อินเทลส่งผู้บริหารระดับสูงเข้าพบนายกอภิสิทธิ์ ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชงไอเดียใช้งบอย่างฉลาด ผสานไอทีลงทุกโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
นายเนวิน เชนอย รองประธานฝ่ายการตลาด และผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เช้าวานนี้ (15 ก.ย.) เขาได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีการพูดคุยกันถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย และโอกาสที่อินเทล พร้อมเข้ามาสนับสนุนโดยเฉพาะในโครงการด้านการศึกษา การวางโครงสร้างพื้นฐาน และการลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในชนบท
เขายังชื่นชมมาตรการดังกล่าวของไทย ที่ให้ความสำคัญกับภาคการศึกษา ทั้งการจัดสรรงบประมาณ และเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเด็กนักเรียน จากสัดส่วน 40 เครื่องต่อคน เป็น 20 เครื่องต่อคน
พร้อมกันนี้ อินเทล ยังมองถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะใช้ประโยชน์จากงบภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีการนำไอทีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้าง หรือติดตั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านพลังงาน เพื่อรองรับยุคศตวรรษที่ 21
“โครงการก่อสร้างต่างๆ ถ้าไม่มีไอทีเข้าไปอยู่ด้วย ก็จะกลายเป็นโครงการที่ไม่ฉลาด โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องเป็นการลงทุนที่ฉลาด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าก่อสร้างทางรถไฟ เราก็สามารถวางใยแก้วนำแสงไปตามรางรถไฟได้ ติดตั้งไว-ไฟบนรถไฟ มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ ” นายเชนอยกล่าว
ขณะที่ ในส่วนของโครงการครีเอทีฟไทยแลนด์ ซึ่งมีการพูดถึงการส่งเสริมงานด้าน 3ดี แอนิเมชั่นนั้น ทางอินเทล ก็สนใจเช่นกัน โดยเห็นแนวโน้มของประเทศไทย ที่กำลังเข้าไปสู่อุตสาหกรรมผลิตภาพยนตร์ 3ดี แอนิเมชั่นมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีพลังการประมวลผลสูงมาก โดยปัจจุบันบริษัทก็มีความร่วมมือกับสตูดิโอใหญ่ในสหรัฐทางด้านนี้อยู่แล้ว
แนะนายกฯเร่ง กทช. ไฟเขียวไวแม็กซ์
นอกจากนี้ อินเทล ยังได้เสนอแนะให้ประเทศไทย เร่งอนุมัติคลื่นความถี่สำหรับบรอดแบนด์ไร้สาย (ไวแม็กซ์) ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ก็รับปากว่าจะไปเร่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้
เนื่องจากไวแม็กซ์ เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยกระจายการเข้าถึงบรอดแบนด์ ไปยังพื้นที่ในชนบทได้อย่างดี เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่าการเข้าไปรื้อโครงข่ายสายทองแดงเดิมให้เป็นโครงข่ายดีเอสแอล เพื่อรองรับการเชี่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
“สัดส่วนการใช้บรอดแบนด์ต่อจำนวนประชากรทุกๆ 1 จุด ก็คือจีดีพีที่เติบโตขึ้น 1 จุด ” นายเชนอยกล่าว
เขามั่นใจว่า เมื่อไรก็ตามที่มีการอนุมัติคลื่นไวแม็กซ์ ภาคเอกชนก็พร้อมจะนำเงินเข้ามาลงทุน ทำให้เกิดการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสร้างประโยชน์ทั้งเชิงสังคม และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในส่วนของอินเทล ก็พร้อมเสนอแพคเกจสนับสนุนด้านการเงิน สำหรับผู้ให้บริการ หากเห็นแผนธุรกิจที่ชัดเจน และผลศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจออกมาดี
ที่ผ่านมา อินเทล เข้าไปสนับสนุนการเงินในรูปแบบ “ อิควิตี้ ฟันด์ ” ให้กับผู้ให้บริการไวแม็กซ์หลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐ จีน รัสเซีย อินเดีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ขณะที่ สัปดาห์หน้าจะมีทีมงานของเขามาร่วมทำประชาพิจารณ์โครงการไวแม็กซ์กับ กทช. รวมทั้งยังมีการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ และทางฟากการจัดหาคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ราคาถูก เพื่อกระตุ้นให้การใช้งานขยายตัว
“สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือ รัฐบาลต้องอนุมัติคลื่นออกมาก่อน ผู้ให้บริการที่ได้ไลเซ่นก็จะได้วางโครงข่าย และอุตสาหกรรมพีซี ก็จะได้ผลิตสินค้าที่ใช้ไวแม็กซ์ได้ออกมา” นายเชนอยกล่าว
ตลาดไอทีต่างจังหวัดมาแรง
นายเชนอย กล่าวว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ จะเริ่มต้นการลงทุนไวแม็กซ์ในพื้นที่ชนบทก่อนค่อยๆ ขยายมาเมืองใหญ่ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีโอกาสทางธุรกิจสูง เพราะประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงบรอดแบนด์ได้ และผู้ให้บริการสามารถเข้าไปเจาะตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องไปลงทุนเปลี่ยนโครงข่ายเดิม
ในส่วนของประเทศไทย เขาก็เห็นแนวโน้มดังกล่าวเช่นกัน เมื่อดูจากตัวเลขตลาดไอทีที่แม้จะซบเซาช่วงไตรมาสแรกปีนี้ จากผลกระทบจากไตรมาส 3 ปี 2551 แต่ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปีนี้กลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดคอมพิวเตอร์พกพา (โน้ตบุ๊ค) ที่ขยายตัวถึง 25% เทียบกับสินค้าหลายๆ กลุ่มที่ยอดขายตก ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเอวี หรือโทรศัพท์มือถือ
ทั้งนี้ การเติบโตของตลาดพีซี โดยเฉพาะกลุ่มโน้ตบุ๊ค เห็นได้ชัดเจนในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งตลาดผู้บริโภคมีความต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้บรรดาพ่อแม่ต่างก็เก็บเงิน เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูกๆ ใช้งาน
ขณะที่ จากการสังเกตตลาดไทยช่วง 24 ชั่วโมงหลังเดินทางมาถึง เขาเห็นถึงความท้าทายของตลาดนี้ พบว่าภาคธุรกิจมีความมั่นใจที่จะลงทุนมากกว่าช่วง 9 เดือนก่อน ซึ่งเขาก็พูดถึงแนวโน้มนี้กับนายกรัฐมนตรีของไทยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการเติบโตของตลาดโน้ตบุ๊ค และบรอดแบนด์ไร้สาย ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างดิจิทัลได้
Tags : อินเทล

ความคิดเห็นที่ 1
เมพ , 16 กันยายน 2552 20:48
"เป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเด็กนักเรียน จากสัดส่วน 40 เครื่องต่อคน เป็น 20 เครื่องต่อคน"
----------------------------
โคตรเมพ...!!!!!!
40 เครื่องต่อคน ทำได้ไง