ซิป้าปรับโครงสร้างภายใน หวังสร้างผลงานมากขึ้น แบ่งงานรอง ผ.อ.ใหม่ เจาะรายอุตสาหกรรม ยอมรับงานยังช้า คาด 3 เดือนข้างหน้าเรียบร้อย
นายจีรศักดิ์ พงษ์พิษณุพิจิตร์ ประธานคณะกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า ซิป้าอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่ ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และจะแบ่งให้รองผู้อำนวยการต้องดูแลแยกแต่ละอุตสาหกรรมให้ชัดเจนเพื่อให้มีเจ้าภาพในทุกงาน และต้องเห็นผลงานมากขึ้น จากเดิมที่จะแบ่งตามหน้าที่การปฏิบัติงาน
ที่ประชุมบอร์ด ได้จ้างที่ปรึกษาจากภายนอก เพื่อมาทำการวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งในหน่วยงานของซิป้า และให้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างใหม่ ใช้งบประมาณกว่า 8 ล้านบาท
"เข้ามารับตำแหน่งประธานประมาณกลางปี พยายามปรับปรุงซิป้าให้ทำงานดีขึ้น มีผลงานมากขึ้น ถือว่ามีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นมาบ้าง แต่ปัญหาหลักคือ การทำงานยังช้าอยู่ ถ้าปรับโครงสร้างแล้ว รอง ผ.อ. จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น มีการชี้วัดที่ชัดเจนขึ้น" นายจีรศักดิ์ กล่าว
นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผ.อ.ซิป้า กล่าวว่า อีก 3 เดือนข้างหน้าการปรับโครงสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ จะมีตำแหน่งที่ลดลงแน่นอน และจะแบ่งงานดูแลใหม่ให้ชัดเจน เช่น งานด้านเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ งานด้านแอนิเมชั่นมัลติมีเดีย งานด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งซิป้าเตรียมพัฒนาบุคลากรภายในให้สอดคล้องมากขึ้นและจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาในแต่ละส่วนเพิ่มเติม
"หลังการปรับโครงสร้าง ผลงานของซิป้าจะมากขึ้น วิธีการทำงานจะคล่องตัวมากขึ้น ได้คุยกับ ก.พ.ร. แล้ว มีรองเลขาธิการ เข้ามาช่วยดูตรงนี้ด้วย" นายรุ่งเรือง กล่าว
เลื่อนประเมินผล ผ.อ.หลัง 29 ต.ค.
นายจีรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้เตรียมนัดคุยกับคณะกรรมการประเมินผลเพื่อดูรายละเอียดขั้นสุดท้าย และจะเรียกประชุมคณะกรรมการทั้งหมดนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องการประเมินผล ผ.อ. โดยเฉพาะ แต่คงเป็นหลังจากการประชุมวาระทั่วไปในวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งสาเหตุที่ล่าช้าเพราะว่า มีเอกสารที่ต้องพิจารณาจำนวนมาก ต้องใช้ความรอบคอบ ประกอบกับซิป้าย้ายสำนักงานไปศูนย์ราชการ และตามกำหนดการประชุมเดิม ไม่สามารถใช้ห้องประชุมที่อาคารทีโอทีได้แล้ว
ปัญหาอีกประการคือ ความไม่ต่อเนื่องของบอร์ด ทำให้ทั้งการพิจารณาเรื่องต่างๆ ภายใน และการประเมินผลช้ากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งได้เร่งคณะกรรมการประเมินผลแล้วให้รีบสรุปโดยเร็วที่สุด
ประสานรอบทิศแก้ปัญหาละเมิด
นายรุ่งเรือง กล่าวว่า ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ ซิป้าจะร่วมมือกับดีเอสไอ ในการกวาดล้างผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวดมากขึ้น และจะผสานกับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขอให้มีการลดราคาซอฟต์แวร์ลงมา เช่น ความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ ขอลดราคาไลเซ่นวินโดว์ส เซเว่น ลง
ส่วนแนวทางการทำงานเพิ่มเติมในปี 53 จะผลักดันการใช้โอเพ่นซอร์สมากขึ้น เน้นให้ผู้ประกอบการในไทยหันมาใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ผลิตโดยนักพัฒนาชาวไทย
นอกจากนี้ ซิป้าได้เสนอแนวทางของศูนย์ไทยกริดไปยังที่ประชุม ครม. ว่า เป็นหน่วยงานที่มีความจำเป็น และต้องจัดสรรงบประมาณมาช่วยเหลือ แต่ต้องปรับแนวทางการทำงานให้เน้นเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น จากเดิมที่เน้นด้านวิชาการมากเกินไป แต่ศูนย์ฯ จะไปอยู่ภายใต้หน่วยงานใด ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ครม.
Tags : ซิป้า

ความคิดเห็นที่ 3
= = , 20 ตุลาคม 2552 18:23
***ส่วนของค่าย CPที่เคยบอกทำแนวนั้นก็จะดีเพราะเป็นภาคบริการทั้งระบบไม่ต้องห่วงว่าใครจะซื้อแพงกว่าได้เลยเพราะในส่วนที่อยู่ก็ขายประจำและยังลดต้นทุนขนส่งและการผลิตทำให้ไม่เป็นปัญหาในการรับซื้อเพราะราคาแน่นอนกว่ามีตลาดผู้บริโภคก็เลยบอกให้ไปรวมกับเครือเดิมของเขาและก็รวมโลจิสและไปรษณีย์ต้นทุนด้านการค้าเราถูกกว่าและลูกค้าแน่นอนทำให้ไม่น่ากังวลอย่างเครือ S@Pในอเมริกานั้นก็ใช่ถ้าจะไปค้าขายด้านอาหารกับเขาก็รวมหุ้นและการผลิตกับเขาก็จะทำให้เสริมเขาไปได้ในส่วนของภาคการจัดการทั้งระบบเพราะมองผ่านๆก็น่าจะดูออกอ่ะครับว่ามีเท่าไรและขาดเท่าไร
ความคิดเห็นที่ 2
= = , 20 ตุลาคม 2552 18:18
***ยังแปลกๆโลจิสอยู่เลยน่าจะสร้างโบกี้ดัดแปลงได้แล้วอ่ะครับรับรองไวชัวส์และเม็ดเงินหมุนย่างไวและรัฐบาลก็นั่งเก็บภาษีในการกระจายรายได้ได้ไวจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั่วไทยเพราะในหน่วยเขตพื้นที่ระบบก็เป็นแนวผลิตอาหาร/แรงงาน/วัตถุซึ่งผลิตวัตถุเพิ่มเพื่อไปเป็นค่าตอบแทนที่สร้างอาหารให้แรงงานแรงงานก็ดีขึ้นเพราะจะได้ไปสร้างวัตถุให้อีกต่อซึ่งเป็นไปได้ยากในการผลิตจากทุกที่แต่ถ้าเป็นการติดต่อและขนส่งที่ไวก็ทำได้และห้างและที่อื่นๆในไทยก็จะมีสินค้ารวมทั้งแรงงานไว้สร้างวัตถุตอบสนองความต้องการซึ่งเป็นส่วนดีในไทยและก็ดีกับอาเชียนประเทศเพื่อนบ้านไปด้วยในตัวเพราะหากเขาทำเกษตรแล้วต้องการวัตถุถ้าขายให้คนไทยด้วยกันเองเขาก็คิดค่าวัถุและแรงงานที่สร้างและรวมไปถึงภาษีในการบริโภคซึ่งถ้าส่งออกนอกก็จะคิดแค่ค่าแรงและค่าวัตถุและค่าขนส่งและหรือรวมภาษีแต่คงจะน้อยกว่าที่ขายให้คนไทยด้วยกันเพราะไม่ได้ขายให้ไทยแต่ขายให้เพื่อนบ้านภาคการส่งออกเขาถึงชอบส่งออกก็คงเป็นเพราะเหตุนี้มั้งครับไม่รู้สิเพราะการส่งออกมันคือการเอาวัตถุที่สร้างไปขายซึ่งช่วยให้คนไทยมีงานก็เช่นกันการค้าด้านมหภาคใหญ่ๆอย่างเพื่อนบ้านสั่งสินค้าก็คงคิดราคาแรงงานและต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งซึ่งเขาก็จะไปตั่งภาษีในประเทศเขาเองเพื่อจัดระเบียบดูแลความเรียบร้อยทำให้เงินตรงนี้แรงงานก็สามารถเอาไปซื้อภาคสินค้าเกษตรเขามาเพื่อการบริโภคได้อีกด้วยไปในตัวซึ่งสินค้าเกษตรด้านการบริโภคก็จะลดราคาลงเพื่อเข้าในแรงงานและราคาต้นทุนก็จะต้องถูกเพราะถ้าไม่ถูกขึ้นก็ต้องไปถามเครือ CPFเอาเองว่าเขาเล่นอะไรเพราะระบบการจัดการสินค้าส่วนเกินวางแนวไว้แล้วหากสินค้าถูกขึ้นแต่ไม่น่าจะรวมไปถึงข้าวเพราะไม่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรด้านเนื้อสัตว์ที่ยิ่งต้นทุนถูกเพราะเยอะยิ่งสร้างเข้ามาในระบบเพื่อขายคืนได้ถูกกว่าเดิมเพราะจะได้บริโภคมากขึ้นจนคุ้มกับราคาวัตถุดิบที่เยอะอยากดูตัวเลขจำนวนผู้บริโภคและผู้ผลิตและต้นทุนไม่งั้นเดาได้ไม่ใกล้เคียงเพราะไม่เคยปลูกเองแต่สังเกตุถามๆเขาเอา
ความคิดเห็นที่ 1
= = , 20 ตุลาคม 2552 18:04
***กรรมวิทยาศาสตร์เขาไปถึงไหนกันแล้วผมยังไม่ได้ไปไหนจากบ้านเลยเซ็งจิต จะสร้าง WALL Eซักตัวยังไม่มีกะตังค์ซื้อถ่านไฟเลยแล้วเศรษฐกิจไทยทำไมยังอืดๆพิกลไม่เข้าใจดูจากข่าวที่ผ่านๆก็ไม่น่าจะมีปัญหาแล้วมั้งครับไม่รู้จิและหุ้นผมไม่รู้ว่าเป็นอย่างไงแต่ก็คงเป็นการซื้อขายในระบบสินค้ามั้งครับซึ่งถ้าขายได้หรือมีผู้บริโภคก็หุ้นดีและในส่วนตรงนี้คือผู้บริโภคในส่วนตัวเมืองอย่างเดียวมั้งครับเพราะในข่าวเรื่องเม็ดเงินจากงบประมาณยังกระจายไม่ถึงรอบนอกและความเจริญรวมทั้งการผลิตในทรัพย์สินอสังหาซึ่งเสี่ยกรณ์รู้ดีว่ามันหมายถึงอะไรอยู่ดีดีคนไทยมีอสังหาแพงๆขึ้นทั่วไทยจากเดิมที่คอยแค่ไปสำรวจรอบๆตัวเมืองงวดนี้ต้องไปไกลหน่อยเพราะต้องเดินทั่วไทยเพื่อคาดการ์ณเศรษฐกิจซึ่งจุดกระตุเนเศรษฐกิจหลักๆก็โลจิสอย่างที่บอกเพราะอยากให้ผลิตเร็วหรือบริโภคไวก็เช็คจากบัญชีเงินฝากในธนาคารของแต่ล่ะเขตว่าส่วนไหนพอจะช่วยได้เงินภาษีจากการบริโภคหักค่าจ้างค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเงินเก็บก็หาอะไรที่พอจะอุดหนุนได้ก็อุดหนุนมาใส่ในอีกเขตพื้นที่เพราะในอีกพื้นที่1 1 จะมีวัตถุดิบในการผลิตไม่เหมือนกันเลยต้องใช้ระบบติดต่อประกอบกับการบริโภคที่ไวและเป็นระเบียบติดอยู่ตรงที่ว่าเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศก็พลอยได้ด้วยซึ่ง สส.ก็ถือหุ้นส่วนหรือค่า GDPด้วยทำให้หนุนแบบไม่ลืมหูลืมตาอยู่เป็นประจำมั้งครับแต่ถ้ามีผู้ที่ไม่ค่อยชอบและดูไม่ดีอย่างที่เคยบอกผมชอบป๋าเปรมอยู่นิดๆเพราะเขาไม่เข้าข้างต่างประเทศจนเกินไปแบบ สส.ทั่วไปเลยทำให้อาจจะดีขอคนในส่วนของเขามาช่วยจัดระบบระเบียบดูแลท่องเที่ยวไทยอ่ะน่าจะเป็นผลดีเพราะอาจจะรวมไปถึงการถือส่วนครอบครองธุรกิจโรงแรมด้วยไปในตัวเพราะหากเริ่มเกิดปัญหาเขาไม่เข้าข้างหรือเริ่มปิดปัญหาสะสมอย่าง สส.ในไทยมั้งครับอย่างในไทยถ้าบอกให้คิดจริงๆปัญหาสะสมก็บัญชีเงินสีแดงในธนาคารทั่วไทยซึ่งป๋าเขาไม่ยอมให้ไทยเสียแบบนั้นแน่หากเริ่มประสบปัหาเพราะดูจากในอดีตตั่งแต่ต้มยำกุ้งที่เริ่มนโยบายไทยช่วยไทยเริ่มแป๊บเดียวก็เริ่มหาเงินมาใช้หนี้ในระบบได้เพราะภาคธุรกิจหรือการเงินการธนาคารหากการเมืองไม่แทรกแทรกมากจนเกินกำหนดจะทำให้ระบบหมุนได้ไปเรื่อยๆพอดีไม่ค่อยดูจากภายนอกและโฆษณาชวนเขื่อจากข่าวแต่ชอบดูจากเหตุการ์ณจริงมากกว่าซึ่งตอนนี้ก็ลองดูดีดีรัฐบาลยังวุ่นวายอยู่เรื่อยๆลูกพี่มาร์คยังวุ่นตามแก้ปัญหาการเมืองไม่จบซึ่งก็เข้าระบบไทยช่วยไทยเหมือนอย่างในอดีตโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่รู้สึกตัวกันหรอกครับแต่รูปเหตุการ์ณมันเหมือนๆกันเลยยังนึกๆอยู่ว่ารัฐบาลคืออะไรยังสับสนอยู่เลยเพราะไม่รู้เรื่องการเมืองจริงๆได้แต่เดาเอาอ่ะครับ ซึ่งตอนนี้ภาคธุรกิจการเงินในไทยคงยังนึกยิ้มๆอยู่มั้งว่าทั้งๆที่การเมืองก็ยังไม่สงบแต่ทำไมตัวเลขเศรษฐกิจในไทยมันดีขึ้นมาที่ล่ะนิดจากปีที่แล้วเพราะระบบมันเข้าไปสู่ไทยช่วยไทยอย่างที่บอก