กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 08:30

จัสเทลเร่งสร้างเกตเวย์เชื่อมต่างประเทศหนุนฮับไอซีที

จัสเทลเน็ทเวิร์คชี้ความต้องการเกตเวย์ระหว่างประเทศพุ่งทะยานต่อเนื่อง เร่งสร้างโครงข่ายเชื่อมกัมพูชา ลาว พม่า

นายสมชาย ตรีรัตนนุกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด ในเครือจัสมิน กรุ๊ป กล่าวว่า ความต้องการโครงข่ายเกตเวย์เชื่อมระหว่างประเทศมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสองเท่าทุกปีขยายเท่าไรก็ไม่พอ โดยแนวโน้มแบรนด์วิธ เทคโนโลยี เพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับราคาที่ลดต่ำลง และมีรูปแบบบริการหลากหลายขึ้น

โดยแบรนด์วิธของไทยขยายตัว 2 เท่าทุกปี ราคาต่อหน่วยเมกะบิตต่อวินาทีลดลง 5 เท่า ในเวลา 3 ปี ราคาแบรนด์วิธต่อออกต่างประเทศเคยอยู่ที่ 3 หมื่นบาทต่อเมกะบิต เหลือ 6-7 พันบาทในปัจจุบัน และมีการขยายเส้นทางออกต่างประเทศ 3-4 เส้นทางทำให้มีทางเลือกมากขึ้น เพิ่มเสถียรภาพ รวมทั้งมีเทคโนโลยีใหม่ๆ แผนยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมของไทยในเวลา 5 ปี
 
ขณะที่แผนการนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นไอซีที ฮับ นั้น ช่วงนี้กำลังดำเนินการสร้างโครงข่ายเกตเวย์ เชื่อมโยงกับกัมพูชาผ่านทางปอยเปต กำหนดเปิดให้บริการได้ภายใน 3-4 เดือนนี้ โดยยืนยันว่า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นไม่กระทบแผนงานนี้ ส่วนโครงข่ายเชื่อมลาว และพม่ากำหนดเสร็จต้นปี 2553
 
ส่วนอาคารจัสมิน ทาวเวอร์แจ้งวัฒนะ ก็พร้อมเป็นไอซีที ฮับ โดยมีแผนเชื่อมโยงแบรนด์วิธไปทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 622 เมกะบิต (Mbps) จากปัจจุบันมีแบรนด์วิธเชื่อมตรงจากอาคารไปยังอเมริกา และสิงคโปร์แห่งละ 5 กิกะบิต (Gbps) ยุโรป 622 กิกะบิต ญี่ปุ่น ไต้หวันและฮ่องกง แห่งละ  1.2 กิกะบิต
 
พร้อมกันนี้ บริษัทกำลังศึกษาโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ที่กทช.มีมติเปิดเสรีแล้ว อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งหากรัฐบาล และกทช. ส่งเสริมสนับสนุน และเปิดเสรีอย่างแท้จริง เชื่อว่าจะนำประเทศก้าวสู่ฮับไอซีทีของภูมิภาคได้แน่นอน
 
"การสนับสนุนคือต้องสร้างกฎกติกาที่แข่งขันได้เสรี และเป็นธรรม ไม่จำกัดว่าจะเป็นกิจการของรัฐหรือเอกชน อีกทั้งหากรัฐบาลมีเจตน์จำนงสนับสนุนอย่างชัดเจน จะทำให้การระดมทุนต่างประเทศทำได้คล่องตัวขึ้น"
 
ปัจจุบันมีบริษัทต่างประเทศให้ความสนใจจะร่วมทุนกับบริษัท 2 ราย จากเดิมเคยเสนอตัวมา 6 ราย แต่เมื่อกฎกติกายังขาดความชัดเจน ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหาก็ได้ถอนตัวไป
 
อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลังบริษัทจะเน้นขยายเกตเวย์เพิ่ม โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด NG-DWDM และเป็นเส้นทางใหม่ด้วยแบรนด์วิธเริ่มต้นที่ 40 กิกะบิตต่อวินาที และขยายเกตเวย์ผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอีก 10 กิกะบิต ซึ่งขณะนี้เสร็จไป 5 กิกะบิตแล้ว จากก่อนหน้านี้ 1 ปีครึ่งใช้อยู่ 2.5 กิกะบิต ซึ่งทำให้เกตเวย์ของบริษัทมี 3 เครือข่าย เพื่อนำมาจัดโซลูชั่นให้ลูกค้า และเป็นระบบสำรองซึ่งกันและกัน
 
"การขยายเกตเวย์มากๆ นี้ เพราะคาดว่า จะมี 3 จี และไวแม็กซ์เกิดขึ้นปีนี้ ซึ่ง 3 จี จะต้องใช้ความเร็วที่สูงมากระดับหลายสิบ หรือหลักร้อยกิกะบิตเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เมื่อ 3จี ต้องเลื่อนออกไป แบรนด์วิธก็เหลือ แต่เชื่อว่า อย่างไรก็ต้องเกิดการใช้งาน และไทยต้องเกิด 3 จีเพราะหนีกระแสโลกไม่พ้น"
 
บริษัทยังพัฒนาบริการ และดำเนินกิจกรรมการตลาดร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศต่อเนื่อง เช่น การรุกตลาดโกลบอล ไอพี-วีพีเอ็น โกลบอล เทียร์ -1 ทำให้มีทางเลือกมากขึ้น ขยายบริการโกลบอล โคโลเคชั่น/ดาต้า เซ็นเตอร์ ที่บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 10% และยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งบริการแมเนจดีดอส ช่วยจัดการความผิดปกติของข้อมูล
 
ทั้งนี้ มูลค่าตลาดเกตเวย์ระหว่างประเทศอยู่ที่ 4 พันล้านบาท และเติบโต 10-15% ต่อปี ซึ่งจัสเทลมีส่วนแบ่ง 20% โดยเติบโตก้าวกระโดดทุกปี จากปี 2550 ที่มี 80 ล้านบาท เป็น 380 ล้านบาทเมื่อปีที่ผ่านมา และปีนี้ตั้งเป้า 680 ล้านบาท ซึ่งครึ่งปีแรกทำรายได้กว่า 400 ล้านบาทแล้ว และยังมีสัญญาล่วงหน้าที่ทำให้ยอดรายได้รวมทั้งปีจะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยเป็นผลจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

 

Tags : จัสเทล เน็ทเวิร์ค

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement