"ไบรอัน เมฟฟอร์ด" ซีอีโอบริษัทคอนเนคเท็ด เนชั่น เดินสายทั่วเอเชีย โปรโมทโมเดลเชื่อมทุกคนบนโลกด้วยเทคโนโลยีบรอดแบนด์
"คอนเนคเท็ด เนชั่น" (CONNECTED NATION) "เอ็นจีโอ" ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีชื่อเสียงมากในสหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญเทคโนโลยีบรอดแบนด์ เป็นหนึ่งในองค์กรที่ช่วยสานนโยบายของประธานาธิบดี "บารัค โอบามา" ในการให้คนอเมริกันสามารถเข้าถึงเครือข่ายบรอดแบนด์ให้ได้มากที่สุด
ผลงานที่โดดเด่น คือ การเปลี่ยนให้ "รัฐเคนตักกี้" หนึ่งในมลรัฐของอเมริกา ที่ได้ชื่อว่า "ล้าหลัง" สุดๆ ประชาชน "ยากจนสุดๆ" ให้กลายเป็นรัฐที่คนอเมริกันกว่า 97% สามารถเข้าถึงบรอดแบนด์ได้ภายใน 3 ปี
"ไบรอัน เมฟฟอร์ด" ซีอีโอ บริษัท คอนเนคเท็ด เนชั่น เล่าให้ฟัง โอกาสเดินสายโปรโมทเทคโนโลยีบรอดแบนด์โดยเทียบเชิญของอินเทล และปิดท้ายกำหนดการทัวร์เอเชียเกือบ 10 ประเทศครั้งนี้ที่ "ไทย"
แนะไทยปล่อยคลื่นเทคฯใหม่
"ไบรอัน" เล่าว่า "คอนเน็คเท็ด เนชั่น" ยังเป็นชื่อของโมเดลด้านนโยบายไอซีทีของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ที่ต้องการขยายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทุกรัฐ ซึ่งสหรัฐ มีงบลงทุนไอซีทีทั่วประเทศราว 7.2 พันล้านดอลลาร์ และกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เป็นงบด้านการขยายบรอดแบนด์
และตอนนี้ บริษัทของเขาก็กำลังขยายบทบาทไปสู่การขายไอเดียในโมเดลดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลอีกหลายๆ ประเทศ เห็นความสำคัญของการ "ขับเคลื่อน" โลกแห่งการติดต่อสื่อสารและข้อมูลข่าวสาร ให้ครอบคลุมประชากรในทุกระดับโดยเท่าเทียมผ่าน "เทคโนโลยีบรอดแบนด์"
"ก่อนหน้ามาไทย ผมและทีมงานไปที่กรุงมะนิลา ที่ฟิลิปปินส์มีการเติบโตการใช้ไอทีรวดเร็ว มีโครงสร้างพื้นฐานไอทีพร้อม โดยเฉพาะบริษัทเทเลคอมรายใหญ่ของเขาได้จัดสรรคลื่นไวแม็กซ์เรียบร้อยแล้ว ขณะที่มาเลเซีย และอินโดนีเซียอีก 2 เดือนข้างหน้าก็จะมีไวแม็กซ์ใช้เช่นกัน เช่นเดียวกับลาว กัมพูชา ซึ่งไทยก็อาจกลายเป็นประเทศสุดท้ายที่ได้ใช้ไวแม็กซ์ และ 3จี"
เขาค่อนข้างแปลกใจว่า ทำไมหน่วยงานของไทยถึงได้ล่าช้าในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ไทยเป็นหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอัตราการใช้ไอทีค่อนข้างสูงมาก เห็นได้จากยอดขายโน้ตบุ๊ค พีซี มือถือที่เติบโตสูงขึ้น
"การจัดสรรคลื่นความถี่ของหน่วยงานในไทย ต้องทำอย่างรวดเร็ว ทั้งในส่วนของคลื่นไวแม็กซ์ 3จี รวมถึงต้องร่วมกันหาแนวทางในการกระตุ้นให้มีการใช้งานบรอดแบนด์มากขึ้น หากมัวแต่รอ ก็ยิ่งทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน และไม่มีตัวช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวม และหากไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานไอทีเหล่านี้ ถ้าเราไม่พร้อมก็จะไม่สามารถแข่งขันในศตวรรษหน้าได้ แถมยังต้องสูญเสียโอกาสทางการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย"
เปิดโมเดลไอทีสไตล์มะกัน
เขายังยกตัวอย่างโมเดล “คอนเนคเท็ด เนชั่น” ที่บริษัทได้เข้าไปพัฒนาที่รัฐเคนตักกี้ ด้วยการเข้าไปให้คำปรึกษาหน่วยราชการในท้องถิ่น สานความร่วมมือกับบริษัทเอกชนท้องถิ่น มีการจัดฝึกอบรม เทรนนิ่ง โดยก่อนหน้าเข้าไป เขาได้สำรวจแนวคิดของบรอดแบนด์กับคนรัฐนี้ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีบรอดแบนด์ในชุมชน
"นั่นแสดงให้เห็นว่า เขาไม่รู้ว่าบรอดแบนด์จะเข้าไปช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเขาได้อย่างไร ขณะที่ คนส่วนใหญ่ในเคนตักกี้ ก็ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวนา ก็ยิ่งไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย"
แต่หลังจากที่บริษัทลงไปให้ความรู้ และบอกถึงผลดีของบรอดแบนด์ที่จะเข้าไปช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิต ทั้งในแง่การรักษาพยาบาล การศึกษา การทำเกษตรกรรม พร้อมทั้งวางแนวทางการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ด้วยงบประมาณจากรัฐบาลกลางส่วนหนึ่ง จากการบริจาคขององค์กรต่างๆ ในสหรัฐส่วนหนึ่ง รวมทั้งร่วมมือกับบริษัทในท้องถิ่น ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม
ไม่นานนัก ก็เริ่มมีเงินลงทุนไหลมาจากบริษัทโทรคมยักษ์ใหญ่ ที่ต้องการเข้ามาวางโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 900 ล้านดอลลาร์ จนทำให้เกิดบริษัทเอสเอ็มอีในชุมชนเพิ่มขึ้น คนในรัฐเคนตักกี้สามารถทำงานที่บ้าน ประกอบอาชีพส่วนตัว ด้วยการอาศัยเครือข่ายบรอดแบนด์เชื่อมไปยังตลาดภายนอกได้ เช่นเดียวกัน ก็เริ่มมีบริษัทด้านคอมพิวเตอร์ไอทีเล็กๆ เปิดให้บริการภายในชุมชน
จากรัฐชายขอบสู่รัฐสร้างเงิน
ปัจจุบัน รัฐแคนตักกี้มีบรอดแบนด์ครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 97% ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี สามารถสร้างแรงงานใหม่ๆ ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 63,000 ตำแหน่ง คิดเป็นเงินค้าจ้างแรงงานในรัฐนี้กว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่ ปัจจุบัน คนอเมริกันสามารถเข้าถึงบรอดแบนด์ได้ 400 ล้านคน และยังมีความต้องการที่จะเข้าถึงอีก 4 พันล้านคน หากเพิ่มการเข้าถึงได้อีก 7% บรอดแบนด์จะสามารถกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจในสหรัฐได้ราว 134 พันล้านดอลลาร์ เกิดการจ้างงานเพิ่มกว่า 2.35 ล้านตำแหน่งงาน
“ในภูมิภาคเอเชีย เรากำลังมีความร่วมมือกับรัฐบาลในรัฐโอลิสา ของอินเดีย โดยจะนำโมเดล คอนเนคเท็ด เนชั่น ที่ทำกับรัฐเคนตักกี้ไปทำที่นี่ด้วย เช่นเดียวกับในไทยก็มีแผนที่จะร่วมมือกับทางหน่วยงานทั้งรัฐ และเอกชนทำโครงการดังกล่าว ซึ่งการมาไทยครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”
