กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 14 กันยายน 2552 10:42

วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง นักคิด นิวมีเดีย รุ่นใหม่

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง หนุ่มรุ่นใหม่ ความคิดไม่ธรรมดา บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เจ้าของทวิตการตลาดที่กำลังได้รับความสนใจ www.mkttwit.com/live

มีไม่กี่คนในโลกแห่ง "โซเชียล เว็บ" ของไทยที่ได้รับความสนใจ ถึงขั้นเรียกว่าเป็น "อินฟลูเอนเซอร์" (Influencer) หรือบุคคลที่ได้รับการยอมรับบนเครือข่ายสังคม ศัพท์ฮิตๆ ที่เกิดมาพร้อมกับกระแส "ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค" ไหลบ่า "วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง" หรือ @worawisut หนุ่มรุ่นใหม่ ความคิดไม่ธรรมดาเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่ถูกพูดถึงมากบนสังคมเครือข่าย โดยเฉพาะบน "ทวิตเตอร์" อาจเป็นเพราะเขา คือ หนึ่งในทีมงานรุ่นใหม่ในกลุ่มธุรกิจ 3จี สังกัดค่ายโทรคมเบอร์ 2 อย่าง "ดีแทค"
 
แต่อีกมุม เขามีดีกรีบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ ด้านโทรคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาบัณฑิตด้านการตลาด จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ทำให้หนุ่มคนนี้สนใจเรื่องราวของ "อินเทอร์เน็ต" มากเป็นพิเศษโดยเฉพาะ "นิวมีเดีย" ชนิดเจาะเกาะติดมาตั้งแต่อินเทอร์เน็ตในไทยยังเป็นวุ้น มีเว็บไซต์ชื่อดังแค่ไม่กี่เว็บ

นักคิดเชิง "ฮาวทู"
ปัจจุบัน "วรวิสุทธิ์" เป็นหนุ่มนักคิดเชิง "ฮาวทู" ในโลกของออนไลน์ เป็นเจ้าของเว็บที่บรรจุเรื่องราวเทคโนโลยีเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
http://www.newmedia.in.th/ และ http://www.mkttwit.com/live เว็บล่าสุดที่เขาได้ "แตกกลุ่ม" สำหรับชาวทวิตเตอร์ ให้คอการตลาดมารวมตัวกันแบบเฉพาะกิจ
 
"ผมสนใจอินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่ยังมีเว็บดังๆ แค่ พันทิป กระปุก สนุก แค่นั้น ส่วนตัวใช้เน็ตเยอะมาก ชอบดูเทรนด์ว่าตอนนี้ในต่างประเทศนิยมเทคโนโลยีอะไรกัน มีรูปแบบการสื่อสารแบบไหน คลุกคลีกมากว่า 12 ปี เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะความเร็วในการเชื่อมต่อเน็ต คอนเท้นท์ที่หลากหลายมากขึ้น"
 
วรวิสุทธิ์ บอกว่า อินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนโลกของการสื่อสารไปแบบไม่เหลือเค้าเดิม วันนี้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของคอนเท้นท์ดีๆ โปรโมท และสร้างการยอมรับได้ด้วยตัวเอง จากเดิมอาจมีข้อจำกัดการเข้าถึงสื่อ แต่ ณ วันนี้อินเทอร์เน็ตทลายกำแพงแห่งข้อจำกัดหลายๆ อย่างออกไปจนหมดสิ้น
 
โลกออฟไลน์สมัยก่อน การเข้าถึงสื่อค่อนข้างยาก แต่พอเน็ตเข้ามาทุกอย่างดูง่ายขึ้น
 
"อย่างผมเองทำเว็บให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี เว็บแรกเลยที่ทำ คือ เว็บที่พูดถึงแอพพลิเคชั่นไอโฟน และแบล็คเบอรี่ เพราะมีหลายคนบ่นว่า ไอโฟนใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก ผมเองมีความรู้เรื่องนี้อยู่ ก็เขียนแนะนำแอพพลิเคชั่นต่างๆ พอแนะนำไป ก็มีคนเข้ามาแลกเปลี่ยนมากพอสมควร หรืออย่างเว็บ
http://www.newmedia.in.th ก็เป็นเรื่องราวความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวนิวมีเดียทั้งหมด เทรนด์ที่น่าสนใจต่างๆ ผมถือว่าเป็นแหล่งให้ความรู้ ที่ให้ทั้งเชิงฮาวทู และเชิงกลยุทธ์ เอาหลักคิดของเอ็มบีเอมาใช้ ให้คนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้"
 
วรวิสุทธิ์ บอกว่า คนที่เข้ามาในเว็บของเขาแรกๆ อาจจำกัดในแวดวงของนักเทคนิคไอที แนวฮาร์ดคอร์ แต่ ณ วันนี้เขาเชื่อว่า คนทุกกลุ่มโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ก็เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้มากขึ้น

ผุดเซคเม้นท์ "ทวิต" การตลาด
"อย่างทวิตเตอร์ ตอนนี้คนเข้ามาเล่นเยอะมาก ทำให้หัวข้อการพูดคุย หรือการทวิตมีความหลากหลายมาก ผมจึงคิดที่จะทำแตกเซคเม้นท์สำหรับคนที่ทวิต หรือคนที่สนใจเรื่องการตลาด ก็เลยสร้างแท็คขึ้นมา ซึ่งคนที่ทวิตเรื่องเกี่ยวกับการตลาดก็สามารถใส่แท็ค #mkttwit ไว้ท้ายข้อความ ซึ่งข้อความดังกล่าวจะส่งไปยังเว็บ
http://www.mkttwit.com/live ที่จะมีทวิตการตลาดทั้งหมด ตอนนี้หัวข้อฮิตๆ จะเป็นเรื่องซีเอชอาร์ หรือการพีอาร์สินค้าต่างๆ การทำแบรนด์ดิ้ง ซึ่งบางครั้งก็จะมีนักการตลาดที่เชี่ยวชาญด้านนั้นจริงๆ มาร่วมพูดคุยในเว็บนี้ด้วย"
 
ขณะที่ มุมมองความแรงของโซเชียล เว็บวันนี้ เขาเห็นว่า เพราะพฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป จากเดิมคนอาจจะใช้เวลาดูทีวีมาก ก็เปลี่ยนมาเข้าอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น จากดูเว็บเบส ธรรมดาก็กลายมาเป็น เว็บคอมมูนิตี้ อย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ที่วันนี้คนไทยเข้าเฟซบุ๊คมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ส่งผลไปถึงเอเจนซี่ โฆษณา ที่พยายามหาทางเข้าไปมีส่วนแบ่งในเว็บไซต์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
 
"มีประเด็นหนึ่งที่กำลังถกเถียงกันเรื่องการใช้โซเชียล เว็บเป็นช่องทางในการทำตลาด หลายคนมองว่า หากเน้นการขายสินค้ากันแบบตรงๆ บนเว็บประเภทนี้ อาจไม่ได้รับการยอมรับมาก เพราะคนที่อยู่ในคอมมูนิตี้นี้ จะมองว่าเป็นการมุ่งเข้ามาขายของเกินไป ดังนั้นคนที่จะทำการตลาดบนโซเชียล เว็บจึงควรหาวิธีเข้ามาในลักษณะพูดคุย แบ่งปัน ประสบการณ์ในการใช้สินค้านั้นๆ มากกว่าที่จะขายของตรงๆ พยายามทำให้สินค้านั้นมีชีวิต มีความเป็น Human มากขึ้น"

2จอจุดพลังนิวมีเดีย
"วรวิสุทธิ์" ยังวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลง "นิวมีเดีย" ในไทยนับจากนี้ด้วยว่า ปัจจุบัน คนจะพูดถึง 3 หน้าจอหลัก หน้าจอแรก คือ โทรทัศน์ จอที่สองคือคอมพิวเตอร์ และจอที่สาม คือ โทรศัพท์มือถือ ซึ่ง 2 จอหลังจะเข้ามามีบทบาทกลายกลายเป็นสื่อกระแสหลักได้ในอีกไม่นาน แม้ว่าในต่างประเทศจอโทรทัศน์จะกลายเป็นจอที่คนดูน้อยที่สุดไปแล้วก็ตาม
 
"อย่างในอังกฤษ ตอนนี้คนดูทีวีลดลงเหลือแค่ 40% แล้ว เขาก็หันมาใช้อินเทอร์เน็ตเยอะขึ้น สามารถแทนกันได้ แต่ประเทศไทย ผมว่าเราต้องรออีกสักระยะ อย่างจอมือถือ คิดว่าถ้าจะให้มีพลังจริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟน นั่นหมายความว่าสมาร์ทโฟนต้องหันจับตลาดแมสให้ได้ ขณะที่ถ้าปีหน้ามี 3จี คนจะเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตได้เยอะมากขึ้น ถึงตอนนั้นผมว่านิวมีเดียในไทยก็น่าจะมีพลังมากกว่านี้" วรวิสุทธิ์ ว่า

Tags : ทวิตเตอร์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

***วันนี้นึกสังเกตุได้แค่นี้ล่ะเพราะพึ่งตื่นนอน

ความคิดเห็นที่ 2

***มดแดงทำไมขนาดเริ่มเล็กลงแปลกดีพอดีเป็นพวกชอบสังเกตุแต่งวดนี้คงไม่มีอะไร อย่างในไทยงวดก่อนก็ยุงลายที่มีขนาดเล็กลงเกิดโรคฮิรุนกุนยาก่อนไข้หวัดใหญ่จะมาระบาดเพื่อเป็นสัญญาณเตือนความสามารถการวิวัตฒนาการของสิ่งมีชีวิตมักบอกเป็นสัญญาณเตือนต่างๆนาๆตัวอย่างปลาดุกทำไมถึงรับคลื่นสัญญาณแผ่นดินไหวได้ก่อนพวกทั้งๆที่หาหูปลาดุกไม่เจอก็อาจจะตั่งสมมุติฐานว่าประสาทสัมพัทธส่วน1หรือหูปลาดุกก็คือผิวหนังเลื่อมๆอันนั้นก็ได้และเนื้อปลาส่วนขาวๆก็เป็นสมองคอยรับคอยจำสิ่งต่างๆที่ผ่านมาและตาของปลาก็มีขนาดมองเห็นใกล้ไกลต่างกันแต่ก็ยังสามารถเคลื่อนทีตามกระแสน้ำขุ่นมัวได้ก็ต้องมีประสาทสัมพัทธที่ใหญ่และดีอยู่อีกส่วนที่ใหญ่กว่าขนาดลูกตาก็อาจเป็นไปได้ที่ผิวหนังก็เป็นที่รับคลื่นชนิด1 เออแล้วหาสาเหตุว่าช้างตกมันได้อย่างไงหรือยังครับพอดีนึกขำๆว่ามันอาจจะปวดฟันก็เป็นได้เพราะหากมีกระดูกงอกผิดปกติในส่วนใกล้ๆสมองก็เหมือนคนเราปวดฟันพยายามจะหาอะไรงัดแงะข้างในให้ฟันหรือกระดูกหักก็เป็นได้แต่พอเริ่มเข้าที่หรือหายตกมันก็อาจเป็นไปได้ว่างอกหรือกระดูกเลือมเข้าทีจนทำให้หายเจ็บปวดแล้วก็เป็นได้

ความคิดเห็นที่ 1

***มดแดงทำไมขนาดเริ่มเล็กลงแปลกดีพอดีเป็นพวกชอบสังเกตุแต่งวดนี้คงไม่มีอะไร อย่างในไทยงวดก่อนก็ยุงลายที่มีขนาดเล็กลงเกิดโรคฮิรุนกุนยาก่อนไข้หวัดใหญ่จะมาระบาดเพื่อเป็นสัญญาณเตือนความสามารถการวิวัตฒนาการของสิ่งมีชีวิตมักบอกเป็นสัญญาณเตือนต่างๆนาๆตัวอย่างปลาดุกทำไมถึงรับคลื่นสัญญาณแผ่นดินไหวได้ก่อนพวกทั้งๆที่หาหูปลาดุกไม่เจอก็อาจจะตั่งสมมุติฐานว่าประสาทสัมพัทธส่วน1หรือหูปลาดุกก็คือผิวหนังเลื่อมๆอันนั้นก็ได้และเนื้อปลาส่วนขาวๆก็เป็นสมองคอยรับคอยจำสิ่งต่างๆที่ผ่านมาและตาของปลาก็มีขนาดมองเห็นใกล้ไกลต่างกันแต่ก็ยังสามารถเคลื่อนทีตามกระแสน้ำขุ่นมัวได้ก็ต้องมีประสาทสัมพัทธที่ใหญ่และดีอยู่อีกส่วนที่ใหญ่กว่าขนาดลูกตาก็อาจเป็นไปได้ที่ผิวหนังก็เป็นที่รับคลื่นชนิด1 เออแล้วหาสาเหตุว่าช้างตกมันได้อย่างไงหรือยังครับพอดีนึกขำๆว่ามันอาจจะปวดฟันก็เป็นได้เพราะหากมีกระดูกงอกผิดปกติในส่วนใกล้ๆสมองก็เหมือนคนเราปวดฟันพยายามจะหาอะไรงัดแงะข้างในให้ฟันหรือกระดูกหักก็เป็นได้แต่พอเริ่มเข้าที่หรือหายตกมันก็อาจเป็นไปได้ว่างอกหรือกระดูกเลือมเข้าทีจนทำให้หายเจ็บปวดแล้วก็เป็นได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement