กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 1 กันยายน 2552 02:00

ฮิตาชิผนึกรัฐ-การศึกษาตั้งศูนย์วิจัยหนุนฮาร์ดดิสก์

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

“ฮิตาชิ” จับมือเนคเทค-มทส. นำร่องเปิดห้องวิจัยเครื่องต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ รับนโยบายโละไลน์ผลิต 1.8 นิ้ว พร้อมลดต้นทุน

 นายนคร ตั้งสุจริตพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยเครื่องต้นแบบ สำหรับอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ โดยนำร่องแห่งแรกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เป็นเงินสนับสนุนรวม 17 ล้านบาท ระยะเวลาวิจัย 1 ปี สิ้นสุดโครงการ 31 ธ.ค.2552

 ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการหันมาใช้ทรัพยากร และบริการจากผู้ประกอบการประเทศ เพื่อลดต้นทุนบริษัทให้สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นๆ ขณะเดียวกันก็สามารถส่งเสริมผู้ประกอบการภายในประเทศด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มลดการนำเข้าส่วนประกอบบางส่วนสำหรับประกอบฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ โดยหันมาใช้บริการจากซัพพลายเออร์ในไทยได้แล้วราว 60-70% แต่ยังมีอุปกรณ์ประเภทเครื่องจักร และชิ้นส่วนสำคัญที่ยังต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศ

 โครงการนี้จะทดลองวิจัยเครื่องจักรต้นแบบสำหรับสายการผลิตฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว ที่บริษัทกำลังมีนโยบายปรับปรุงจากสายการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟเดิม 1.8 นิ้วที่ยกเลิกผลิตทั้งหมดในไทย เนื่องจากความต้องการของตลาดเปลี่ยน ประกอบกับรุ่น 2.5 นิ้ว ขายได้ราคาดีกว่า โดยฮิตาชิสนับสนุนเงิน 12 ล้านบาท พร้อมส่งวิศวกรมาช่วยถ่ายทอดความรู้บางส่วน

 "เรามีนโยบายปรับปรุงไลน์ผลิตทั้งหมด 4 ไลน์ ซึ่งไลน์แรกส่งให้ทางสิงคโปร์ทำไปแล้ว ส่วนไลน์ที่ 2 ได้ทดลองส่งให้ทำในไทยครั้งนี้ ซึ่งก็เป็นโปรเจคนำร่องที่ต้องลองดู เพราะแม้จะราคาต่ำกว่าส่งให้ต่างประเทศ แต่ก็ต้องดูความเสี่ยงว่าจะใช้งานได้จริงหรือไม่ แต่นับจากเริ่มโปรเจคจนถึงตอนนี้ก็ถือว่าใกล้สำเร็จแล้ว และถ้าครั้งแรกผ่าน บริษัทก็คงพิจารณาไลน์ส่วนที่เหลือต่อไป"

 พร้อมกันนี้เขาเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟช่วงนี้เริ่มมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะดีต่อเนื่องถึงช่วงปลายปี เนื่องจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟเป็นส่วนประกอบมีเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าปี 2553 จะมียอดความต้องการฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟเพิ่มอีกเป็นตัวเลข 2 หลักจากยอดปีนี้ 500 ล้านชิ้นทั่วโลก

 อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องรอดูสถานการณ์ต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าจะเป็นเพียงคำสั่งซื้อระยะสั้นเท่านั้นหรือไม่ แต่โดยส่วนใหญ่ช่วงนี้ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนแนวคิดไม่เก็บสต็อกสินค้าเหมือนเช่นที่ผ่านมา โดยจะหันมาสั่งซื้อแล้วต้องการได้สินค้าทันที

 "ช่วงนี้ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนคือไม่เก็บสต็อก แต่จะสั่งแล้วอยากได้ทันที ซึ่งเป้าหมายของเราก็ต้องพยายามตอบสนองให้ทันตามความต้องการของลูกค้า โดยตอนนี้เรายังมีกำลังการผลิตเพียงพอ และก็เริ่มรับคนกลับเข้ามาทำงานมากขึ้น จนถึงตอนนี้รับไปแล้วกว่า 3,000 คนและยังรับเพิ่มอีกเรื่อยๆ"

 

Tags : ฮิตาชิ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement