อัลคาเทล-ลูเซ่นจัดระเบียบโครงสร้างใหม่เพิ่มกลุ่ม "แอพพลิเคชั่น" หวังสร้างขุมทรัพย์ใหม่รับแนวโน้มรายได้โทรคมหดตัวล่าสุดผนึก"เอชพี"ร่วมบุกตลาด
นายโลรองท์ แปร์ซ หัวหน้ากลุ่มโซลูชั่นและการตลาด บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ แยกออกเป็น 4 กลุ่ม โดยเพิ่มกลุ่ม "แอพพลิเคชั่น" มาดูแลงานด้านแอพพลิเคชั่น และโซลูชั่นต่างๆ รวมถึงโมเดลธุรกิจใหม่ๆ
อีก 3 กลุ่ม คือ "แคริเออร์ กรุ๊ป" ดูแลตลาดกลุ่มผู้ให้บริการระบบ และระบบตู้พีเอบีเอ็กซ์เดิม กลุ่ม "เอ็นเตอร์ไพร์ซ" จะดูแลระบบสื่อสารในตลาดองค์กรทั้งหมด และกลุ่ม "เซอร์วิสเซส" สำหรับงานเอาท์ซอร์ส, ให้คำปรึกษา-ดีไซน์ระบบ รวมทั้งการบำรุงรักษา มีผลอย่างเป็นทางการทั่วโลกตั้งแต่เดือน ธ.ค.2551
เขาระบุว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว ขณะที่ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการระบบก็กำลังเผชิญความท้าทายใหม่ๆ มากขึ้น ทั้งรายได้จากธุรกิจดั้งเดิมที่เน้นการส่งสัญญาณเสียงเริ่มมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง ทำให้บริษัทจำเป็นต้องใช้ความยืดหยุ่นในการทำตลาด
"เราเองก็ต้องเปลี่ยนจากคนที่เคยขายฮาร์ดแวร์เป็นกล่องๆ ต้องมีโซลูชั่น หรือแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ด้วย เพราะเทรนด์เริ่มเปลี่ยนจาก 5 ปีที่แล้วรายได้ส่วนใหญ่ของโอเปอเรเตอร์มาจากเสียง แต่ตอนนี้เริ่มขยับมาเป็นดาต้า เพราะคนนิยมเล่นยูทูบ และส่งไฟล์วีดิโอมากขึ้น ซึ่งทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้ไม่ได้โตตาม ทำให้โอเปอเรเตอร์จำเป็นต้องปรับตัว และลงทุนกับเน็ตเวิร์คให้เป็นไอพีเพื่อรองรับทราฟฟิกที่เพิ่มมากขึ้น"
ทั้งนี้บริษัทเริ่มเข้าไปแนะนำรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ให้โอเปอเรเตอร์ไทย เช่น โมเดล "แอพพลิเคชั่น เอ็นเนเบิลเมนท์" ที่ให้โอเปอเรเตอร์จับมือกับคอนเทนท์ โพรไวเดอร์ ให้บริการคอนเทนท์บนพื้นฐานของเทคโนโลยีเว็บ เซอร์วิส ซึ่งโอเปอเรเตอร์จะได้ส่วนแบ่งจากส่งคอนเทนท์ผ่านเครือข่ายด้วย
พร้อมกันนี้ยังเตรียมนำเทคโนโลยีที่ได้จากการเข้าซื้อกิจการของ "เวโลซิส" เมื่อเดือนที่ผ่านมาเข้ามาให้บริการกับลูกค้าไทย เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับด้านการนำส่งคอนเทนท์ (คอนเทนท์ เดลิเวอร์รี่ เน็ตเวิร์ค) ซึ่งจะให้อัลคาเทล-ลูเซ่นสามารถให้บริการลูกค้ากลุ่มโอเปอเรเตอร์ให้นำส่งคอนเทนท์ประเภทวีดิโอ ภาพเคลื่อนไหวผ่านเครือข่ายได้ดีขึ้น
ล่าสุดอัลคาเทล-ลูเซ่นยังได้ประกาศจับมือกับ "ฮิวเลตต์-แพคการ์ด" เป็นพันธมิตรทำตลาดโซลูชั่นสื่อสาร-ไอที แบบครบวงจรทั่วโลก
"กลางเดือนที่แล้วเราเพิ่งประกาศตัวเป็นพันธมิตรกับเอชพี ทำตลาดแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ โซลูชั่น ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมระหว่างผู้ให้บริการสื่อสาร และไอทีครบถ้วนมากยิ่งขึ้น โดยจะให้บริการได้ทั้งลูกค้าของฝั่งอัลคาเทลฯ และเอชพี ซึ่งในไทยเราก็เพิ่งเข้าไปคุยกับผู้บริหารใหญ่ของฝั่งเอชพี ซึ่งคาดว่าไม่นานนี้อาจจะได้เห็นความร่วมมือใหม่ๆ"
พร้อมกันนี้เขาระบุว่า ช่วงนี้อัลคาเทลฯ ยังดำเนินกลยุทธ์ตามเดิม แม้จะมีผู้บริหารคนสูงสุดคนใหม่ เนื่องจากต้องรอจนกว่าไทยจะมีไลเซ่นส์เทคโนโลยีใหม่อย่าง 3จี ซึ่งปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่เกือบทุกประเทศในภูมิภาคนี้มีให้บริการกันหมดแล้ว
นายแปร์ซคาดการณ์ว่า หากเป็นไปตามแผน ไทยจะเริ่มมีไลเซ่นส์ 3จีใช้ภายในปีนี้ และจะเริ่มขยายวงกว้างอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมสื่อสารไทยโตก้าวกระโดดมาก ทั้งยังเป็นโอกาสในการเติบโตของบริษัทสื่อสารในประเทศทุกบริษัท เนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ ที่คิดเป็นมูลค่าได้มากกว่า 1.75 หมื่นล้านบาท (500 ล้านดอลล์)
ทั้งนี้ยังไม่รวมการลงทุนปรับโครงข่ายบรอดแบนด์จากสายทองแดงเป็นสายใยแก้ว ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีปริมาณเงินในตลาดอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากการลงทุนของทุกรายภายใน 3 ปีข้างหน้า
Tags : อัลคาเทล-ลูเซ่น
