กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 16 กันยายน 2552 08:30

อินเทลพบอภิสิทธิ์ชงไอเดีย ดึงไอทีหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายเนวิน เชนอย รองประธานฝ่ายการตลาด และผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น

นายเนวิน เชนอย รองประธานฝ่ายการตลาด และผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

อินเทลส่งผู้บริหารระดับสูงเข้าพบนายกอภิสิทธิ์ ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชงไอเดียใช้งบอย่างฉลาด ผสานไอทีลงทุกโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

 นายเนวิน เชนอย รองประธานฝ่ายการตลาด และผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เช้าวานนี้ (15 ก.ย.) เขาได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีการพูดคุยกันถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย และโอกาสที่อินเทล พร้อมเข้ามาสนับสนุนโดยเฉพาะในโครงการด้านการศึกษา การวางโครงสร้างพื้นฐาน และการลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในชนบท 

 เขายังชื่นชมมาตรการดังกล่าวของไทย ที่ให้ความสำคัญกับภาคการศึกษา ทั้งการจัดสรรงบประมาณ และเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเด็กนักเรียน จากสัดส่วน 40 เครื่องต่อคน เป็น 20 เครื่องต่อคน 

 พร้อมกันนี้ อินเทล ยังมองถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะใช้ประโยชน์จากงบภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีการนำไอทีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้าง หรือติดตั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านพลังงาน เพื่อรองรับยุคศตวรรษที่ 21 

 “โครงการก่อสร้างต่างๆ ถ้าไม่มีไอทีเข้าไปอยู่ด้วย ก็จะกลายเป็นโครงการที่ไม่ฉลาด โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องเป็นการลงทุนที่ฉลาด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าก่อสร้างทางรถไฟ เราก็สามารถวางใยแก้วนำแสงไปตามรางรถไฟได้ ติดตั้งไว-ไฟบนรถไฟ มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ ” นายเชนอยกล่าว 

 ขณะที่ ในส่วนของโครงการครีเอทีฟไทยแลนด์ ซึ่งมีการพูดถึงการส่งเสริมงานด้าน 3ดี แอนิเมชั่นนั้น ทางอินเทล ก็สนใจเช่นกัน โดยเห็นแนวโน้มของประเทศไทย ที่กำลังเข้าไปสู่อุตสาหกรรมผลิตภาพยนตร์ 3ดี แอนิเมชั่นมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีพลังการประมวลผลสูงมาก โดยปัจจุบันบริษัทก็มีความร่วมมือกับสตูดิโอใหญ่ในสหรัฐทางด้านนี้อยู่แล้ว

แนะนายกฯเร่ง กทช. ไฟเขียวไวแม็กซ์
 นอกจากนี้ อินเทล ยังได้เสนอแนะให้ประเทศไทย เร่งอนุมัติคลื่นความถี่สำหรับบรอดแบนด์ไร้สาย (ไวแม็กซ์) ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ก็รับปากว่าจะไปเร่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้ 

 เนื่องจากไวแม็กซ์ เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยกระจายการเข้าถึงบรอดแบนด์ ไปยังพื้นที่ในชนบทได้อย่างดี เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่าการเข้าไปรื้อโครงข่ายสายทองแดงเดิมให้เป็นโครงข่ายดีเอสแอล เพื่อรองรับการเชี่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 

 “สัดส่วนการใช้บรอดแบนด์ต่อจำนวนประชากรทุกๆ 1 จุด ก็คือจีดีพีที่เติบโตขึ้น 1 จุด ” นายเชนอยกล่าว

 เขามั่นใจว่า เมื่อไรก็ตามที่มีการอนุมัติคลื่นไวแม็กซ์ ภาคเอกชนก็พร้อมจะนำเงินเข้ามาลงทุน ทำให้เกิดการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสร้างประโยชน์ทั้งเชิงสังคม และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในส่วนของอินเทล ก็พร้อมเสนอแพคเกจสนับสนุนด้านการเงิน สำหรับผู้ให้บริการ หากเห็นแผนธุรกิจที่ชัดเจน และผลศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจออกมาดี 

 ที่ผ่านมา อินเทล เข้าไปสนับสนุนการเงินในรูปแบบ “ อิควิตี้ ฟันด์ ” ให้กับผู้ให้บริการไวแม็กซ์หลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐ จีน รัสเซีย อินเดีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย 

 ขณะที่ สัปดาห์หน้าจะมีทีมงานของเขามาร่วมทำประชาพิจารณ์โครงการไวแม็กซ์กับ กทช. รวมทั้งยังมีการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ และทางฟากการจัดหาคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ราคาถูก เพื่อกระตุ้นให้การใช้งานขยายตัว 

 “สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือ รัฐบาลต้องอนุมัติคลื่นออกมาก่อน ผู้ให้บริการที่ได้ไลเซ่นก็จะได้วางโครงข่าย และอุตสาหกรรมพีซี ก็จะได้ผลิตสินค้าที่ใช้ไวแม็กซ์ได้ออกมา” นายเชนอยกล่าว

ตลาดไอทีต่างจังหวัดมาแรง
 นายเชนอย กล่าวว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ จะเริ่มต้นการลงทุนไวแม็กซ์ในพื้นที่ชนบทก่อนค่อยๆ ขยายมาเมืองใหญ่ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีโอกาสทางธุรกิจสูง เพราะประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงบรอดแบนด์ได้ และผู้ให้บริการสามารถเข้าไปเจาะตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องไปลงทุนเปลี่ยนโครงข่ายเดิม 

 ในส่วนของประเทศไทย เขาก็เห็นแนวโน้มดังกล่าวเช่นกัน เมื่อดูจากตัวเลขตลาดไอทีที่แม้จะซบเซาช่วงไตรมาสแรกปีนี้ จากผลกระทบจากไตรมาส 3 ปี 2551 แต่ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปีนี้กลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดคอมพิวเตอร์พกพา (โน้ตบุ๊ค) ที่ขยายตัวถึง 25% เทียบกับสินค้าหลายๆ กลุ่มที่ยอดขายตก ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเอวี หรือโทรศัพท์มือถือ 

 ทั้งนี้ การเติบโตของตลาดพีซี โดยเฉพาะกลุ่มโน้ตบุ๊ค เห็นได้ชัดเจนในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งตลาดผู้บริโภคมีความต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้บรรดาพ่อแม่ต่างก็เก็บเงิน เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูกๆ ใช้งาน

 ขณะที่ จากการสังเกตตลาดไทยช่วง 24 ชั่วโมงหลังเดินทางมาถึง เขาเห็นถึงความท้าทายของตลาดนี้ พบว่าภาคธุรกิจมีความมั่นใจที่จะลงทุนมากกว่าช่วง 9 เดือนก่อน ซึ่งเขาก็พูดถึงแนวโน้มนี้กับนายกรัฐมนตรีของไทยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการเติบโตของตลาดโน้ตบุ๊ค และบรอดแบนด์ไร้สาย ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างดิจิทัลได้

Tags : อินเทล

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

"เป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเด็กนักเรียน จากสัดส่วน 40 เครื่องต่อคน เป็น 20 เครื่องต่อคน"

----------------------------

โคตรเมพ...!!!!!!
40 เครื่องต่อคน ทำได้ไง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement