โปรเจคจัดซื้อคอมพ์ภาครัฐเกิดเพียบ ประเมินสิ้นปีดันตลาดไอทีไทยโตได้ถึง10% ขณะที่ โลคอลแบรนด์ระบุปี 2552 รับทรัพย์จากโครงการภาครัฐมากสุดรอบ3ปี
นายภาณุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย (ทีซีเอ็ม) กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีทองของงานโครงการไอทีภาครัฐในรอบ 3 ปี เนื่องจากงบประมาณที่อัดลงมาในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดทั้งปี มีส่วนทำให้ตลาดไอทีไทยโดยภาพรวมเติบโตจากที่เคยประมาณการจะติดลบในปีนี้ โดยจะกลับเป็นบวกและโตได้ถึง 10%
ทั้งนี้ ถือเป็นผลดีต่อโลคอลแบรนด์ เพราะตลาดประมูลราชการถือเป็นตลาดหลัก และเป็นตลาดเดียว โดยคาดว่าปีนี้จะมีมูลค่าการจัดซื้อเฉพาะคอมพิวเตอร์จากหน่วยงานราชการรวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท
โดยโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ ปีนี้ที่ออกมาแล้ว นอกเหนือจากของ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการกว่า 1 แสนเครื่อง ที่คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท ก็ยังมีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) 8,000 เครื่อง มูลค่าราว 200 ล้านบาท การจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของศาลยุติธรรม 2,700 เครื่อง มูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท
"ถือเป็นปีทองของโลคอลแบรนด์ในรอบ 3 ปีก็ว่าได้ นอกจากงบที่รัฐจัดสรรผ่านแผนกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว มติ ครม. ที่เปิดกว้างเรื่องการใช้มาตรฐาน มอก.ก็ส่งผลให้หน่วยงานราชการตื่นตัว โครงการจัดซื้อต่างๆ ก็หันมาพิจารณามาตรฐาน มอก.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโลคอลแบรนด์มากขึ้น"
นายภาณุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันโลคอลแบรนด์ มีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดรวมคอมพิวเตอร์ประมาณ 20% แต่จากการที่ปีนี้มีงบประมาณลงมาที่หน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดโปรเจคจัดซื้อคอมพ์เพิ่มตามมา คาดว่าจะดันให้โลคอลแบรนด์สามารถชิงส่วนแบ่งจากอินเตอร์แบรนด์ และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 30%
นอกจากนี้ ยังส่งผลให้บรรดาโลคอลแบรนด์หลักๆ มีการเติบโตของรายได้ปีนี้เฉลี่ยถึง 25%
"ที่บอกว่าเป็นปีทองของโลคอลแบรนด์ เพราะตลาดหลักคือราชการ ซึ่งได้งบประมาณจากรัฐเยอะ ไม่เกี่ยวกับผลกระทบกับเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดคอนซูเมอร์กลับตกลง เพราะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า"
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มีความเคลื่อนไหวของอินเตอร์แบรนด์บางรายเริ่มจะหันมาใช้โรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ในไทย (ODM) เพิ่มขึ้น เพราะต้องการใช้มาตรฐาน มอก. แทนมาตรฐานเอฟซีซี/ยูแอล เพื่อให้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลได้
นายภาณุวัฒน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวน่าจะเป็นผลดีต่อโลคอลแบรนด์ เพราะเป็นการสร้างรายได้เพิ่ม เนื่องจากส่วนใหญ่โลคอลแบรนด์มีโรงงานผลิตในไทยอยู่แล้ว ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมๆ กันไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5 หมื่นเครื่อง และแม้ว่าอินเตอร์แบรนด์จะมีโอกาสเข้าร่วมประมูลภาครัฐได้มากขึ้น แต่เชื่อว่าโลคอลแบรนด์ ยังมีความยืดหยุ่นคล่องตัวที่จะเลือกชิ้นส่วนมาทดสอบ และใช้เพื่อให้ได้รับมาตรฐาน มอก.ง่ายกว่า ขณะที่ อินเตอร์แบรนด์ จะปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในได้ยุ่งยาก เพราะสเปคถูกกำหนดมาตายตัว
ด้านนายวีระ อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า การที่รัฐหันมาให้ความสำคัญกับมาตรฐาน มอก.จะช่วยเรียกการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน ทีซีเอ็ม ยังมีแผนจะพัฒนาโน้ตบุ๊ค ซึ่งเป็นแบรนด์ของสมาคมเอง เพื่อเจาะไปยังตลาดคอนซูเมอร์เพิ่มขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีการเติบโตทุกปี
"อย่างโน้ตบุ๊คของเอสวีโอเอ ซึ่งเป็นโลคอลแบรนด์โน้ตบุ๊ครายเดียว ที่เติบโตในตลาดคอนซูเมอร์มากกว่า 40% ตอนนี้เป็นแนวคิดที่กำลังหารือกันอยู่ว่า จะทำออกมาในรูปแบบไหน" นายวีระกล่าว
Tags : โลคอลแบรนด์ • คอมพิวเตอร์
