หนุ่มนักบริหารรุ่นใหม่กับเพื่อนๆ อีก 9 คน คิดที่จะฉีกกฏ เดิมๆ ของธุรกิจภาพถ่ายดิจิทัล
“ทำไมถึงตั้งชื่อ “บริษัท สิบคน?”
คำถามแรกยิงสู่ผู้บริหารหนุ่ม “สมบูรณ์ ชุติโรจน์สกุล” ดิจิทัล โปรเจค แมเนเจอร์ บริษัทสิบคน จำกัด
เขาบอกยิ้มๆ ว่า “ก็เพราะมีผู้ร่วมหุ้นตั้งบริษัทนี้ทั้งหมด 10 คน”
คำตอบง่ายๆ ของหนุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ที่รวมพลังเพื่อนๆ อีก 9 คน คิดที่จะ“ฉีกกฏ” เดิมๆ ของธุรกิจภาพถ่ายดิจิทัล โดยใช้เงื่อนไขของโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปรวดเร็ว จนหลายคนอาจก้าวตามไม่ทัน
กำเนิดบ.สิบคน
บริษัทสิบคนเกิดขึ้นจากการรวมตัวของนักธุรกิจรุ่นใหม่ หลากหลายอาชีพตั้งแต่หมอ ข้าราชการ เจ้าของธุรกิจ นักวิชาการ แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้ง 10 คนมีเหมือนกัน คือ ทุกคน “รัก” การถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ กระทั่งร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับจัดการรูปภาพแนวใหม่ มีสไตล์ มีครีเอท และเชื่อว่า “ตรง” กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้
ซอฟต์แวร์นี้ชื่อว่า “อิมเมจแก็งค์” (Imagegang)
สมบูรณ์ เล่าว่า ซอฟต์แวร์ “อิมเมจแก็งค์” สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่ www.imagegang.com ผู้ใช้งานสามารถนำภาพของตัวเองมาเรียบเรียงจัดวางตามความต้องการ โดยตัวซอฟต์แวร์จะมีฟีเจอร์ของการตกแต่งรูปภาพ พิมพ์ข้อความ ใส่คลิปอาร์ตเก๋ๆ
จากนั้นเมื่อได้ไฟล์ภาพที่ต้องการ ก็สามารถนำมาผลิตเป็นชิ้นงาน หรือรวบรวมเป็น "โฟโต้บุ๊ค" ตามขนาดรูปเล่มที่ต้องการ
สู่ร้านอิมเมจแก็งค์
ร้าน “อิมเมจแก็งค์” ที่สยามสแควร์ สาขาแรกของบริษัทสิบคน จึงเกิดขึ้นเพื่อรองรับเอาท์พุทของซอฟต์แวร์นี้ ด้วยการให้บริการจัดทำโฟโต้บุ๊ครวบรวมภาพความประทับใจทำเป็นคอลเลคชั่นต่างๆ ตามรสนิยมส่วนบุคคล มีขนาดรูปเล่มหลากหลายตามความต้องการสะดวกต่อการสะสม พกพา และเปิดดู เริ่มตั้งแต่โปสเตอร์ โปสการ์ด ขนาด A6 A5 A4 และ A3 ราคาเริ่มต้น 100 - 1,900 บาท
จากการล้างอัดภาพ เพื่อนำมาเก็บใส่อัลบั้มรูปแบบเชยๆ จึงถูกเปลี่ยนใหม่กลายเป็นการทำภาพถ่ายให้อยู่ในรูปของอัลบั้มภาพส่วนตัว คล้ายๆ เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มีภาพประทับใจของเหตุการณ์ต่างๆ ตกแต่งให้เป็นเรื่องราว หยิบมาดูเมื่อไรก็ยิ้มออกเมื่อนั้น
“อาจเป็นเพราะวันนี้คนเรามักชอบที่จะบันทึกเรื่องราวต่างๆ มากขึ้น ทุกคนมีบล็อก มีคอมมูนิตี้ มีไฮไฟว์ มีเฟซบุ๊ค พูดคุยระหว่างเพื่อน ทุกคนใช้กล้องดิจิทัล ใช้มือถือถ่ายรูป มีรูปโพสตามบล็อกส่วนตัว ทำให้เราคิดว่า จุดเปลี่ยนตรงนี้ น่าจะสร้างให้เกิดธุรกิจภาพถ่ายแบบใหม่ ฉีกแบบเดิมๆ ขึ้นมาได้”
ร้านนี้ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 5 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ฮาร์ดแวร์เป็นหลัก เช่นเครื่องพรินต์ขนาดใหญ่ของแคนนอน คอมพิวเตอร์สำหรับตกแต่งภาพ
ฉีกกฏธุรกิจล้างอัดภาพ
สมบูรณ์ เล่าต่อว่า ธุรกิจการทำโฟโต้บุ๊คด้วยเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลได้รับความนิยมมากทั้งอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น และไทย แต่ที่ต่างประเทศราคาค่าจัดทำจะค่อนข้างสูงกว่าไทย เนื่องจากต้นทุนซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในงานพิมพ์นี้มีต้นทุนราคาสูง และยังไม่มีแพร่หลาย ส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะเป็นสูตรสำเร็จคือ ธุรกิจโฟโต้ บุ๊ค จะมีจำนวนหน้าน้อย สั่งซื้อแบบออนไลน์ และเป็นสมุดปกแข็ง เพราะหน้าน้อยเต่ซอฟต์แวร์ของอิมเมจแก็งค์สามารถทำหน้าได้เป็น 2-300 หน้า
“ง่ายๆ เลย โฟโต้บุ๊คก็ถือ การดึงไฟล์รูปออกมาทำเป็นรูปเล่มที่สวยงาม และมีดีไซน์เป็นของตัวเอง ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการอัดภาพ ดิจิทัล แต่ถ้าถามว่า จะได้รับความนิยมไหม ต้องบอกว่า ธุรกิจนี้ยังใหม่ ยังไม่สามารถบอกได้ว่ารายได้เราแต่ละปีเท่าไร แต่ผมเชื่อว่า จะเป็นเทรนด์ใหม่ และน่าสนใจของวงการล้างอัดภาพ ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ผมว่าน่าจะบอกอะไรบ้าง”
เกาะกระแสเวบโซเชียลฯ
ซอฟต์แวร์อิมเมจแก็งค์ ยังกำลังพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถโหลดเชื่อมโยงเข้ากับโซเชียลเน็ตเวิร์คกิ้งดังๆ อย่างไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค เอ็มเอสเอ็น เพื่อนำรูปภาพที่ตกแต่งแล้วบนซอฟต์แวร์โหลดขึ้นไว้บนบล็อกของตัวเองได้ด้วย
“ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ คนเราถ่ายภาพไม่ได้เอาไว้ดูคนเดียว แต่ต้องการที่จะแลกเปลี่ยนเรื่องราว แบ่งปันกับเพื่อนๆ สร้างคอมมูนิตี้ของกลุ่มตัวเอง ซึ่งซอฟต์แวร์นี้ก็จะตอบโจทย์เหล่านี้ได้”
จุดแข็งของซอฟต์แวร์ “อิมเมจแก็งค์” สามารถทำงานได้ทุกระบบปฎิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นวินโดว์ส แมคอินทอช หรือลินิกซ์ ด้วยตัวติดตั้งชุดเดียวกัน ทำงานในหน้าที่เหมือนกัน
ทั้งถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย ทั้งคนที่ไม่เคยชินกับคอมพิวเตอร์ จนถึงนักถ่ายภาพระดับเซียน แค่ลากแล้วคลิก หน้าตาในการใช้งาน และไอคอน ที่เป็นภาษาไทย ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถสร้างสรรค์งานได้โดยไม่ต้องมีพึ่งโปรแกรมจากต่างประเทศ เป็นต้น
แผนขยายธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนจะขยายสาขาเพิ่มในรูปแบบกึ่งๆ แฟรนไชส์ โดยจะอบรมทุกอย่างที่เกี่ยวกับธุรกิจภาพถ่ายสไตล์อิมเมจแก็งค์ ซึ่งขณะนี้กำลังคุยกับผู้ร่วมอุดมการณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่จะเปิดสาขาที่นั่น รวมถึงสาขาใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ ที่คงต้องรอให้ธุรกิจได้เป็นที่รู้จักให้มากขึ้นกว่านี้ก่อน
"ผมว่าธุรกิจผม สามารถเป็นอาชีพเสริมให้คนยุคนี้ได้ เพราะอีกหน่อยเรากำลังวางแผนที่จะหาผู้ร่วมอุดมการณ์ และเปิดอบรมให้เขารับงานจากร้านเราไปผลิตให้ลูกค้า แต่กำลังคิดโมเดลว่าจะทำแบบไหน คือ เขาไม่ต้องลงทุนเรื่องเงินทอง ใช้แต่ฝีมืออย่างเดียวเลย"
เมื่อถามว่า เศรษฐกิจย่ำแย่ ขนาดนี้ จะยังมีใครอารมณ์ศิลปินเอาภาพมาให้รวบรวมเป็นรูปเล่ม และต้องควักเงินจ่ายค่าบริการ?
สมบูรณ์ บอกว่า ธุรกิจที่เขาทำไม่ได้เจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีกำลังซื้อ แต่เน้นเจาะกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อในสังคมอยู่ เช่น กลุ่มคนทำงานบางกลุ่ม กลุ่มนักเรียน นักศึกษา กลุ่มคู่รัก ข้าวใหม่ปลามันที่ต้องการรวบรวมอัมบั้มเวดดิ้งในแบบของตัวเอง
“เศรษฐกิจแบบนี้ ผมก็ต้องเน้นเฉพาะกลุ่ม ไม่ไปเน้นกลุ่มที่เขาไม่มีกำลังซื้อ เพราะผมเชื่อว่า ยังมีบางกลุ่มที่เขายังสามารถควักจ่ายเพื่อบริการที่จะเป็นอะไรที่มีคุณค่าทางใจให้เขาได้” หนึ่งในแก็งค์สิบคน ทิ้งท้าย
Tags : อิมเมจแก็งค์
