บิ๊กไอทีประสานเสียงปลุกรัฐปั้นคนไอทีไทยเพิ่ม หลังเผชิญปัญหาบุคลากรขาดทั้งถูกแย่งงานจากไอทีเพื่อนบ้านที่เข้ามาตั้งสาขาไทย ฉุดอันดับไอทีไทยตก
นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง กระแสข่าวว่าขณะนี้มีบริษัทไอทีเพื่อนบ้านไทย เช่น เวียดนาม อินเดีย รุกเข้ามาตั้งสาขาไทย และรับงานไอทีตัดหน้าคนไทยเพิ่มขึ้น กระทั่งไทยถูกลดอันดับขีดการแข่งขันไอทีลงว่า เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาที่รัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรไอทีอย่างเป็นรูปธรรม แม้ภาคเอกชนยังต้องการแรงงานไอทีอยู่ต่อเนื่อง แต่ประเทศกลับไม่สามารถป้อนบุคลากรด้านนี้เข้าสู่ภาคเอกชนได้มากเท่าที่ควร
เขาเห็นว่า ไทยต้องหันกลับมาดูโครงสร้างไอทีใหม่ เน้นตั้งแต่จุดเริ่มต้น ระดับมหาวิทยาลัย ทำอย่างไรให้มหาวิทยาลัยผลิตบุคลากรให้ตรงความต้องการภาคเอกชนมากที่สุด อาจต้องปรับแต่งหลักสูตรการเรียน การสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของเอกชนมากขึ้น
ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐ หรือที่เกี่ยวข้อง ต้องดึงบริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์ด้านไอทีเข้ามา และร่วมมือพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร รวมถึงรัฐบาลต้องกำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรไอทีให้เป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดกรอบนโยบายให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปวางรูปแบบการช่วยเหลือ และสนับสนุนตามกรอบเวลาที่เหมาะสม
"ผมมองว่าเรื่องนี้รัฐต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ในอีกทางก็ต้องใช้ศักยภาพของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เข้ามาส่งเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เป็นรูปธรรม ชัดเจน ตั้งแต่ต้นน้ำ จนกระทั่งเกิดการจ้างงานในระบบ ทั้งหมดนี้ ต้องร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตั้งแต่กระทรวงไอซีที พาณิชย์ คลัง วิทย์ฯ และกระทรวงศึกษา มานั่งคุยกัน และวางกรอบความร่วมมือให้ชัดเจน"
ด้านนายภานุวัฒน์ ขันโมลีกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย (ทีซีเอ็ม) สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (เอทีซีไอ) กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรไอทีนั้นขึ้นอยู่ที่นโยบายของภาครัฐเป็นสำคัญ หากรัฐไม่ส่งเสริม สินค้าต่างประเทศก็จะเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดไทยหมด
"ขณะที่ตลาดแรงงานไอทีเพื่อนบ้าน อย่างอินเดียก็ราคาถูก มีศักยภาพเหนือกว่าเรา ยิ่งทำให้ตลาดแรงงานไอทีไทยไม่ได้รับความสนใจ และถ้ารัฐไม่คิดที่จะส่งเสริมอีก ก็จะส่งผลกระทบระยะยาว ประเด็นนี้ต้องถูกบรรจุอยู่ระดับนโยบายของรัฐบาล ทั้งเรื่องสินค้า และตลาดแรงงาน ที่ผ่านมา พอรัฐบาลบอกว่า จะส่งเสริมก็บอกแค่นั้น แต่ระดับปฏิบัติการไม่ได้รับรู้ จึงไม่มีความต่อเนื่องจากระดับบน สู่ระดับล่าง"
นายภานุวัฒน์ กล่าวต่อว่า แผนแม่บทไอซีทีฉบับที่ 2 (ปี 2552-2555) เป็นหนึ่งในแนวทางการยกระดับไอซีทีของประเทศ ที่เขียนเอาไว้ครอบคลุม หากภาครัฐทำตามแผนแม่บทดังกล่าวอย่างจริงจังเหมือนอย่างที่เขียนเอาไว้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า ปัญหา คือ แผนแม่บทตอนนี้ก็ยังไม่มีใครยึดเป็นแนวทางอย่างจริงจัง ไม่มีใครรับทราบว่าแผนดังกล่าวจะส่งผลต่อการทำงานทั้งส่วนภาครัฐ และเอกชนอย่างไร ดังนั้น ผลก็จะไม่เกิดตามที่แผนเขียนไว้
"ซึ่งจริงๆ แล้ว แผนแม่บทจะเขียนให้มันสวยหรูอย่างไรก็ได้ แต่ประเด็น คือ ถ้ามีแล้วไม่เกิดผล ก็ไม่มีประโยชน์"
Tags : ไอที

ความคิดเห็นที่ 7
watches omega , 13 สิงหาคม 2554 07:40
vintage time pieces for people are actually very
ความคิดเห็นที่ 6
discount bedding , 11 สิงหาคม 2554 14:16
best source for replica watcheshigh quality
ความคิดเห็นที่ 5
replica watch , 9 สิงหาคม 2554 13:03
some people cannot afford
ความคิดเห็นที่ 4
bedding sets , 6 สิงหาคม 2554 13:46
An authentic Hermes bag come with
ความคิดเห็นที่ 3
ผ่านมา , 3 พฤศจิกายน 2552 19:15
คนออกจากตลาดก็เพราะว่า ทำงานหนักเงินเดือนน้อย มันเลยหนีไปหมดไง
ความคิดเห็นที่ 2
sakujung , 3 พฤศจิกายน 2552 14:57
ทำไมเราต้องทำตามประเทศอื่นล่ะครับ ผมทำ IT มาเกือบ 10 เห็นเลยว่า เข็น IT ในไทยยาก โดน อินเดีย แย่งไป หมด ไม่ใช่ คนไทย ไม่เก่งครับ แรงงานไอทีไทย ทำได้ สักพัก ออกจากตลาดหมด ไปทำอย่างอื่นหมด แรงงานระดับ Expert มีประสบการณ์ หายากมากๆ
อย่าไปไล่ อินเดียเลย เค้าไปไกลแล้ว เราหันมาทำสิ่งที่เราถนัดดีกว่า เช่น เน้นเกษตรกรรมแบบไฮเทค เน้นการแพทย์ และยา ดีกว่า ครับ ไอที มันโหลไปแล้ว
ความคิดเห็นที่ 1
Theone , 3 พฤศจิกายน 2552 08:45
ครับ..เห็นด้วยอย่างมากเพราะผมเองทำธุรกิจระบบสือสาร PABX&CCTV มากว่า20ปีคชต้องรับเด็กปวส.มาฝึกเองบ้างร่วมโครงการทวิภาคีกับมาหลัย+วทยาลัยบ้างเพือฝึกฝนเด็กในด้านสายงานเฉพาะที่เราทำอยู่ให้เชียวชาญ..สนใจเชิญเยี่ยมชมเราได้ที่WWW.CKMIT.COM