10 ปีสำหรับการแจ้งเกิดแบรนด์แบล็คเบอรี่ ถือว่าเราเดินมาถึงจุดเหนือพื้นน้ำบนภูเขาน้ำแข็งที่เราฟันฝ่าความยากลำบากมามากมายแล้ว
“10 ปีสำหรับการแจ้งเกิดแบรนด์แบล็คเบอรี่ ถือว่าเราเดินมาถึงจุดเหนือพื้นน้ำบนภูเขาน้ำแข็งที่เราฟันฝ่าความยากลำบากมามากมายแล้ว และเป็นจุดที่ทำให้เราสามารถมองเห็นโอกาสได้ดีกว่าคนอื่น ที่สำคัญคือ มันยังคงสร้างความท้าทายใหม่ๆ ให้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่แน่ว่า สักวันข้างหน้าก้าวต่อไปของแบล็คเบอรี่อาจจะถึงจุดที่บินได้แล้วก็ได้”
"เกรกอรี่ เวดด์” รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รีเสิร์ช อิน โมชั่น ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน แบรนด์แบล็คเบอรี่ กล่าวในโอกาสเดินทางมาเปิดตัวแบล็คเบอรี่รุ่นล่าสุด "สตอร์ม (STORM 9500) กับพาร์ทเนอร์ในไทย
พร้อมกับข้อมูลที่ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับตลาดไทยเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดหวังว่า แบล็คเบอรี่จะเติบโตได้มากเหมือนการเติบโตที่สหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศแรกที่เข้าไปทำตลาดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
โมเดลใหม่สะท้อนวิชั่น
เหตุผลเพราะเขาคาดหวังว่า ทิศทางใหม่ของแบล็คเบอรี่จะสามารถตอบโจทย์ "ผู้ใช้ในไทย" ได้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่ทั้งข้อมูลจากบริษัทวิจัยภายนอก และการเก็บข้อมูลภายในของรีเสิร์ช อิน โมชั่นเอง ให้ข้อมูลตรงกันว่า คนไทยเริ่มนิยมใช้สมาร์ทโฟน เพื่อโลกในสังคมออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะการแชท การอัพโหลดรูปผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง และการเช็คอีเมลจากมือถือ
เวดด์ บอกว่า "สตอร์ม" เป็นแบล็คเบอรี่รุ่นล่าสุดที่บริษัทออกแบบให้แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ และสะท้อนบุคลิกผู้ใช้ได้มากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับวิชั่นใหม่ของบริษัทที่ต้องการขยายตลาดแบล็คเบอรี่ให้เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้ระดับคอนซูเมอร์มากขึ้น จากที่เคยแข็งแกร่งในตลาดผู้ใช้ระดับองค์กร และนักธุรกิจ
เนื่องจากคุณสมบัติการใช้งานที่โดดเด่นเรื่องการรับ-ส่งอีเมล (พุชเมล) ซึ่งใช้ระบบเฉพาะที่พัฒนาขึ้นโดยรีเสิร์ช อิน โมชั่น ในแคนาดา ที่จะสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ
ขณะที่แนวทางการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ จะเริ่มเน้นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะคุณสมบัติรับ-ส่งข้อความ, เข้าเว็บเครือข่ายสังคม และแอพพลิเคชั่นที่ตอบสนองการใช้งานแบบโมบิลิตี้อื่นๆ ส่งผลให้ในไตรมาสล่าสุด ยอดลูกค้าใหม่ของแบล็คเบอรี่เป็นผู้ใช้จากกลุ่มคอนซูเมอร์ถึง 70%
ชูนโยบาย “โกลด์ สแตนดาร์ด”
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงนโยบายการทำตลาดในสภาพที่ตลาดทั่วโลกกำลังวิกฤติเช่นนี้ เขายืนยันว่า นโยบายแบบ "โกลด์ สแตนดาร์ด" ที่เน้นการบริหารงานเหมือนกันทั่วโลก ยังคงเป็นทางเดินที่ถูกต้อง และไทยก็เช่นเดียวกัน ซึ่งบริษัทยังคงเน้นการทำตลาดผ่านพันธมิตรระดับผู้ให้บริการระบบ (โอเปอเรเตอร์) เป็นอันดับแรก รวมทั้งผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ซึ่งข้อดีคือ บริษัทสามารถหา "Best Practice" จากพันธมิตรในแต่ละประเทศมาปรับใช้ในตลาดที่เหมาะสมได้
นโยบายดังกล่าวส่งผลให้แบล็คเบอรี่ยังเติบโตได้ดี แม้ว่าจะมีผู้เล่นรายใหม่ๆ ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
"เราวางโพสิชั่นให้แบล็คเบอรี่เป็นมากกว่าแค่ตัวเครื่องเท่านั้น โดยนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบสนองการใช้งานของกลุ่มเอ็นเตอร์ไพร์ซ รวมไปถึงคอนซูเมอร์ แพลตฟอร์ม ซึ่งจะมองตัวเครื่องเป็นเพียงดีไวส์ที่ทำให้เข้าถึงโซลูชั่นเหล่านี้ได้"
นอกจากนี้เขายังย้ำถึงความโดดเด่นของตัวบริษัท ซึ่งเกิดจากฐานความแข็งแกร่งในการพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูลทั้งอีเมล และข้อความ ที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลกแล้วว่า รีเสิร์ช อิน โมชั่น เป็นบริษัทผู้บุกเบิก "ไวร์เลส ดาต้า คอมพานี" ที่ถือเป็นจุดแข็งให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มใช้งาน
พร้อมกันนี้เขายืนยันว่า ปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อการพัฒนาและวิจัยอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนจากยอดขายเครื่องแบล็คเบอร์รี่ไตรมาสล่าสุด เฉพาะสหรัฐ ที่ 1 ใน 5 สมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดเป็นโมเดลของแบล็คเบอรี่ถึง 3 รุ่น
ขณะที่มียอดขายรวมผ่านหลัก 50 ล้านเครื่องแล้ว นับตั้งแต่เปิดตัวแบรนด์แบล็คเบอรี่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา
บริษัทแห่งความภาคภูมิใจ
เวดด์บอกว่า แม้ปีที่ 10 ของแบล็คเบอรี่จะไม่เฉลิมฉลองอะไรเป็นพิเศษทั่วโลก แต่อย่างน้อยสิ่งที่บริษัทได้รับคือ การสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของบริษัทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งรีเสิร์ช อิน โมชั่น ยังถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในแคนาดาเพียงไม่กี่บริษัทที่ประสบความสำเร็จในการสร้างตลาดทั่วโลก
ขณะที่ภาพจำของแคนาดาไม่ถือเป็นประเทศที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีเหมือนประเทศต้นกำเนิดบริษัทไอทียักษ์ใหญ่หลายๆ บริษัทของโลก
"ผมรู้สึกว่า เราเป็นเหมือนความภาคภูมิใจหนึ่งของแคนาดา ซึ่งไม่รู้ว่ารัฐบาลจะคิดแบบเดียวกับที่เราคิดหรือไม่ แต่ถ้าถามผม ผมรู้สึกภูมิใจมากที่แบรนด์ของเราได้รับการยอมรับไปทั่วโลก และก็ยังสามารถยืนหยัดได้ดีแม้ในสภาพเศรษฐกิจทรุดตัวเช่นนี้"
"เวลา" ท้าทายฝีมือ
แต่เขายอมรับว่า ความท้าทายที่สุดในธุรกิจสมาร์ทโฟนคือ "เวลา" เนื่องจากบทบาทความรับผิดชอบในตลาดที่แตกต่างกัน ซึ่งแม้จะอยู่ในภูมิภาคเอเชียเหมือนกัน แต่เนื่องจากความแตกต่างของแต่ละประเทศ เช่น ไทย มีสัดส่วนการใช้มือถือในอัตราที่สูงอยู่แล้ว ดังนั้นความต้องการใช้งานก็จะต้องแตกต่างจากตลาดที่ยังมีสัดส่วนการใช้มือถือต่ำ
นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการเข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมทั้งมองหาโอกาส และพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อช่วยทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ
"ถึงจะไม่ได้ร่ำเรียนสายเทคโนโลยีมาโดยตรง แต่อย่างน้อยประสบการณ์การทำงานกับบริษัทโทรคมยักษ์ใหญ่อย่างเอทีแอนด์ทีมานาน ผสมผสานกับการบาลานซ์ระหว่างไอเดียทางธุรกิจ และความรู้ทางเทคโนโลยีที่เริ่มจากศูนย์ ทำให้ผมสามารถเรียนรู้ได้ง่ายกว่าคนที่เทคโนฯ มากๆ และมีแนวคิดใหม่ๆ ออกมาวางแผนตลาดให้แบล็คเบอรี่ในภูมิภาคนี้ได้ในอีกแนวหนึ่ง"
Tags : แบล็คเบอรี่
