เอไอเอส เล็งใช้งบประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท ใน 3 ปี ลงทุนโครงข่ายใหม่ เผยใบอนุญาต3จีไม้ตายเจรจาร่วมมือทีโอทีให้บริการมือถือหลังจบสัญญาสัมปทาน
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า บริษัทพร้อมเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ และใบอนุญาตมือถือ 3 จี ทันทีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีข้อสรุปชัดเจนเรื่องกำหนดเวลา โดยคาดว่าต้องลงทุนประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้ได้พื้นที่ให้บริการครอบคลุมประมาณ 80% ของพื้นที่ประชากร
ทั้งนี้ เอไอเอส สนใจย่านความถี่ 15 เมกะเฮิรตซ์ เพราะเป็นช่วงที่มีความกว้างมากที่สุด โดยบริษัทที่จะดำเนินการ คือ แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค (เอดับบลิวเอ็น) และใช้แหล่งเงินทุนตามช่องทางปกติ อาทิเช่น การเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้น การกู้ธนาคาร หรือการขายหุ้นกู้ คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 10 ปี
"ถ้าถามว่าจะคุ้มมั้ยกับการลงทุน เป็นสิ่งที่ตอบได้ยาก เพราะมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องทำ เพราะเมื่อเทียบแล้ว เอไอเอสต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ 30% สำหรับโพสต์เพด และ 20% ในส่วนพรีเพด เทียบกันแล้ว ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่น่าจะดีกว่ามาก" นายวิเชียรกล่าว
นายวิเชียร กล่าวต่อไปว่า ถ้าได้รับใบอนุญาตใหม่แล้ว เอไอเอส อาจเข้าไปเจรจากับ บมจ. ทีโอที เกี่ยวกับการให้บริการในอนาคตหลังจากหมดสัญญาสัมปทานแล้ว คือ ในส่วนของคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และการใช้เสาสัญญาณทั่วประเทศ ซึ่งได้โอนให้ทีโอทีตามสัญญาบีทีโอ ว่าจะสามารถร่วมมือกันในลักษณะใดได้บ้างหรือไม่
ด้านความคืบหน้าความร่วมมือในการทำระบบนัมเบอร์พอร์ตฯ และตั้งเคลียริ่งเฮ้าส์ เพื่อรองรับบริการคงสิทธิเลขหมายนั้น ล่าสุดได้จัดทำร่างแผนงานร่วมกันเสร็จแล้ว จะตรวจทานอีกรอบในอีก 1-2 วัน โดยผู้ให้บริการแต่ละรายต้องมีแผนงานของตัวเองด้วย คาดว่าจะส่งให้ กทช. พิจารณาประมาณปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า แต่ระยะเวลา 90 วันไม่ทันแน่นอน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9 เดือนขึ้นไป
ส่วนการจัดทำเคลียริ่งเฮ้าส์ จะมีการลงขันร่วมกันรวมไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์ เท่าๆ กันทุกราย ไม่เกี่ยวกับลูกค้ามากน้อย รวมถึงต้องมีหลักเกณฑ์หากมีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาร่วมในภายหลัง
"นัมเบอร์พอร์ตฯ เป็นปัจจัยหลักของผู้ให้บริการที่รับสัมปทาน และจะขอใบอนุญาตใหม่ เพราะปัจจุบันจำนวนลูกค้าในตลาดเต็มหมดแล้ว ถ้าเอไอเอสมีใบอนุญาตใหม่ ก็ต้องอยากได้ลูกค้าย้ายไปอยู่ภายใต้บริการกับบริษัทใหม่ ไม่ต้องเสียส่วนแบ่งรายได้สัมปทาน"
ทั้งนี้ วันที่ 1 ก.ย. จะเป็นวันแรกที่เขารับตำแหน่ง "ซีอีโอ" อย่างเป็นทางการ โดยขณะนี้ ได้เร่งการทำงานด้านการตลาดให้เต็มที่เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย คือ เติบโต 0-ติดลบ 3% เน้นควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวม และปรับปรุงพนักงานให้มีความตื่นตัวมากขึ้น
เขากล่าวถึงการลดคนของเอไอเอส ว่า ก่อนหน้านี้ มีบางหน่วยธุรกิจเล็กๆ ได้แก่ บริษัทไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด (ดับบลิวดีเอส) ได้เลย์ออฟพนักงาน 30-40 คน จากการเปลี่ยนแปลงขอบเขตการขายของโนเกีย ที่ให้เอไอเอสรับผิดชอบกรุงเทพฯ และโมเดิร์นเทรด
นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือเฮ้าส์แบรนด์ "โฟนวัน" ก็มีปัญหาคุณภาพ ที่ควบคุมไม่ได้ เพราะมีแหล่งผลิตที่หลากหลาย อะไหล่ไม่มีเปลี่ยนให้ลูกค้า แต่ตอนนี้ก็ยังทำโฟนวันอยู่ เพียงเลือกเฉพาะบางรุ่น และปรับดับบลิวดีเอสมาทำหน้าที่ส่งเสริมฝ่ายการตลาดของเอไอเอสมากขึ้น
Tags : เอไอเอส
