กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 15 กันยายน 2552 01:00

สรรหากทช.ชุดจับสลากเจอโรคเลื่อน

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

สรรหากทช.ชุดจับสลาก เจอโรคเลื่อน หลังพบ “วุฒิพร เดี่ยวพาณิช" หมดสภาพการดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมโทรคมฯ

นายธานีรัตน์  ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ในฐานะประธานกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า การเสนอรายชื่อผู้สมัครเป็นกรรมการ กทช. ชุดจับสลากออกไปยังวุฒิสภา เพื่อให้คัดเลือก 6 รายชื่อเหลือเพียง 3 รายชื่อ จะต้องเลื่อนออกจากกำหนดเวลาเดิม
 
เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งหนังสือมายังคณะกรรมการสรรหาว่า นายวุฒิพร เดี่ยวพาณิช หนึ่งในคณะกรรมการสรรหา กทช. ได้พ้นจากตำแหน่งนายกสมาคมโทรคมนาคมฯ ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการสรรหา กทช. ทั้งนี้ จึงทำให้การสรรหา กทช.ชุดจับสลากที่ยังขาดผู้ผ่านการคัดเลือกอีก 1 ท่าน จะต้องเลื่อนออกไปอีก
 
ขณะที่ กฎหมายกำหนดว่า จะต้องมีกรรมการสรรหาครบทั้ง 17 คน ทำหน้าที่เลือกรายชื่อจากผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเพื่อส่งให้วุฒิสภา
 
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหา กทช. ชุดจับสลาก ได้คัดเลือกรายชื่อผู้สมัครเป็นกรรมการ กทช. จากผลการคัดเลือกเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งมีผู้สมัครที่ได้รับคะแนน 12 คะแนน เพียง 5 รายชื่อ
 
ประกอบด้วย นายธรรมนูญ จุลมณีโชติ, พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์, นายบัณฑูร สุภัควณิช, นายพนา ทองมีอาคม, นางนรีวรรณ จินตกานนท์ เก่งเรียน
 
ขณะที่ คณะกรรมการฯ จะต้องคัดเลือกผู้สมัครอีก 1 คนจากที่เหลือ 7 รายชื่อ เพื่อให้ครบ 6 รายชื่อก่อนเสนอไปให้วุฒิสภาคัดเลือกเพื่อเหลือ 3 รายชื่อต่อไป
 
"อย่างไรก็ตาม ไม่เกินวันที่ 30 พ.ย.นี้ จะได้รายชื่อของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกที่เหลืออีก 1 ท่านอย่างแน่นอน" นายธานีรัตน์กล่าว
 
นายธานีรัตน์ กล่าวว่า วานนี้ (14 ก.ย.) คณะกรรมการสรรหา กทช. ต้องยื่นหนังสือไปยังกฤษฎีกา ว่าจะมีข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งก่อนที่จะสรรหา กทช.จะต้องได้กรรมการสรรหาให้ครบ 17 คนก่อน
 
รายงานข่าว ระบุว่า รายชื่อผู้สมัครอีก 7 รายชื่อ ที่ต้องรอการพิจารณาให้เหลือ 1 รายชื่อสุดท้ายในส่วนของ กทช. ชุดจับสลาก ได้แก่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ พล.อ.อนุสรณ์ เทพธาดา นายพันธ์ศักดิ์ ศรีทรัพย์ นายชัชวลิต สรวารี นายสมิตธิ์พงษ์ อาริยวัฒน์ นายประภัสร์ จงสงวน และรองศาสตราจารย์นิพันธ์ จิตะสมบัติ
 
ทางด้านรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อมาแทนตำแหน่ง กทช. ในชุดลาออก 2 รายชื่อ ได้แก่ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร และนายชูชาต สุขสงวน โดยคณะกรรมการสรรหา กทช.จะเสนอรายชื่อให้กับวุฒิสภาในสัปดาห์นี้เพื่อคัดเหลือเพียงรายชื่อเดียว

Tags : กทช.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

***กินข้าวก่อนล่ะคิดไปคิดมาผมมานั่งมึนเขียนอะไรในเว็ปนี้อ่ะเนี่ยสงสัยจะว่างเกินไป

ความคิดเห็นที่ 2

***พอจะใช่หรือเปล่าหว่าที่หัวใจและปอดขยับได้ก็เพราะพลังงานเหล่านี้และก็ศูนย์ควบคุมส่วนนี้ที่จะถ่ายเทแก๊สก็มี2-3ทางมั้งอันนี้ไม่รู้มั่วเอาแต่น่าจะมาจากเม็ดเลือดส่วน1และจากกระบังลมที่ปิดตัวเองและก๊าสที่ไหลย้อนขึ้นมาจากลำไส้ดูดซึมเข้ากระแสส่วนไหนสักแห่งเหนือกระเพาะอาหารมาใช้ทำเป็นน้ำดีและส่วน1ไหลขึ้นมาเกาะที่ปอดรอดูดออกวิเจนและรออะไรสักอย่างในร่างกายนี้แหละเป็นตัวจุดคบเพลิงให้ออกซิเจนรวมกับแก๊สทำให้หายใจออกมีคาร์บอร์ไดออกมา

ความคิดเห็นที่ 1

***พอจะนึกอะไรออกเกี่ยวกับทำไมลำไส้ต้องยาวร่วม40เมตรและอุตจาระส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นและพลังงานที่ทำให้หัวใจและปอดขยับได้ ปอดและหัวใจไม่สามารถขยับได้เองและพลังงานตรงนี้ส่วนใหญ่จะมาจากไหนพลังงานที่ขยับดีที่สุดและเป็นระบบก็พลังงานก๊าสซึ่งลองย้อนไปดูลำไส้ยาวร่วม40เมตรและการที่ยาวขนาดนั้นสิ่งที่เกิดก็คือการค่อยค่อยเคลื่อนตัวของอาหารประกอบกับจะถูกดูดซึมทุกครั้งที่เริ่มมีขนาดเล็กลงหรือได้สัดส่วนที่ต้องการคำถาม ทำไมต้องทำให้วุ่นวายขนาดนั้นแทนที่จะอยู่รวมที่กระเพาะทีเดียวค่อยๆดูดซึมและส่วนเกินก็ถ่ายเทออกยามมีเกินหรือได้ที่ไม่ต้องการเฮอเฮอ /// คิดต่อการที่เรามีอาหารในร่างกายและก็อยู่ในระบบหากเริ่มการย่อยสิ่งที่จะเกิดอยู่นิดๆก็คือแก๊สที่ผสมอยู่ในลำไสปะปนไปบอาหารใช่ไหมและการที่มีแก๊สก็จะเป็นพลังงานได้การที่แก๊สเหล่านั้นหายไปจะไปอยู่ที่ไหนเอ่ยอันนี้ผมไม่รู้รู้อยู่แค่ว่าปอดและหัวใจไม่สามารถขยับได้เองด้วยการทำงานของเม็ดเลือดแดงเพียงอย่างเดียวต่อาจจะประกอบไปด้วยแก๊สที่เม็ดเลือดแดงสะสมตัวเองจากการเดินทางในระบบร่างกายทำให้เกิดการหมักหมมเกิดเป็นพลังงานและมาคายแลกเปลี่ยนที่ปอดถ้าปอดเอาออกซิเจนมาอยู่ใกล้แก๊สเหล่านั้นส่วน1และก็มีอวัยวะปอดส่วน1สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้และหรือสมองก็ผลิตกระสไฟได้ปล่อยตัวกระแสไฟฟ้ามา1ตัวจุดกลุ่มแก๊สเหล่านั้นทำให้ต้องขยับเพราะได้รับพลังงานความร้อนและการดีดีตัวของพลังงานทำให้เกิดเป็นก๊าสคาร์บอร์ส่วน1ที่ได้จากการผสมแก๊สจากร่างกายที่ผลิตเองโดยจากเม็ดเลือดและลำไส้ที่หมักจนได้ทีแล้วก็นำมาเป็นพลังงานให้2ส่วนนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement