หากใครที่ต้องการหาธุรกิจแบบเป็นเจ้านายตัวเอง เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า ช่วงภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดลองแวะเวบนี้ weloveshopping.com
ไม่จำเป็นว่าต้อง "ชอบ" การชอปปิ้งเป็นชีวิต จิตใจ หากแต่ใครที่ต้องการหาธุรกิจแบบเป็นเจ้านายตัวเอง เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า ช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกออกอาการสะลึมสะลืออย่างยาวนาน ก็สามารถแวะป้ายนี้ได้ ที่เว็บไซต์ www.weloveshopping.com อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ใต้การบริหารงานของ "ทรู คอร์ป"
วันก่อน "วีเลิฟ" ประกาศปรับโฉมเว็บใหม่ เพิ่มเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เพื่อเปิดตลาดสู่ 7 ประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ลาว, พม่า และฟิลิปปินส์ พร้อมๆ กับวางแผนที่จะจับมือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศเหล่านี้ พัฒนาเว็บวีเลิฟให้เป็นภาษาท้องถิ่น ซึ่งโปรเจคนี้อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกสักระยะหนึ่ง
ดังนั้นสัญลักษณ์ "ธง" ที่เห็นเมื่อเข้าไปที่เว็บวีเลิฟ ไม่ว่าจะคลิกไปที่ธงประเทศไหนใน 7 ประเทศ จะยังเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
"มนสินี นาคปนันท์" รองผู้อำนวยการสายงาน Weloveshopping.com บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าว่า การปรับโฉมครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มที่จะช่วยให้อี-คอมเมิร์ซไทยใกล้ชิดกับตลาดโลกมากขึ้น
ไม่เพียงปรับโฉมเว็บให้เข้าถึงตลาดในภูมิภาคนี้ หากแต่ "วีเลิฟ" ยังปล่อยแพ็คเกจ สำหรับคนที่คิดริเริ่มอยากมีทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ด้วยราคายั่วใจ "ควิกแพ็ค" 249 บาท เจาะกลุ่มคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
แพ็คเกจนี้ ผู้บริหารทรู บอกว่า ใช้เวลาแค่ 10 นาที ก็สามารถเปิดหน้าร้านออนไลน์เป็นของตัวเองได้..จริงหรือไม่ ชัวร์ หรือมั่ว ใครที่อยากมีธุรกิจบนเว็บก็สามารถทดลองดูได้
“สรรเสริญ สมัยสุต” ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการ ดูแลเว็บวีเลิฟ เล่าเสริมว่า ผู้ที่มีแพ็คเกจ "ควิกแพ็ค" สามารถเข้ามาเปิดร้านได้เป็นเวลา 6 เดือน มีซีดีแนะนำเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ วีธีการสร้างร้านค้าออนไลน์ รวมถึงวิธีการจัดการรูปภาพ หรือเทคนิคการใช้โปรแกรมรูปภาพต่างๆ เพื่อช่วยสร้างงาน สร้างรายได้
ส่วนของบริการอื่นๆ ก็จะมีให้ทั้งระบบการรับชำระเงิน การจัดส่งสินค้า ซึ่งหากธุรกิจไปได้สวย ใน 6 เดือนก็สามารถต่ออายุสมาชิกเพื่อทำธุรกิจต่อไปได้ทันที
ขณะที่ ผู้ช่ำชองการใช้เว็บเป็นช่องทางการตลาดออนไลน์อย่าง "อัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์" ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดขายตรง ซีเอ็มจีกรุ๊ป หนึ่งในธุรกิจที่ใช้เว็บวีเลิฟเป็นช่องทางในการทำตลาดสินค้า เล่าว่า อี-คอมเมิร์ซ ถือเป็นช่องทางการทำตลาดออนไลน์ที่สำคัญ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และที่สำคัญจะสามารถขยายไปสู่ฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์
เช่นเดียวกับ "กันตพัฒน์ นุตะโพธิพันธ์" ผู้จัดการเว็บมาร์เก็ตติ้ง บริษัท โซนี่ ไทย หนึ่งในโซนเว็บประมูลของวีเลิฟ บอกว่า เทรนด์การซื้อสินค้าออนไลน์เติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดแก๊ดเจ๊ท หรือสินค้าไอที ที่ซื้อขายผ่านเน็ตเพิ่มขึ้น การมีเว็บสำหรับวางสินค้า กระทั่งโปรโมท ทำให้ลูกค้าติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ของบริษัท พร้อมร่วมสนุกด้วยการประมูลสินค้าใหม่แกะกล่องได้ตลอดเวลา
"อภิศิลป์ ตรุงกานนท์" กูรูด้านอี-คอมเมิร์ซ ประเมินตัวเลขให้ฟังคร่าวๆ ว่า ณ วันนี้ อี-คอมเมิร์ซของไทยคิดเป็นแค่ 1% ของทั่วโลกที่มีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นหมายควมาว่า ยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับอี-คอมเมิร์ซไทย ที่จะเข้าไปโลดแล่นในตลาดระดับโลก
"ผมว่าปีนี้ คนไทยซื้อของ รวมขายของบนอินเทอร์เน็ตเยอะขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยไปต่างประเทศอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น จะนำสินค้าเค้าเขามาเปิดเว็บขายเยอะมาก พวกกระเป๋า เสื้อผ้า ทำให้ปีนี้เชื่อว่า อี-คอมเมิร์ซในกลุ่มบีทูซี จะเติบโตมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีกมาก"
Tags : อีคอมเมิร์ซ

ความคิดเห็นที่ 2
เว็ปเขาดีจริงๆครับ , 27 สิงหาคม 2552 20:28
ผมสมัครมาแล้วครับ ดีมากๆ
เข้าไปดุของผมได้ที่
www.gutumaeng.com
ความคิดเห็นที่ 1
chatchai@ckmit.com , 29 มิถุนายน 2552 08:11
เอาด้วยๆๆๆ สนใจ..ติดต่อไงดีครับ..
จากผม WWW.CKMIT.COM