"เอทีซีไอ" ผนึกซิป้า ดึง4ประเทศดาวรุ่งไอซีทีอาเซียน เอเชียโอเชียเนียลงนามเอ็มโอยูเป็นพันธมิตรแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรม
นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) กล่าวว่า เอทีซีไอ และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) ร่วมลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศกับ 5 สมาชิกหลักของแอสโซซิโอ (ASSOCIO) องค์กรสมาคมทางด้านไอซีทีแห่งภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย ได้แก่ องค์กรคอมพิวเตอร์ในประเทศบังกลาเทศ องค์กรคอมพิวเตอร์และมัลติมีเดีย ประเทศมาเลเซีย สมาคมด้านซอฟต์แวร์ ประเทศเวียดนาม และสมาคมด้านคอมพิวเตอร์ ประเทศพม่า กำหนดกรอบความร่วมมือด้านไอซีทีร่วมกันในอนาคต
ได้แก่ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี โนว์ฮาว ตลาด และบุคลากร รวมถึงการขยายโอกาสทางการค้าร่วมกัน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันไอซีทีอาเซียนให้โดดเด่นระดับโลก และดึงดูดนักลงทุนฝั่งอเมริกา และยุโรปให้เข้ามาใช้บริการไอทีในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น
องค์กรทั้ง 5 ประเทศมีสมาชิกร่วมกันกว่า 1 หมื่นบริษัท อยู่ในกลุ่มประเทศที่สำคัญ และมีศักยภาพการเติบโตทั้งธุรกิจ และการพัฒนาไอซีที ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 300 ล้านคน ถือเป็นความร่วมมือเริ่มต้น ซึ่งอนาคตจะขยายความร่วมมือลักษณะนี้ให้ครอบคลุมสมาชิกอีกกว่า 20 ประเทศในแอสโซซิโอ
ผลจากการเซ็นเอ็มโอยูครั้งนี้ มีบริษัทไอซีทีไทย 5 แห่ง ได้ประเดิมเซ็นเอ็มโอยูทำธุรกิจร่วมกับบริษัทไอทีในประเทศเวียดนาม พม่า และมาเลเซียแล้ว อาทิเช่น บริษัทเอ็มเอสที (MST) ทำบริการโมบาย เพย์เมนท์ เกตเวย์ ได้เซ็นสัญญาพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวให้บริษัทไอทีเวียดนาม บริษัทโกลบอล เว็บ ทำสัญญากับบริษัทไอที พม่า และบริษัทเอซีที ร่วมทำบริการเอาท์ซอร์ส
บริษัทเน็ตเบย์ เซ็นสัญญาร่วมกับบริษัทไอทีเวียดนาม ทำระบบอีคัสตอม รวมถึงระบบเปเปอร์เลส บริษัทแอดวานซ์ แอพพลิเคชั่น เซอร์วิส โพรวายเดอร์ เซ็นสัญญากับบริษัทไอทีมาเลเซีย
"ถือเป็นการเริ่มต้นของบริษัทไอทีในไทย ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งเอทีซีไอ และซิป้า ถือเป็นช่องทางเชื่อมให้ธุรกิจจับคู่กัน คาดว่าการทำข้อตกลงครั้งนี้ จะขยายขอบเขตความร่วมมือไปสู่ภาคธุรกิจด้วยมูลค่านับหลายล้านดอลลาร์ ซึ่งมีกรอบความร่วมมือ 2 ปี แต่สามารถขยายไปอีกได้"
ทั้งนี้ 5 ประเทศที่เซ็นสัญญาร่วมกันครั้งนี้ มาเลเซีย ถือว่าโดดเด่นด้านไอซีทีมากที่สุด ตามด้วยไทย เวียดนาม บังกลาเทศ และพม่า โดยองค์กรคอมพิวเตอร์ของมาเลย์ มีสมาชิกประมาณ 1,300 บริษัท คิดเป็น 80% ของไอซีทีรวมของมาเลเซีย ขณะที่บังกลาเทศเติบโตด้านไอซีทีกว่า 50% และภายใน 2 ปี หวังโต 100%
ขณะที่เวียดนามได้ลงทุนด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนของรัฐบาล อาทิเช่น งบลงทุนด้าน 3จี ใน 3 ปี กว่า 2 พันล้านดอลลาร์ มีคนใช้บรอดแบนด์กว่า 21 ล้านคน และตั้งเป้าจะเป็นแหล่งเอาท์ซอร์สบุคลากรด้านไอทีชั้นนำของโลก ด้วยอัตราค่าจ้างที่ถูกกว่าทั้งจีน และอินเดียกว่า 40%
ส่วนการพัฒนาไอซีทีในไทยต้องร่วมมือกันระหว่างรัฐ และเอกชน โดยเอกชนเป็นผู้นำกำหนดทิศทาง และดึงภาครัฐเข้ามาช่วยหนุน ซึ่งอุปสรรคสำคัญของไทย คือ การเมืองภายในเปลี่ยนแปลงบ่อย หากพึ่งรัฐมากเกินไป อุตสาหกรรมก็จะไม่เดินหน้า แข่งขันไม่ทันเพื่อนบ้าน
"ทางสมาคมเอง พยายามหาความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อผลักดันอุตฯ ไอที โดยเร็วๆ นี้ เราจะดึงสมาคมการค้าต่าง อาทิเช่น ท่องเที่ยว ยานยนต์ ค้าปลีกเข้ามาร่วมเป็นสมาชิก เพื่อผลักดันให้ไอทีเข้าไปอยู่ในอุตฯ เหล่านี้เพิ่มมากขึ้น"
ปัจจุบันมูลค่าอุตสาหกรรมไอซีทีไทยอยู่ที่ 4-5 แสนล้านบาท โดยตลาดโทรคมนาคม ยังเป็นตลาดที่ใหญ่สุด ขณะที่ตลาดไอทียังอยู่ในระดับ 2 แสนล้านบาท
Tags : เอทีซีไอ
