แบรนด์ยักษ์ไอทีเปิดสงครามแข่งเดือด พาเหรดร่วมงานเทรดโชว์ถี่ยิบ ทั้ง "คอมมาร์ต-อิเล็กทรอนิกา-พันธุ์ทิพย์" หวังจับฐานลูกค้าต่างกลุ่ม
แบรนด์ยักษ์ไอทีเปิดสงครามแข่งเดือด พาเหรดร่วมงานเทรดโชว์ถี่ยิบ ทั้ง "คอมมาร์ต-อิเล็กทรอนิกา-พันธุ์ทิพย์" หวังจับฐานลูกค้าต่างกลุ่ม "แคนนอน" ชูนโยบายร่วมทุกงาน หลังประเมินครึ่งปีหลังฉายแววโตแรงกว่า "เอเซอร์" ชี้จังหวะดีรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ขนทัพโชว์สินค้าครบทุกไลน์ ส่วน "เอชพี-โซนี่-ซัมซุง" อัดโปรใหม่ พร้อมเปิดเอ็กซ์คลูซีฟโมเดล เจาะตลาดคนเดินห้างหรู
นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดไอทีครึ่งปีหลังจะเติบโตได้มากกว่าครึ่งปีแรก สะท้อนจากยอดขายกล้อง และเครื่องพิมพ์แคนนอน 5 เดือนที่ผ่านมายังโตได้ 15%
นอกจากนี้เชื่อว่า ความต้องการสินค้าไอทีของผู้บริโภคจะเริ่มฟื้นตัวไตรมาส 4 หลังจากเว้นวรรคการซื้อสินค้าใหม่มาหลายเดือน ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของผู้ซื้อที่น่าจะเริ่มเชื่อมั่น และเกิดความต้องการเปลี่ยนสินค้าใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แคนนอนจะยึดนโยบายเข้าร่วมงานทุกงาน ทั้งเพาเวอร์ มอลล์ อิเล็กทรอนิกา โชว์เคส ซึ่งจัดช่วงเดียวกับงานพันธุ์ทิพย์ ฮอตเซล และคอมมาร์ต เอ็กซ์เจน รวมทั้งงานคอมพิวเตอร์ และดิจิทัล ไอที ในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่ โดยคาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายรวมได้ถึง 7 พันล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขายรวม 6.1-6.2 พันล้านบาท
"ไม่จำเป็นก็จะไม่ขาดงานไหนเลย โดยเฉพาะต่างจังหวัดจะเห็นกิจกรรมเยอะมาก ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะคนกรุงเทพฯ ใช้สินค้าไอทีเป็นเรื่องธรรมชาติไปแล้ว แต่ต่างจังหวัดยังถือเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งปีนี้ความถี่ของกิจกรรมการตลาดในต่างจังหวัดของเราคาดว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 50% และแต่ละครั้งใช้งบหลัก 5-6 แสนขึ้นไป"
นายอลงกรณ์ ตุงคะบรรหาร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า สภาพตลาดช่วงนี้ถือเป็นจังหวะดีสำหรับการจัดงานขนาดใหญ่ เนื่องจากรัฐเพิ่งผ่านแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าโปรเจคที่ออกมาหลายงานจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าไอทีที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เอเซอร์จะเน้นการเปิดตัวสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ รวมทั้งการเปิดตลาดสินค้าแบรนด์ใหม่ให้ครอบคลุมตลาดทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับล่างถึงบน เช่น พีซีเกตเวย์ และอีแมชชีน รวมทั้งกลุ่มแฮนด์เฮลด์ ที่ให้สิทธิเอสไอเอสทำตลาด
เช่นเดียวกับเอชพี ซึ่งในงานอิเล็กทรอนิกาได้วางแผนเปิดตัวสินค้าแบรนด์ใหม่ "เอชพี โปร บุ๊ค รุ่น ซีซี11เอส" เน้นดีไซน์แฟชั่น และสีสันเลียนแบบสีแดงของไวน์ ขณะที่โซนี่ เปิดตัวไวโอ้ ลิมิเต็ด เอดิชั่น สีทอง จำหน่ายเฉพาะในงานเช่นกัน
นายนากาตะ เคน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผู้จัดการฝ่ายขาย โซนี่ ไทย จำกัด เผยว่า โซนี่ก็มีนโยบายเข้าร่วมเกือบทุกงานเช่นกัน เนื่องจากแต่ละงานจะมีกลุ่มคนเดินแตกต่างกัน ทั้งยังมองว่าตลาดไอทีเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอม โดยยังคงเน้นตลาดไอทีกลุ่มมิดทูไฮเป็นหลัก
ขณะที่นายอาณัติ จ่างตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ระบุว่า สินค้าไอทีจะเป็นกลุ่มที่ช่วยผลักดันยอดหลักให้บริษัทโดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และโน้ตบุ๊ค ซึ่งครึ่งปีแรกเปิดตัวรุ่นใหม่จำนวนมาก และช่วงนี้เริ่มสะท้อนยอดขายดีขึ้น
สถาบันการเงิน-ห้างอัดโปรหนุน
นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่สายบริหารสินค้าเพาเวอร์ มอลล์ เผยว่า งานอิเล็กทรอนิกาครั้งนี้มีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 2-12 ก.ค.2552 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินมากกว่า 13 แห่ง เช่น เอชเอสบีซี อเมริกัน เอ็กซ์เพรส และเคทีซี ร่วมจัดโปรโมชั่นสนับสนุนทางการเงินให้ผู้บริโภค โดยจะได้รับส่วนลดสูงสุด 15% รวมทั้งยังมีโปรโมชั่นออนท็อป จากบัตรเครดิตบางราย เช่น ซื้อสินค้าไอทีผ่านบัตรเครดิตกรุงศรีฯ ในงานจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 8% และเงินคืน (แคชแบ็ค) อีก 3%
นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นให้ผ่อนสินค้า 0% ตั้งแต่ 3-6 เดือน เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อสินค้าภายในงาน
ขณะที่ยังมีรายการส่งเสริมการขายจากเพาเวอร์ มอลล์ เมื่อซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการจะได้รับของสมนาคุณมูลค่าสูงสุด 99,990 บาท
พร้อมกันนี้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการระบบอย่าง "เอไอเอส" เปิดบูธจำหน่ายแบล็คเบอรี่ เพื่อร่วมกระตุ้นตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งภายในงานมีผู้ค้าไอทีเกือบทุกแบรนด์มาร่วมเปิดบูธจำหน่ายสมาร์ทโฟน เช่น เอเซอร์ โตชิบา และซัมซุง
นอกจากนี้ เอไอเอส ยังเตรียมส่งข้อความสั้นไปยังฐานลูกค้าเซเรเนดกว่า 1 แสนราย เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน คาดว่าครั้งนี้จะมีผู้ร่วมงานมากกว่า 1 แสนราย และมีเงินสะพัดราว 300 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขายรวมจากงาน 260 ล้านบาท
Tags : คอมมาร์ต • อิเล็กทรอนิกา • พันธุ์ทิพย์

ความคิดเห็นที่ 1
ซื้อลูกเดียว , 26 มิถุนายน 2552 07:53
ความแตกต่างของงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีของไทยกับต่างประเทศคือ งานของไทยเน้นขายของโล๊ะสต๊อกเก่า ตกรุ่น ขณะที่ของอเมริกาเน้นขายของใหม่ที่ไม่เคยมีใครเคยเห็น เน้นนวัตกรรม เพิ่มคุณค่าให้ลูกค้า เช่นแอปเปิลไอโฟนเป็นต้น เนื่องจากคนไทยคิดไม่เป็น