ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ 3จีหนุนผู้ให้บริการโทรคม ลดการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ แถมกระตุ้นการแข่งขันบริการเสริม
รายงานจากบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หลักเกณฑ์ประมูล 3จี ใกล้เคียงกับที่ผู้ให้บริการคาดการณ์ไว้ จึงไม่น่าส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจเข้าประมูล แต่ต้องจับตาบริษัทต่างชาติจากจีน อังกฤษ อินเดีย ที่อาจร่วมทุนกับบริษัทไทยเข้าร่วมประมูล รวมถึงการรวมกันของกลุ่มธุรกิจไทยเพื่อขอซื้อหุ้นในบริษัทที่ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ในปัจจุบันจากรัฐวิสาหกิจต่างชาติ
หลังจากเปิดบริการ 3จีบนความถี่ใหม่น่าจะก่อให้เกิดผลดีมากมาย จากระบบ 3จีจะช่วยรองรับความต้องการใช้บริการเสริมที่เพิ่มขึ้น อันจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการแข่งขันในตลาดบริการเสริม ทั้งยังอาจเพิ่มรายได้ของบริการเสริมให้แก่ผู้ให้บริการ แต่เนื่องจากตลาดผู้ใช้บริการเสริมยังมีจำกัด การรับรู้รายได้จึงอาจเกิดช่วงครึ่งหลังของปี 2553
ศูนย์ฯ คาดว่า ระยะแรกของการเปิดใช้ระบบ3จีอาจส่งผลต่อการเติบโตของตลาดบริการเสริมปี 2553 ไม่มากนัก โดยมีสัดส่วนรายได้ 17-19% ของรายได้ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าตลาดตลอดปีประมาณ 2.8 -2.9 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 16-17% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่คาดว่าจะมีมูลค่า 2.4 - 2.5 หมื่นล้านบาท แต่จะเห็นชัดเจนในปีถัดไปหากผู้ให้บริการสามารถขยายตลาดผู้ใช้บริการเสริมด้วยการปรับปรุงคอนเทนต์ให้หลากหลายตรงความต้องการและพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
ผลดีอย่างเด่นชัดคือ การช่วยลดภาระส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องเสีย 20-30% ให้แก่รัฐวิสาหกิจคู่สัญญาสัมปทาน จากใบอนุญาตที่ผู้ให้บริการเป็นเจ้าของเองอาจเสียส่วนแบ่งรายได้ 6-10% และอาจช่วยให้ผู้ให้บริการมีอำนาจบริหารจัดการคลื่นความถี่มากขึ้น ทั้งอาจช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (เอซี)
"การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อรัฐวิสาหกิจที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานที่ต้องขาดรายได้ที่เคยได้รับประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่ก็คาดว่ากระทรวงการคลังน่าจะสามารถจัดเก็บภาษีรายได้จากผู้ให้บริการได้เพิ่มขึ้น"
Tags : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย • 3จี
