"ไทยเป็นประเทศที่เป็นต้นแบบของโครงการไอทีซึ่งไมโครซอฟท์ทำและประสบความสำเร็จมากทำให้เราเห็นโอกาสนำโครงการที่ได้รับความนิยมไปสานต่อความสำเร็จ"
แม้ผลประกอบการไมโครซอฟท์ทั่วโลกในไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ 2552 (สิ้นสุด มิ.ย.) ยักษ์ซอฟต์แวร์เบอร์ 1 ของโลกจะทำผลงานได้ไม่ดีเลย ด้วยรายได้ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว จนนักวิเคราะห์ถึงกับประเมินว่า เป็นการลดลงของรายได้ที่ต่ำสุดในรอบหลายปีของไมโครซอฟท์ทีเดียว
แต่ด้วย "ชื่อ" และ "ชั้นเชิง" ทางธุรกิจของไมโครซอฟท์ แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้ยักษ์ซอฟต์แวร์ของโลก "ล้มลงได้ง่ายๆ"
ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ถือเป็นตลาดใหญ่ และสำคัญของไมโครซอฟท์ ด้วยจำนวนประชากรที่มากที่สุดในโลก อัตราการเติบโตของคนใช้คอมพิวเตอร์ รวมถึงดิจิทัล ดีไวด์ ที่ต้องพึ่งพาระบบปฏิบัติการวินโดว์สเติบโตรวดเร็ว ทำให้ภูมิภาคนี้มีบทบาทสร้างรายได้ในระดับสูงให้กับไมโครซอฟท์ช่วงรอบปีที่ผ่านมา
ไทย"เต็งหนึ่ง"ภูมิภาคเอเชีย
"ไทย" ถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศทั่วโลก ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของไมโครซอฟท์ ร่วมกับบังกลาเทศ อียิปต์ อาร์เจนตินา และเวียดนาม ด้วยการเติบโตรายได้เป็นตัวเลข 2 หลักเกือบทุกปี
ขณะที่การประเมินของเอสแอนด์พี เมื่อเร็วๆ นี้ ยิ่งตอกย้ำภาพบวกของไทยเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะจัดอันดับให้ "ไทย" เป็นประเทศน่าลงทุนอันดับ 3 ในอาเซียน
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่สำนักงานใหญ่ที่เรดมอนด์จำเป็นต้องหันมา "ดูแลเป็นพิเศษ" ถึงกับต้องส่งผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่ประเทศไทยทุก 6 เดือน ล่าสุดถึงคิว "เอมิลิโอ อูเมโอกะ" ประธานไมโครซอฟท์ เอเชีย แปซิฟิก ใช้เวลา 2 วัน ประชุมทีมงานไมโครซอฟท์ไทย สานต่อโครงการต่างๆ พร้อมสั่งจับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย เพื่อหาช่องมีส่วนร่วม พร้อมทั้งซักซ้อมความพร้อมในการเปิดตัว "วินโดว์ส 7"
นายอูเมโอกะ ออกตัวว่ามาเยือนไทยครั้งนี้ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่ได้เข้าพบกับผู้นำรัฐบาล หรือรัฐมนตรีกระทรวงใดๆ เหมือนกับผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์คนก่อนๆ ในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเดินทางมาพบปะหารือกับระดับผู้นำในรัฐบาลไทยกันอย่างถี่ยิบ
เยี่ยม"ปูนใหญ่"ปูทางการลงทุน
ขณะที่ทริปนี้ไมโครซอฟท์เลือกที่จะไปดูงาน บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย โดยเจาะจงไปที่ "เอสซีจี เอ็กซ์พีเรี่ยน" เพราะเห็นว่าเป็นการนำแนวคิดด้านไอทีเข้าไปประยุกต์ใช้ได้อย่างน่าสนใจ และไมโครซอฟท์ก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยี เวนเดอร์ที่พัฒนาระบบหลังบ้านให้ด้วย
ที่สำคัญ นายอูเมโอกะ บอกว่า เอสซีจี ถือเป็น "คีย์ พาร์ทเนอร์" ของไมโครซอฟท์ ที่เร็วๆ นี้ จะมีความร่วมมือในบางเรื่องระหว่างกัน โดยยังไม่ยอมเปิดเผยถึงรายละเอียดลึกๆ
สนใจนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทย
เขามองว่า เศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ยังคงต้องอาศัยระยะเวลาในการ "ฟื้นตัว" ทำให้การเติบโตของธุรกิจโดยภาพรวม ณ วันนี้ ยังอยู่ในลักษณะแค่ "ทรงตัว" เท่านั้น นั่นทำให้เขาจึงสนใจในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย และอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะเข้าไปร่วมมือในด้านไหนได้บ้าง
"การจะทำแคมเปญกระตุ้น ต้องดูความต้องการในแต่ละประเทศ ว่า ต้องการในรูปแบบไหน อย่างในประเทศแถบเอเชีย อาจต้องการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องสุขภาพ หรือเรื่องการพัฒนาคน ซึ่งในไทยผมยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะเน้นไปในส่วนไหน"
ขณะที่การเดินทางเยือนไทยของเขาครั้งนี้ จะสะท้อนอย่างชัดเจนถึงหลักบริหารสำคัญ ที่ไมโครซอฟท์นำมาใช้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
"ทริปนี้เป็นการมาเยือนปกติ ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่าต้องการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ และลูกค้าในไทย เพราะถือเป็นหนึ่งในนโยบายของไมโครซอฟท์ทั่วโลก ผมบอกกับทีมงานในไทย ว่า เราต้องใกล้ชิดกับลูกค้า และพาร์ทเนอร์ให้มากกว่าเดิม ต้องเข้าใจถึงความต้องการ และเมื่อวันที่เศรษฐกิจฟื้นพวกเขาก็จะนึกถึงเรา ถือเป็นหลักบริหารที่สำคัญของไมโครซอฟท์ในยุคนี้"
ชูไทยต้นแบบโปรเจคสำเร็จมากสุด
เขาให้คำมั่นว่า ไมโครซอฟท์พร้อมผลักดันโครงการต่างๆ ในไทยต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ หลายโครงการกลายเป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ จนไมโครซอฟท์เตรียมนำไปใช้ในประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก รวมถึงบางประเทศในละตินอเมริกา
เขายกตัวอย่างโครงการไอ คาเฟ่ (iCafe) ที่ประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านไอที ส่งเสริมให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย
"ปัจจุบันมีเน็ตคาเฟ่ไทยอยู่ในโครงการนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 4,200 แห่ง จากจำนวน 15,000 แห่งในกรุงเทพฯ เป็นต้นแบบโครงการที่ประสบความสำเร็จ และเราเตรียมนำไปใช้ในอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และอีกหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ รวมถึงบางประเทศในละตินอเมริกา"
รวมทั้งโครงการ "ไมโครซอฟท์ มัลติพ้อยท์" (Microsoft MultiPoint) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาให้คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง รองรับการใช้งานของนักเรียน 3-50 คนได้พร้อมๆ กัน โดยแต่ละคนสามารถใช้เมาส์ของตัวเอง ควบคุมเคอร์เซอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบนหน้าจอ และเรียนรู้ไปพร้อมกันทั้งหมด
ปัจจุบันมีโรงเรียนในไทยมากกว่า 2 พันแห่งร่วมในโครงการนี้ และไมโครซอฟท์ก็จะนำไปทำในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ อาทิเช่น Microsoft BizSpark โครงการสนับสนุนผู้ประกอบการพัฒนาซอฟต์แวร์ในไทย เป็นต้น
"ไทยมีจุดแข็งเรื่องของ ครีเอทีฟ โซไซตี้ เห็นได้จากโครงการอิมเมจจิ้น คัพ ของไมโครซอฟท์ ที่เปิดเวทีให้เยาวชนไทย คนรุ่นใหม่ๆ ได้คิดค้น สร้างสรรค์โซลูชั่นด้านไอที เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาทางสังคม และชุมชน ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ และพัฒนานวัตกรรมท้องถิ่นของไทย กระทั่งสามารถไปคว้ารางวัลในต่างประเทศได้"
เปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ในไทยเพียบ
นายอูเมโอกะ กล่าวว่า ปีนี้ยังถือเป็นปีที่ไมโครซอฟท์เปิดตัวผลิตภัณฑ์มากที่สุดปีหนึ่ง โดยเฉพาะการเปิดตัว "วินโดว์ส 7" ทั่วโลกวันที่ 22 ต.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งตลาดไทย ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะมีการเติบโตของการใช้วินโดว์สสูงมาก ขณะเดียวกัน จะผลักดันแนวคิด "คลาวด์คอมพิวติ้ง" ไปยังลูกค้ากลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ ให้ชัดเจนมากขึ้นด้วย
"นอกจากวินโดว์ส 7 แล้ว ยังจะเปิดตัวไมโครซอฟท์ออฟฟิศ 2010 วินโดว์ส เซิร์ฟเวอร์ 2008 ที่สำคัญเรายังจะให้ความสำคัญเทคโนโลยีที่จะอยู่บน 3 จอ หลักนับจากนี้ ได้แก่ จอคอมพิวเตอร์ จอมือถือ และจอทีวี"
เขายังกล่าวถึง กระแสความนิยมของ โซเชียล เว็บ ขณะนี้ด้วยว่าไม่มีผลอะไรกับบริการตระกูล วินโดว์ส ไลฟ์ เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้หลากหลายอยู่แล้ว แต่ไมโครซอฟท์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงจะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขายอมรับว่า โซเชียล เว็บ มีผลต่อวิธีคิดใหม่ในเชิงธุรกิจมากทีเดียว
ปัจจุบันไมโครซอฟท์เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญของ "เฟซบุ๊ค" โดยเป็นหนึ่งในกลไก (engine) สำคัญของเว็บดังกล่าว เช่นเดียวกับเสิร์ช เอ็นจิ้น อย่าง "บิงค์" ที่สามารถเสิร์ชหาคอนเทนท์บนทวิตเตอร์ได้
เมื่อถามถึงสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังอยู่ในขั้นโคม่า ว่า อาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของไมโครซอฟท์ในภูมิภาคนี้หรือไม่
นายอูเมโอกะ บอกว่า แม้ไมโครซอฟท์จะไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ หรือรายได้ในภูมิภาคเอเชียได้ แต่หากพิจารณาถึงงบประมาณด้านการวิจัย และพัฒนาที่จัดสรรในปีนี้ เอเชีย แปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่สำคัญที่ไมโครซอฟท์จะลงทุนเป็นลำดับต้นๆ
Tags : ไมโครซอฟท์

ความคิดเห็นที่ 1
= = , 28 สิงหาคม 2552 08:32
***ไทยอ่ะน่าลงทุนอยู่แล้วอ่ะครับแค่นักลงทุนต่างชาติสัญญาหากได้กำไรไปจะไม่นำมาซื้อที่ดินทำกินในไทยและไม่เข้าไปวุ่นวายการเมืองน่าจะดีและน่าจะเป็นที่ชื่นชอบอ่ะครับ