ปณท เผยรายได้ลด 6 เดือนแรก 7 พันล้านบาท ธุรกิจบริการสื่อสารหดตัวตามเศรษฐกิจ ยอมรับแนวทางธุรกิจใหม่ยังลำบาก
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) กล่าวยอมรับว่า 6 เดือนที่ผ่านมารายได้ ปณท. ประมาณ 7 พันล้านบาท โดยภาพรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือว่า"ไม่ดีเลย" เปรียบเทียบแล้วต่ำกว่าครึ่งปี 2551 เล็กน้อย เป็นผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจการเมือง ที่ทำให้ยอดส่งออก -26% และยอดนำเข้าก็ลดลงระดับใกล้เคียงกัน
สัดส่วนรายได้หลัก 70% ยังมาจากธุรกิจบริการสื่อสาร เช่น จดหมาย, ไปรษณียบัตรและสิ่งตีพิมพ์ ซึ่งปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เช่นเดียวกับบริการด้านการเงิน มีสัดส่วนประมาณ 10% ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะธนาณัติออนไลน์ ที่เป็นผลมาจากการเลิกจ้างงาน ทำให้การส่งธนาณัติลดลง มีเพียงบริการส่งพัสดุ (โลจิสติกส์) ที่เติบโตขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่รายได้ลด แต่มาจากรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากรายจ่ายประจำคือ เงินเดือนพนักงานซึ่งเป็นรายจ่ายหลักปรับสูงขึ้น และรายจ่ายพิเศษ เช่น ค่าครองชีพพนักงาน และโบนัสประจำปี การปรับลดรายจ่ายส่วนนี้ทำได้ยากมาก แต่ ปณท. ก็พยายามบริหารจัดการรายจ่ายส่วนอื่น เช่น การพัฒนาระบบขนส่ง ลดจำนวนรถเที่ยวเปล่า
ส่วนธุรกิจใหม่ที่จะมาทดแทนธุรกิจสื่อสาร ยังมองโลจิสติกส์เป็นหลัก เพราะมีโอกาสทางธุรกิจมากที่สุด แต่เพราะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดตอนนี้ คือ กลับมาพัฒนาตัวเองให้พร้อมรับมือการรุกตลาดอนาคตและการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ระบบโครงข่ายสำหรับการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ ระบบไอทีให้ก้าวหน้า และที่สำคัญที่สุดคือ การพัฒนาคน โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรใหม่ออกมารองรับการเกษียณอายุราชการ
ทั้งนี้เพราะ 3 ปีจากนี้จะเป็นช่วงที่ผู้บริหารและผู้บริหารระดับสูงของ ปณท. จำนวนมากเกษียณ จึงต้องเตรียมคนรุ่นใหม่มารับช่วงต่อ ซึ่งเป็นงานที่จะต้องเตรียมภายใน 1 ปีจากนี้
“ยอมรับว่า ตอนนี้ต้องรักษารายได้ที่มีอยู่ไว้ เศรษฐกิจไม่ดีทำอะไรช่วงนี้ก็ลำบาก ก็ต้องหันมาทำตัวเองให้พร้อม เพราะไม่ว่าสภาพโดยรวมรอบๆ จะชลอตัว แต่จะหยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ ไม่งั้นแข่งขันในตลาดได้ลำบาก”
เขาคาดว่าครึ่งปีหลังนี้ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการของ ปณท. ดีขึ้น แต่กำไรจะมากหรือน้อย ยังต้องรอดู
ส่วนความคืบหน้าการส่งไปรษณีย์บัตรหมีแพนด้า เข้าร่วมกิจกรรมทายชื่อแพนด้าน้อย ล่าสุดมียอดขายไปรษณียบัตรทั่วประเทศประมาณ 21 ล้านใบ และนำส่งเข้าสำนักงานใหญ่รอจับฉลากประมาณ 17 ล้านใบแล้ว คาดว่าจะทำยอดขายได้ครบ 30 ล้านใบที่พิมพ์ออกมาภายในวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ปิดรับส่ง เพราะขณะนี้คนยังรอดูชื่อแพนด้าน้อยที่น่าจะได้รับเลือก ซึ่งชัดเจนว่าเป็น “หลินปิง” ที่ส่งมา 60% แล้ว
ด้านรายได้จากการขายไปรษณียบัตรใบละ 5 บาท จะแบ่งให้องค์การสวนสัตว์ฯ 2 บาท ปัจจุบันมียอดขายประมาณ 100 ล้านบาท ต้องแบ่ง 40 ล้านบาทเพื่อจัดตั้งมูลนิธิหมีแพนด้า หากขายได้ครบจะเป็นรายได้ก่อนแบ่ง 150 ล้านบาท
Tags : ปณท

ความคิดเห็นที่ 1
post , 25 กรกฎาคม 2552 14:17
รายได้ลด ก็ให้ลดรายจ่าย ลองเข้าไปดูการจัดซื้อจ้ดจ้างว่ามีประสิทธิภาพมากพอเพียงใด อุดรอยรั่วภายในก่อน ที่จะไปทำอย่างอื่น