมเองทำระบบสือสารPABX&CCTV เราเข้าใจระบบราชการไทยดี..ถ้าสนใจใช้บริการเชิญWWW.CKMIT.COM

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement