เลขา กทช . ลั่นพร้อมประมูล 3 จี มกราคม 53 ชี้ไร้กระทบผู้ให้บริการมือถือ ฟากเอกชนยืนยันพร้อมลงทุนคลื่นความถี่ใหม่หลักแสนล้านบาท
นายสุรนันท์ วงศ์วิทยะกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวในงานสัมมนา "ก้าวสู่ยุคเทคโนโลยี 3 จี จุดเปลี่ยนวิถีชีวิต-ธุรกิจโทรคมนาคมไทย" จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ว่า สำนักงานเลขาฯคาดว่าจะสามารถประกาศจัดประมูลใบอนุญาต 3 จี ได้ประมาณต้นเดือน มกราคม 2553
โดยขั้นตอนก่อนกลางประมูลระหว่าง 3 เดือนนี้ได้แก่ ในกลางเดือนกันยายน 52 จะออกประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประมูล หรือ Information Memorandum จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทำความเข้าใจการประมูลในทิศทางเดียวกัน ( Pre - Qualification ) และทำการทดลองประมูล ( Trial Auction )
อย่างไรก็ตามกำหนดการที่แน่ชัดขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการกทช. (บอร์ด) ที่จะอนุมัติหลักเกณฑ์เงื่อนไข ได้เมื่อใด ซึ่งในระหว่าง 1-2 เดือนยังอยู่ในช่วงเวลาของการสรรหากทช.ใหม่มาทดแทนที่ครบกำหนดออกไปก่อนหน้านี้ จึงต้องรอความชัดเจนทั้งในแง่การสรรหา และนโยบายของกทช.อีกครั้ง
ขอความชัดเจนเงื่อนไข 3 จี
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แม้กทช.จะเลื่อนไปจากกำหนดเดิมที่คาดว่าจะพร้อมให้จัดประมูล (ออคชั่น) ได้ไตรมาส 3 หรืออย่างช้าไตรมาสที่ 4 นั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่จะกระทบต่อเอไอเอส เพราะรอมานานหลายปีแล้วช้าอีก 2-3 เดือนสามารถรอได้
แต่หากมองในแง่ความพร้อมของการลงทุน และการบริการแล้ว เอไอเอส สามารถให้บริการได้หลังจากมีใบอนุญาตในเวลาไม่มีเดือน ส่วนเม็ดเงินการลงทุนยังพร้อมเช่นเดิม ซึ่งหากกทช.มีการประกาศให้ออคชั่นจะส่งผลดีต่อรากฐานเศรษฐกิจโดยรวม เพราะอย่างน้อยจะมีการลงทุนจากผู้ให้บริการมือถือทุกรายไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท ทั้งเกิดประโยชน์ต่อธุรกิจผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นรายย่อย (เอสเอ็มอี) ใหม่ๆ
"เอกชน ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะแม้กทช.ยังไม่ประกาศให้ประมูล หรือออกใบอนุญาต 3 จี เอกชนก็มีการลงทุนทดแทนในโครงข่ายจากเดิมกันอยู่แล้ว เพื่อรองรับบริการใหม่ๆ ของเขาเอง" นายสุรนันท์กล่าว
ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ เอไอเอส กล่าวว่า การเลื่อนกำหนดออคชั่นออกไปอาจมีผลกระทบเล็กน้อยในเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียมการเปิดวงเงินกู้กับสถาบันการเงิน ( Financial Fee) ที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นตามเวลาที่เลื่อนออกไป หากในแง่การตลาดเอไอเอสอาจเป็นหรือไม่เป็นผู้ให้บริการรายแรกในเชิงพาณิชย์บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ก็ได้ เพราะยังไม่เห็นความชัดเจนของหลักเกณฑ์ของกทช.
"ในแง่ส่วนตัวแล้วการประกาศเลื่อนให้บริการออกไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องน่าเสียดายโอกาสที่เข้าถึงบริการจากเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ในแง่บริษัท ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะมีผลกระทบใดๆ สามารถรอได้เสมอ ส่วนการลงทุนเรื่องโครงข่ายของเอกชนเป็นการลงอุปกรณ์ ซอฟต์ สวิทช์ ที่ชุมสายโทรศัพท์ของเอกชนเอง ไม่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่แต่ประการใด " นายวิเชียร กล่าว
ทรูยอมรับไทยเริ่ม 3 จี ช้าที่สุดในภูมิภาค
นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ผู้ให้บริการมือถือไม่ได้รับผลกระทบต่อการประกาศเลื่อนออคชั่น เพราะทุกรายต้องเลื่อนเช่นกัน กระนั้นการเลื่อนประมูลเป็นผลดีต่อภาพรวมหากดำเนินการปัญหาต่างๆ ที่ยังไม่เสร็จสิ้นให้จบลงได้อย่างเรียบร้อย เช่นเรื่องของการจ่ายค่าส่วนแบ่งรายได้ให้กับผู้ให้สัมปทาน การต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 3 จี ใหม่ ส่วนการมี 3 จี จะเป็นโอกาสของผู้พัฒนาคอนเท้นต์
"กทช.ควรมุ่งกำหนดกรอบนโยบายที่ต้องการให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมีทิศทางอย่างไรให้ชัดเจน เช่นในปี 2553 ต้องการให้เป็นอย่างไร และไปสู่แนวทางนั้นให้ชัดเจนตรงเป้าหมาย ไม่ใช่เพียงแค่จะมีการประมูล 3 จี จำนวนกี่ราย แต่ในขณะนี้ต้องขอถอนคำพูดเดิมที่เคยกล่าวว่าคงได้เห็นบริการ 3 จีในกทช.ชุดปัจจุบันก่อนประเทศพม่า ซึ่งเดิมเหลือไทยกับพม่า เพราะขณะนี้รัฐบาลพม่าได้ทดลองใช้ในด้านความมั่นคงแล้ว และจะเปิดโอกาสให้เอกชนได้ใช้ด้วย" นายอธึกกล่าว
นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ระหว่างที่เวลาเลื่อนออกไป ดีแทคยังคงพร้อมทุกด้านทั้งแง่พัฒนาทรัพยากรบุคคลรองรับบริการใหม่ๆ และ เงินทุน แต่หวังว่าสิ่งที่เคยสอบถามไปกทช.ก่อนหน้านี้จะมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นด้วยในแง่ของหลักเกณฑ์การประมูล
อย่างไรก็ตามเงื่อนไขเรื่องการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพราะผู้ให้บริการอยู่ภายใต้การสร้างโอนและให้บริการ ( BTO) ควรหาทางออกร่วมกัน
ไร้เงื่อนไขทีโอทีให้เช่าโครงข่าย
อย่างไรก็ตามทางออกของการให้บริการ 3 จี นั้นก่อนหน้านี้ น.พ.ระเฑียร ศรีมงคล โฆษกบอร์ด บมจ.ทีโอที ประกาศว่า ทีโอทีพร้อมให้บริการเช่าโครงข่ายเพื่อให้ผู้ประกอบการเป็นโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ (เอ็มวีเอ็นโอ) ระหว่างที่ใบอนุญาต 3 จี กทช.อาจยังไม่ออกมาโดยเร็วนั้น
นายวิเชียร กล่าวว่า ยังไม่เห็นความชัดเจนจากทีโอที ที่ผ่านมามีการบอกกล่าวบ้าง แต่ไม่มีรายละเอียด ซึ่งรายละเอียดที่เอกชนต้องการนำมาประกอบการพิจารณาหนีไม่พ้นเรื่อง การจัดสรรศักยภาพของท่อโครงข่ายเพื่อรองรับปริมาณทราฟฟิกจากลูกค้าเอไอเอส ในช่วงเวลาใช้งานสูงสุด ปริมาณพื้นที่ครอบคลุมของโครงข่ายต่อการใช้ภายใน-ภายนอกอาคาร
นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า เรื่องเอ็มวีเอ็นโอ นั้นยังไม่ได้รับการติดต่อจากทีโอที อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะต้องหารือกับทีโอทีในหลายเรื่องไปพร้อมๆ กัน เช่นการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ ตลอดจนเรื่องการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ( Share Infrastructure) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการลงทุนของผู้ให้บริการมือถือทุกราย เพราะในสากลก็จะใช้ร่วมกัน ส่วนในไทยเป็นกรณีที่ต้องหารือในหลายแง่มุม ทั้งประเด็นกฎหมาย เพราะสินทรัพย์ที่โอนให้กับเจ้าของสัมปทานสำหรับโครงข่ายเก่า 2 จี นั้นจะขอนำมาใช้อย่างไร ด้วยเงื่อนไขใด เนื่องจากหากต้องลงทุนทั้งหมดเป็นการสิ้นเปลืองในแง่การนำเข้าอุปกรณ์ และเมื่อต้นทุนของผู้ให้บริการมือถือสูงก็จะส่งผลต่อต้นทุนปลายทางถึงผู้บริโภคในที่สุด
ด้านนายอธึก กล่าวว่า ทรู เป็นบริษัทเล็กว่าเอไอเอส และดีแทคจึงต้องมองทางออกไว้ทุกทาง ทั้งในแง่การเช่าโครงข่าย ทีโอที หรือการขอใบอนุญาตให้บริการ และขอคลื่นสำหรับบริการ 3 จี ใหม่ และด้วยเงื่อนไขหลายๆ อย่างแต่ต้องขอรอความชัดเจนจากกทช. ที่จะมุ่งคุณสมบัติของผู้ให้บริการอย่างไร ซึ่งทรูพร้อมทุกเงื่อนไข เช่นบริษัทคนไทย บริษัทไทยมีหุ้นส่วนเอกชนต่างชาติ หรือมีหุ้นส่วนรัฐวิสาหกิจต่างชาติ
"หากใบอนุญาต 3 จี ออกม.ค.53 จริง ภายในสิ้นไตรมาส 2 ทรูก็พร้อมให้บริการได้แล้ว โดยต้องนับจากวันออกใบอนุญาต ไม่สามารถนับจากวันประมูล เพราะต้องมีการขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ก่อน แต่หากกทช.มีเงื่อนไขยินยอมให้เปิดบริการเฉพาะบางพื้นที่ก่อน เช่นพัทยา หาดใหญ่ ภูเก็ต ก็จะให้บริการได้เร็ว แต่หากต้องการให้เปิดพร้อมกันทั่วประเทศก็ต้องใช้เวลานานกว่านั้นมาก" นายอธึกกล่าว
แม็คเคนซี่ ชี้ควรจำกัดผู้ให้บริการ 3 จี
นายหลุยส์ เอ็นริคเกส ที่ปรึกษา จากบริษัทแม็คเคนซี่ กล่าวว่า ในผลการศึกษาทั่วโลกผู้ให้บริการ 3 จี ที่ประสบความสำเร็จจะมีผู้ให้บริการไม่มากเกินไป เพราะอุตสาหรรมโทรคมนาคม เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องลงทุนจำนวนมาก เช่นในอินเดีย หรือฟิลิปปินส์ หรือในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เปิดให้มีการแข่งขันกว่า 40 รายในที่สุดก็เหลือรายใหญ่ๆ ไม่กี่ราย อย่างไรก็ตามจากนี้ไปสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดศักยภาพในการแข่งขันของประเทศจะวัดกันที่การเข้าถึงบรอดแบนด์ เพราะมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิต รวมถึงสภาพเศรษฐกิจในประเทศนั้นๆ
นายสมประสงค์ กล่าวว่า คลื่นความถี่ในไทยที่มีให้บริการ 3 จี ขณะนี้พอเหมาะกับผู้ให้บริกาปัจจุบันแล้ว หรือ 4 ราย เช่นเดียวกับ ทรู และดีแทค ที่เห็นพ้องกันว่าควรมีผู้ให้บริการประมาณ 4 ราย เพราะเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ ตลอดจนจำนวนประชากรผู้ใช้บริการมือถือ ที่เริ่มสนใจการให้บริการดาต้า
โดย นายอธึก กล่าวว่า ในตลาดโลก ผู้ให้บริการมือถือ 3 จีในปัจจุบันจะเป็นผู้ให้บริการ 2 จีมาก่อนทั้งสิ้น ซึ่งในแง่อุปกรณ์มือถือที่ราคาสูงกว่า 2 จี เพราะฉะนั้นการให้บริการเฉพาะมุ่งลูกค้าใหม่ 3 จีอาจเป็นเรื่องยากก็จะมุ่งลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มพร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้ากำลังซื้อไม่สูงเข้าถึงเทคโนโลยีได้ เช่นแพคเกจที่ทรูมูฟ ได้ดำเนินการกับไอโฟน
นายจอห์นเซ่น กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันควรเข้ามาลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ใช่เป็นข้ออ้างใดๆ ด้านวิกฤตเศรษฐกิจไม่เหมาะสมต่อการลงทุน เพราะทำให้ผู้บริโภคสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีบรอดแบนด์เพื่อการเรียนรู้ หรือบันเทิงก็ตาม
"คนมักพูดถึง 3 จี ว่าใช้ได้เพียงกับมือถือ แต่โดยแท้จริงแล้วใช้ได้กับพีซี ด้วย ซึ่งในอนาคตโมบาย บรอดแบนด์ ก็จะเข้ามาแข่งขันกับฟิกซ์ไลน์ บรอดแบนด์ แต่การลงทุนใน 3 ปีแรกจะยังไม่มีผลกำไรในแง่รายได้ แต่ต้องให้เวลา ซึ่งผู้ให้บริการมือถือก็พร้อมลงทุนเพื่ออนาคต ที่แม้ว่าขณะนี้ไม่มี 3 จ ก็มีรายได้จากวอยซ์ ก็ตาม เพราะแนวโน้มลูกค้าปัจจุบันเริ่มใช้ดาต้าสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากวอยซ์ลดน้อยลง" นายจอห์นเซ่นกล่าว
Tags : กทช.

ความคิดเห็นที่ 3
00 , 30 มิถุนายน 2552 23:47
ทำไมเรื่องมากกันจังครับ ไม่รู้จะกลัวอะไรครับ อยู่กินเงินเดือนไปวันๆหรือไงครับ
ความคิดเห็นที่ 2
Boss , 30 มิถุนายน 2552 17:15
กทช = * -ทำ-ช้า
ใครจะทำไม * ....ลาออกไปเถอะครับ อยู่ไปก็ถ่วงความเจริญ
ความคิดเห็นที่ 1
คนไทย , 30 มิถุนายน 2552 13:23
เคยชินกับ โรคเลื่อนขององค์กรนี้ซ่ะแล้ว ถ้าเอาออกมาประมูลควรจะตื่นเต้นดี หรือว่า ชาชินไปกับมันซ่ะ เป็นประเทศแรกๆในเอเชียที่พูดถึงเรื่อง 3 G ก่อนใครกลับกลายเป็นประเทศสุดท้ายในเอเชียที่ได้ใช้ ผมว่า รอเปิดประมูล 4G ไปเลยซ่ะดีไหม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ใช้มาเป็นสิบปี (ไทยได้แต่พ่นน้ำลาย) สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ มาเลเซีย ไม่เคยโอ้อวด แต่ประชาชนได้ใช้เกือบจะ 5 ปีได้แล้ว ลาว กัมพูชา ที่ว่าล้าหลังกว่าไทย วันนี้ก็ได้ใช้เกือบจะ 2 ปีเต็มซ่ะแล้ว ที่องค์กรห่วยแห่งนี้ภูมิใจว่าไทยยังเร็วกว่าพม่า และพม่าก็เริ่มทดลอง อย่าลืมว่าพม่าเป็นรัฐที่มาจากทหาร เขาจะเอาชนะไทยเมื่อไหร่ก็ได้ องค์กรห่วยๆมักมาจากรัฐทั้งนั้น