คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคมวุฒิสภา แนะ 8 ทางเลือกกิจการสื่อสารโทรคมฯรัฐจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือแข่งเอกชน
นายอนันต์ วรธิติพงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจสาขาสื่อสารโทรคมนาคม กล่าวระหว่างงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นเรื่อง "ทิศทางการอยู่รอดของการสื่อสารโทรคมนาคม" ว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ศึกษา และรวบรวมประเด็นปัญหาจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจสาขาสื่อสารโทรคมนาคมให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง
เนื่องจากปัจจุบันปัญหาของบมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม มีหลากหลาย จากการที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และ 2550 ได้บัญญัติให้คลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติ ทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ขึ้นมากำกับกิจการโทรคมนาคม เพื่อดูแลการแข่งขันที่เป็นธรรม เป็นผลให้รัฐวิสาหกิจของประเทศต้องปรับเปลี่ยนจากผู้กำกับเป็นผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม รายได้มากกว่า 40% ของทีโอที และกสท มาจากส่วนแบ่งรายได้ที่มาจากคู่สัญญาร่วมการงาน และยังก่อให้เกิดปัญหาฟ้องร้องอีกมากมายทั้งระหว่างทีโอที กับกสท และทีโอที หรือ กสท ฟ้องเอกชนร่วมการงาน รวมมูลค่าการฟ้องร้องหลายหมื่นล้านบาท หากผลแพ้ชนะออกมาจะเกิดความเสียหายแก่กิจการเหล่านี้อย่างแน่นอน อีกประการหนึ่งที่แม้ทั้งสองหน่วยงานจะถือหุ้นโดยกระทรวงการคลังเช่นกัน แต่ก็ลงทุนซ้ำซ้อนกัน
ทั้งนี้ ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ 2 หน่วยงาน แบ่งเป็น 8 ประเด็นคือ รัฐควรกำหนดบทบาทชัดเจนว่าจะให้เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือดำเนินกิจการแข่งขันเอกชน หากจะให้แข่งขันกับเอกชนก็ต้องดูว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 84(1) ที่ห้ามมิให้รัฐประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชนหรือไม่ ทั้งควรต้องแก้ไขกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อกิจการของทั้งสองหน่วยงาน รัฐควรต้องเสริมสร้างการลดความขัดแย้งระหว่างกันของทั้งคู่ พร้อมกันนี้ ยังมีปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการรักษารายได้หลักไว้ ควบคู่กับการหารายได้ชดเชยสัมปทาน
นอกจากนี้ การจะแก้ปัญหาของทั้งสองหน่วยงานได้เมื่อเปิดเสรีกิจการโทรคมนาคมคือ ต้องทำให้ทั้งคู่ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่สามารถใช้ร่วมกันได้โดยอาจตั้งโฮลดิ้ง คัมปานีขึ้น ขณะเดียวกัน ควรต้องมีการกำหนดนโยบายกำกับดูแลเป็นพิเศษของรัฐวิสาหกิจที่ต้องแข่งขันสมบูรณ์และเป็นบริษัทจดทะเบียนแม้จะยังไม่กระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม รวมทั้งต้องปลอดการเมืองแทรกแซงการบริหารจัดการภายใน
นายแพทย์วีระ บูรณะกิจเจริญ นายแพทย์เชี่ยวชาญสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า ทั้งทีโอที และกสท ต่างพึ่งพารายได้จากส่วนแบ่งสัญญาร่วมการงาน ซึ่งลดน้อยลงตลอด จะเห็นจากส่วนต่างกำไรปี 2550 ทีโอที มี 6,400 ล้านบาท กสทมี 7,000 ล้านบาท ปี 2551 ทีโอที มี 5,900 ล้านบาท กสท มี 9900 ล้านบาท เพราะไม่นำส่งค่าเอซีให้ทีโอที แต่พอถึงปี 2552 คาดว่า ทีโอทีจะเหลือ 5,000 ล้านบาท และกสท เหลือ 7,000 ล้านบาท ฉะนั้น ต้องหาทางอย่างไรให้รัฐวิสาหกิจอยู่รอด
Tags : สื่อสารโทรคมนาคม
