กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 26 กันยายน 2552 01:00

ฮิตได้ ฮิตไป แต่ใครๆ ก็ยังใช้เอ็มเอสเอ็น

ฮิตได้ ฮิตไป แต่ใครๆ ก็ยังใช้เอ็มเอสเอ็น

ฮิตได้ ฮิตไป แต่ใครๆ ก็ยังใช้เอ็มเอสเอ็น

แม้ว่ายุคนี้หลายคนอาจหันมาให้ความสนใจทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊คของเล่นใหม่บนเน็ตที่หลายคนจับตาดูว่าความฮิตจะตกลงไปรวดเร็วเหมือนๆกับไฮไฟว์ หรือไม่

 ขณะที่หลายคน "ออกตัว" อย่างแรงว่า "ไม่มีทาง" ที่ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค กระแสจะตกลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะนี่คือ การสื่อสารในเจเนอเรชั่นใหม่บนโลกอินเทอร์เน็ต และอาจจะมีวงจรชีวิต (Life Cycle) ที่ยาวนานมากกว่า ..ตราบเท่าที่ยังไม่มีแพลตฟอร์มการสื่อสารรูปแบบใหม่มาลบความดัง

 เมื่อไม่กี่วันมานี้ "โปรแกรมสนทนา" บนอินเทอร์เน็ต ที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานอย่าง "เอ็มเอสเอ็น" (MSN) ฉลองครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัวบนโลกอินเทอร์เน็ตครั้งแรกเมื่อปี 2542 ...

 แน่นอนว่า คำถามส่วนใหญ่พุ่งไปยังผู้บริหาร "เครก ลอว์-สมิธ" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไมโครซอฟท์ ออนไลน์ เซอร์วิส กรุ๊ป ถึงความแรงของ "โซเชียล เว็บ" ในเมืองไทย

 "ผมไม่คิดว่าเอ็มเอสเอ็น จะได้รับผลกระทบ เพราะยอดการใช้งานเพิ่มมีอยู่ตลอดเวลา และผมก็ไม่ปฏิเสธความแรงของทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค ยังคิดว่ามันเป็นระบบการสื่อสารที่น่าอัศจรรย์ (Amazing) มาก และเพราะเราเห็นว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ เอ็มเอสเอ็นจึงได้รวบรวมทุกบริการของโซเชียล เว็บ เข้าไว้ในบริการของวินโดว์สไลฟ์ทั้งหมด"

 นั่นทำให้ทุกวันนี้ เอ็มเอสเอ็น กลายเป็น "ศูนย์รวม" โซเชียล เว็บ ทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค และอื่นๆ เพราะ (ถ้า) ใครที่ใช้วินโดว์ส ไลฟ์ ทั้งอีเมล หรือเอ็มเอสเอ็น ทุกครั้งที่เพื่อนในเครือข่ายอัพเดทข้อความ รูปภาพ ก็จะปรากฏที่เอ็มเอสเอ็น หรืออีเมลของผู้ใช้งานทันที ว่าเพื่อนๆ ในเครือข่ายของคุณทำอะไรใหม่ๆ (What's news) บนโซเชียล เว็บเหล่านั้นบ้าง

 ปัจจุบันมีอีเมลที่ส่งเข้ามายังฮอตเมล กว่า 3% เป็นแอคเคาท์จากเฟซบุ๊ค และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนใช้งานของเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์

 "ทุกคนใช้ทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค แต่ส่วนใหญ่ก็ยังออนไลน์เอ็มเอสเอ็น ยังใช้งานวินโดว์สไลฟ์ เมล์อยู่"

 ขณะที่ มีตัวเลขน่าสนใจ รายงานว่า ปัจจุบันผู้ใช้ทวิตเตอร์ในสหรัฐมากกว่า 60% มักไม่กลับมาใช้อีกในเดือนต่อไป หรืออีกนัยหนึ่ง คือ จำนวนผู้ที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง หรือสัดส่วนของผู้เล่นทวิตเตอร์จะกลับเข้ามาอีกในเดือนต่อมาอยู่ที่ระดับ 40% (http://blog.nielsen.com/nielsenwire/online_mobile/twitter-quitters-post-roadblock-to-long-term-growth/)

 "เครก" บอกว่า ถ้าจำนวนผู้ใช้รายเดือนของเอ็มเอสเอ็นทั้งหมด 330 ล้านคนร่วมมือกัน ก่อตั้งประเทศ “Messengerland” ขึ้นมา ก็จะกลายเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก (ถัดจากประเทศจีนและอินเดียตามลำดับ) และโดยเฉลี่ยของผู้ใช้เอ็มเอสเอ็นจะกลับมาลงชื่อแชทออนไลน์ 3 ครั้งต่อวัน ซึ่งมีค่าเท่ากับการที่คนเรารับประทานอาหารในแต่ละวัน

 และหากวัดจากการเข้าถึงประชากร จำนวนผู้ใช้วินโดว์ส ไลฟ์ 556 ล้านคน ก่อตั้งเป็นประเทศขึ้นมา จะเป็นประเทศที่ใหญ่ว่าสหภาพยุโรปทั้งหมด (ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 29 ประเทศ)

 "ทุกวันมีข้อความที่ถูกส่งผ่าน วินโดว์ส ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ 9.4 ล้านข้อความ คิดเป็น 291,000,000,000 ข้อความต่อเดือน"

 ขณะที่ คนไทยมีจำนวนผู้ใช้วินโดว์ส ไลฟ์ 7.4 ล้านคน ยังคงเพิ่มขึ้นอีก 27% ต่อปี จำนวนนี้ใช้เอ็มเอสเอ็นราว 5.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 25% ต่อปี ไทยถือเป็นอันดับ 8 ของโลกของการใช้งานเอ็มเอสเอ็นมากที่สุด ซึ่งผู้บริหาร คาดหวังไว้อย่างสูงว่า อีกไม่กี่ปีนับจากนี้ ไทยจะก้าวขึ้นไปติด 1 ใน 5 ของโลกที่ใช้เอ็มเอสเอ็นมากที่สุด

 

Tags : เอ็มเอสเอ็น

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

twitter มันไม่ใช่ im นี่

ความคิดเห็นที่ 1

จริงๆแล้ว msn กับ social media อื่นๆก็ไม่เหมือนเป็นบริการที่ทดแทนกันได้แต่อย่างใๆด เพราะว่า msn ัมนเป็น live chat แต่ว่าบริการอื่นๆเป็น "delay chat" คือว่าเหมือนกับเป็นการทิ้งข้อความเอาไว้เสียมากกว่า แล้วก็เชื่อม account ของคนได้เอง แต่ว่า msn ไม่ได้ทำการทำเชื่อม account หรือว่าแนะอะไรต่อๆกันไปได้ (ไม่รู้จักทำเอง จริงๆแล้วก็ทำได้ใน m ) ถ้าหากว่า msn ฉลาดพอที่จะทำก็จะเป็นวง social network ที่ใหญ่โตไำด้เช่นเดียวกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement