2 บริษัทกลุ่มชิน คอร์ป. ดันรายได้ครึ่งปีแรกพ้นเหว ปรับแนวรบรับมือวิกฤติเศรษฐกิจ ล่าสุด "ไทยคม" รื้อโครงสร้างตลาดใหม่ "ซีเอสฯ" ชะลอแผน
นายธนฑิต เจริญจันทร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริการด้านการเงิน บมจ.ไทยคม กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ทำผลกำไรได้ 199 ล้านบาท มีรายได้จากการขายและบริการ 1,753 ล้านบาท โดยมาจากไอพีสตาร์ 510 ล้านบาท โตจากไตรมาสแรก 3.4% และคาดว่าไอพีสตาร์จะถึงจุดคุ้มทุนภายในปีนี้ เมื่อมีการใช้แบนด์วิธเพิ่มขึ้น 13-15%
ขณะที่ เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กร โดยแบ่งตลาดออกเป็น 4 ส่วนได้แก่ 1.ตลาดไทย 2.ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ 3. อินเดียและจีน 4.อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น
ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดใหญ่ คือกลุ่มที่ 2 เนื่องจากไม่มีคู่แข่ง อีกทั้งรัฐบาลประเทศดังกล่าวมีนโยบายระดับประเทศ ที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง ในความเร็วไม่น้อยกว่า 2 เมกะบิตต่อวินาที
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับวิธีทำตลาดต่างประเทศด้วยรูปแบบ “คลาสสิก มาร์เก็ตติ้ง” แทนรูปแบบเดิมที่พันธมิตรทางการตลาดในประเทศต่างๆ จะต้องซื้อช่องสัญญาณเป็นโวลุ่มขนาดใหญ่ และต้องลงทุนสูง
“เราจึงเสนอขายให้พันธมิตรตามจำนวนลูกค้า หรือต่อการใช้งาน รวมถึงให้ปริมาณแบนด์วิธมากกว่าที่ลูกค้าซื้อ เพื่อกวาดลูกค้าให้ได้เข้ามาในระบบก่อนโดยเร็ว ซึ่งธรรมชาติของการใช้งานอินเทอร์เน็ตเมื่อใช้ความเร็วที่สูงแล้ว ก็ยากที่จะกลับไปใช้ความเร็วต่ำๆ” นายธนฑิตกล่าว
ส่วนกรณีที่ดาวเทียมไทยคม 2 จะหมดอายุในวงโคจรกลางปี 2553 บริษัทยังไม่ได้เข้าหารือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เรื่องการดำเนินงานจากนี้ เพราะต้องมีความชัดเจนในไทยคมเองก่อน ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเช่าดาวเทียมดวงใด หรือยิงเอง
ด้านนายธนพงษ์ ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานการตลาด บมจ.ไทยคม รับผิดชอบการทำตลาดไอพีสตาร์ กล่าวว่า ลูกค้าต่างประเทศยังคงเชื่อมั่นบริษัท แม้ว่าจะมีกระแสข่าวกับภาครัฐ และการเมืองมาตลอด
ส่วนการทำตลาดไอพีสตาร์ในประเทศ จะเน้นการผนึกกับ บมจ. ทีโอที โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่รอติดตั้งเอดีเอสแอล ปัจจุบันบริษัทได้ทดลองตลาดกลุ่มนี้อยู่ 2-3 จุด
ขณะที่ นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีเอส ล็อกซอินโฟ กล่าวว่า รายได้ใน 2 ไตรมาสแรก ใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ดังนั้นคาดว่าทั้งปีรายได้ก็จะใกล้เคียงกับปี 2551 หรือเกือบ 2.7 พันล้านบาท ซึ่งนับว่ามีผลประกอบการที่เติบโตกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรม ส่วนกำไรสุทธิงวด 6 เดือนอยู่ที่ 137 ล้านบาท
ส่วนรายได้ไตรมาส 2 มาจากการให้บริการอินเทอร์เน็ต 363 ล้านบาท , ธุรกิจสื่อโฆษณา ผ่านสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ และธุรกิจ 189 ล้านบาท ลดลง 8% และธุรกิจโมบายคอนเทนท์ 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่ารายได้บรอดแบนด์ลดลงถึง 14% เนื่องจากผู้ประกอบการรายอื่น ออกโปรโมชั่นลดราคา ทำให้มีลูกค้ายกเลิกบริการจำนวนหนึ่ง
“ซีเอสฯ เน้นการทำตลาดองค์กรเช่นเดิมในทุกเซกเม้นต์ ยกเว้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอย่างจัง เช่น การท่องเที่ยว การโรงแรม ที่ลดการใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตลงไปกว่า 20% แต่รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย ที่ยังรักษาระดับกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน ก็นับว่าน่าพอใจ“นายอนันต์กล่าว
Tags : ไทยคม ซีเอส ล็อกซ์อินโฟร์
