เวลากระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ ท่ามกลางความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่า การประมูลคลื่นความถี่และใบอนุญาตให้บริการ 3 จีจะเกิดขึ้นทันปีนี้
ที่เหลืออีกเพียง 3 เดือน แต่นั่นเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ จุดที่น่าสนใจจึงกลับมาอยู่ที่การเตรียมความพร้อมของผู้ให้บริการในตลาดว่าถ้า "3 จี" มาถึงจริงๆ แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับโทรคมนาคมในบ้านเรา โดยเฉพาะเจ้าตลาดอย่าง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าทุกการเคลื่อนไหวส่งผลกระทบถึงตลาดแน่นอน
"สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" รองผู้อำนวยการด้านการตลาด ของเอไอเอส บอกอย่างชัดเจนว่า เป้าหมายต่อไปของเอไอเอส ต้องการเป็น "ผู้นำและผู้กำหนดทิศทางของตลาดโทรคมนาคม 3 จี" ที่จะดีต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่ง "ทุกคน" หวังกับของใหม่ เพราะเห็นการสูญเสียทางการตลาดมามาก ทั้งการแข่งขันเรื่องราคา การแจกซิม ปัญหาการเชื่อมต่อทำให้โทรหากันไม่ติด ดังนั้นเอไอเอสจึงต้องการกำหนดทิศทางของตลาดให้ดี
ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เป็นการเตรียมรองรับของใหม่ที่จะเกิดขึ้นปีหน้า ไม่ขึ้นกับเศรษฐกิจ แต่ขึ้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะมี อย่างเช่น 3 จี ที่ต้นปีน่าจะเกิด ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกด้าน ซึ่งรวมถึงด้านการตลาดที่รับผิดชอบอยู่
"3 จี จะทำให้เกิดเรื่องใหม่ๆ มากมาย ทั้งเรคกูเลเตอร์ใหม่ จะแบ่งอย่างไรระหว่างลูกค้าเก่ากับลูกค้าใหม่ บน 2 ไลเซ่น ถ้าได้ไลเซ่นกันหมดก็ต้องลงทุนใหม่"
เตรียมพร้อมทุกด้านรับ 3 จี
การเป็นฐานะ "ผู้นำ" ตลาดเดิม ยิ่งท้าทายกับโจทย์ใหม่ 3 จี ที่ผู้ให้บริการทุกรายต่างเห็นหลักชัยเดียวกัน และมีความต้องการไม่ต่างกัน สมชัย เล่าว่าเอไอเอสได้เตรียมพร้อม 3 ส่วน เพื่อทำตามเป้าหมายในการเป็นผู้นำและผู้กำหนดตลาด ประกอบด้วย การเตรียมพร้อมด้านเทคโนโลยี การเตรียมพร้อมด้านแอพพลิเคชั่นและคอนเทนท์ และการเตรียมพร้อมด้านการตลาด และยังต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งส่วนของการกำกับดูแลใหม่ ที่จะมีทั้งสัญญาสัมปทานและหลักเกณฑ์ใบอนุญาต
อีกทั้งจะต้องวางแผนสำหรับการลงทุนโครงข่ายใหม่ ที่ต้องมีคุณภาพและครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน และการสร้างแบรนด์ใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเอไอเอส และมีความได้เปรียบ เพราะแบรนด์เอไอเอสเดิมมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ซึ่งส่วนนี้ถือว่าต้องจับตามองอย่างมากว่า ถ้าเอไอเอสได้ใบอนุญาต 3 จี จะมีแบรนด์ใหม่อะไรเกิดขึ้นในตลาด และแบรนด์เอไอเอสในปัจจุบัน จะเปลี่ยนไปอย่างไร
"โชคดีที่ทุกบริษัทอยู่ในสภาพเดียวกันหมด และเอไอเอสเก่งเรื่องการสร้างแบรนด์ และมีโมเมนตัม การสร้างแบรนด์จะไหลไปได้ดีกว่า" สมชัยเชื่อมั่น
แม้โชคร้ายที่ 3 จีมาช้า แต่เขา เชื่อว่า ถ้า 3 จีเกิดขึ้นในประเทศไทยจริง จะทำให้เกิดกลุ่มผู้ใช้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ที่คาดว่าจะมีประมาณ 20% ที่ต้องการใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่รวดเร็วขึ้น จากลูกค้า 28 ล้านราย ก็น่าจะมีลูกค้าที่สนใจใช้ 3 จี ประมาณ 5 ล้านรายและ 5% ที่เป็นเฮฟวี่ ยูสเซอร์ของดาต้าจะมา 3 จีแน่
อีกกลุ่มหนึ่งเป็นตลาดใหม่ คือ กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่คาดว่าจะเติบโตเร็วกว่ากลุ่มแรก ด้วยความเร็วขั้นต่ำ 7 เมกะบิตต่อวินาที ประกอบกับความต้องการอินเทอร์เน็ตที่ยังมีอีกมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทต่างจังหวัดที่ยังมีอีกหลายส่วนยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง จะสามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้เป็นอย่างดี ในทางเดียวกัน ในเมืองเองก็จะสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นด้วย คาดว่าช่วงปีแรกน่าจะมีผู้ใช้อย่างน้อย 3 ล้านคน
พัฒนาคน ขับเคลื่อนองค์กร
สมชัย เล่าต่อไปว่า การจะรองรับบริการที่ขยายมากขึ้นดังกล่าว ต้องใช้คนเป็นตัวขับเคลื่อน อาทิเช่น การจะพัฒนาช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อรับบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่เป็นโอกาสทางธุรกิจหากมี 3 จี เกิดขึ้น ก็ต้องให้ความรู้กับพนักงานให้สามารถทำตลาดและให้บริการได้ ซึ่งถือว่าจุดแข็งของเอไอเอส คือ การมีระบบที่ดี สร้างคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง
"ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของเรามีการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อระบบดีอยู่แล้ว บุคลากรจะแข็งแกร่ง วัฒนธรรมองค์กรจะดี พอเราใส่เรื่องกลไกตลาดใหม่ๆ เข้าไป ก็จะเกิดพลังในการทำงานมากขึ้น คล่องตัวมากขึ้น" สมชัย บอก และว่า "ต้องเป็นเด็กเรียนเก่ง เรียนดี และมีอีโมชั่น เป็นเหมือนเรือรบ ลำใหญ่ กลับตัวช้าๆ หากมั่นคง เทียบกับเรือเจ็ท เขากลับตัวเร็ว แต่ถ้าชนกับเรา เขาเละแน่"
เมื่อคนพร้อม เทคโนโลยีจะพัฒนาต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ก็สามารถต่อยอดได้ง่าย และการทำตลาดก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ แต่จะกลายเป็นความท้าทาย เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้แก่องค์กร และเป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้ ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย
ผันดับบลิวดีเอส ค้าเครื่องสร้างพันธมิตร
เมื่อถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับดับบลิวดีเอส ที่นำเอาโทรศัพท์มือถือ "โฟนวัน" เข้ามาทำตลาดเป็นซับแบรนด์ของเอไอเอสอยู่เกือบ 1 ปี สมชัยบอกว่า ปัจจุบันได้ลดบทบาทการทำตลาดเครื่องโฟนวันลง โดยจะเลือกเฉพาะรุ่นที่มีคุณภาพดีและขายได้จริงๆ มาทำตลาด แต่จะหันกลับไปเน้นทำตลาดเครื่องของพันธมิตรคู่ค้ามากกว่า อาทิเช่น โนเกีย และแบรนด์อื่นๆ
"โฟนวัน จะทำหน้าที่สนับสนุนเอไอเอสในบางกรณีเท่านั้น เพราะทิศทางของเอไอเอสคือ เราไม่ทำธุรกิจค้าเครื่องแข่งกับพันธมิตรของเรา ยิ่งในตลาดมีเครื่องดีๆ อยู่แล้ว ดังนั้น เอไอเอสจะมุ่งทำธุรกิจร่วมกับพันธมิตรมากกว่า" สมชัยบอก
3 จี คงยังไม่เกิดในปีนี้ แต่อย่างน้อยได้เห็นแล้วว่า เจ้าตลาดอย่างเอไอเอสเตรียมพร้อมอย่างไร ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเหล่านี้ ได้ส่งสัญญาณมาแล้วโดย "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ที่ดูแลการตลาดของเอไอเอสว่า "เราจะได้เห็นสิ่งใหม่ๆ น่าตื่นตาตื่นใจ และการแข่งขันที่สนุกสนาน ดุเดือด ไม่ใช่แค่แข่งกันลดราคาอย่างแน่นอน"
Tags : เอไอเอส
