แทนเบิร์กตั้งตัวแทนบุกตลาดระบบ วีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ในไทยเต็มตัว รับแนวโน้มติด 1 ใน 5 ตลาดโตเร็วของเอเชีย เกาะติดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายบอง เซ็ง ชอย ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัท แทนเบิร์ก ผู้นำในตลาดอุปกรณ์ประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (วีดีโอ คอนเฟอเรนซ์) จากประเทศนอร์เวย์ กล่าวว่า บริษัทได้แต่งตั้งบริษัท มีเดียสตรีม ซิสเต็มส์ เป็นตัวแทนหลักอย่างเป็นทางการในไทย นำเสนอเทคโนโลยี รวมถึงโซลูชั่นแบบครบวงจรของวีดีโอคอนเฟอเรนซ์
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าการตั้งคู่ค้าดูแลตลาดอย่างเต็มตัวครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันยอดขายในไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เบื้องต้น บริษัทจะให้ความสำคัญกับงานโครงการประมูลภาครัฐ ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่มีสัดส่วนมากกว่า 30% ในไทย
เขามองว่างบกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลกระจายลงไปยังกระทรวงต่างๆ ถือเป็นโอกาสของการนำเสนอเทคโนโลยีของแทนเบิร์ก ขณะที่ ความต้องการโซลูชั่นด้านวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ของหน่วยงานระดับกระทรวง ทบวง กรม ก็มีเพิ่มสูงขึ้น เพราะสามารถเข้ามาช่วยลดต้นทุนในการทำงาน โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจไม่ดี
ปัจจุบัน ตลาดอุปกรณ์ประชุมทางไกลผ่านจอภาพในไทยมีการแข่งขันกันสูง เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนา และเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผู้ผลิตแต่ละรายพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มากด้วยคุณสมบัติ ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ ซึ่งบริษัทเห็นช่องทางการเติบโต โดยเฉพาะแนวโน้มเมื่อภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
"ไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศของภูมิภาคเอเชีย ที่ตลาดวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ เติบโตอย่างรวดเร็ว รองๆ จากสิงค์โปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เติบโตเร็ว คือ กลุ่มราชการ และธุรกิจประเภทที่มีสาขามากๆ โรงพยาบาล และโรงงานการผลิตต่างๆ” นายชอยกล่าว
ด้านนายสมชาย สกุลวิจิตรสินธุ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มีเดียสตรีม ซิสเต็มส์ จำกัด กล่าวว่า แต่ละปีจะมีโครงการใหญ่ๆ จากทางภาครัฐ ที่ต้องการเทคโนโลยีวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ 3-4 โครงการ โดยมูลค่าโครงการอยู่ในระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป
"ในปีนี้บริษัทจะมีโปรเจคกับทางภาครัฐในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นโครงการประมูล แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้" นายสมชายกล่าว
นอกเหนือจากงานประมูลภาครัฐ บริษัทยังเตรียมรุกลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งเริ่มมีความต้องการนำวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ไปใช้มากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ภาวะที่เศรษฐกิจซบเซา หลายบริษัทจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายการเดินทางทั้งเพื่อประชุมกับคู่ค้า และพนักงานของบริษัทเอง ซึ่งระบบวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ สามารถเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการในยุคนี้ได้อย่างลงตัว ซึ่งปัจจุบันโซลูชั่นด้านนี้มีระดับราคาตั้งแต่หลักแสนบาท จนถึงหลักหลายล้านบาท ขึ้นอยู่กับความต้องการในแต่ละองค์กร
ขณะที่ จากการสำรวจ 13 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบแนวโน้มตลาดโครงสร้างพื้นฐานด้านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างปี 2550-2557 จะเติบโตจากมูลค่า 80.9 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,700 ล้านบาท) เป็น 245.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท)
Tags : แทนเบิร์ก
