ดีแทค-อาร์เอสเปิดเกม"ขายตรง"เพลงรอสาย พร้อมอัดฉีดงบอีก15ล้านบาท ยกเครื่องระบบตอบรับอัตโนมัติ เปิดช่องส่งเสียงศิลปินกระตุ้นลูกค้าเปลี่ยนเพลง
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า บริษัทจับมือกับค่ายเพลงใหญ่ "อาร์เอส" เปิดรูปแบบการทำตลาดเสียงเพลงรอสาย (ริงแบ็กโทน) ในแบบ "ขายตรง" ผ่านระบบเสียงตอบรับอัตโนมัติเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อบริการ "ขบวนการเหมา *339"
ทั้งนี้ ลูกค้าดีแทค สามารถเปลี่ยนเพลงรอสายของศิลปินอาร์เอสได้ไม่จำกัด ในอัตราค่าธรรมเนียม 20 บาทต่อเดือน จากที่ผ่านมาคิดอัตราเพลงละ 20 บาท โดยมากกว่า 50% จะเป็นส่วนแบ่งรายได้ให้กับตัวศิลปิน
พร้อมกันนี้ได้ลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท ปรับปรุงระบบเสียงตอบรับอัตโนมัติ (ไอวีอาร์) เพื่อนำระบบ "16อี วัน (16 E one)" เข้ามารองรับการให้บริการลูกค้าใช้ไอวีอาร์พร้อมๆ กันได้หลักหมื่นราย และรองรับกลยุทธ์การใช้ศิลปินของอาร์เอส ส่งเสียงผ่านไอวีอาร์ ไปยังฐานลูกค้าผู้ใช้บริการระบบเสียงรอสายเดิม 3.4 ล้านคน โดยคาดว่าจะเริ่มได้หลังเทศกาลสงกรานต์
"เมื่อพิจารณาจากจำนวนลูกค้าปัจจุบัน 18.7 ล้านคน เชื่อว่ามีโอกาสอีกมา เราตั้งเป้าหมายจะมีสมาชิกสมัครใช้งานเพิ่มเป็น 4 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ ” นายธนากล่าว
ด้านนายยรรยง อัครจินดานนท์ รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การทำตลาดรูปแบบดังกล่าว ยังรวมถึงการใช้ทีมงานของดีแทค ซึ่งจัดกิจกรรมม็อบไปตามพื้นที่ต่างๆ อยู่แล้ว และศิลปินอาร์เอส ที่ไปออกคอนเสิร์ตต่างๆ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด เป็นช่องทางสร้างความรู้และแนะนำบริการนี้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเบื้องต้นจะเกาะติดไปกับคอนเสิร์ต "ไนซ์ ทู มีท ยู"
ทั้งนี้ ผลสำรวจการใช้บริการเพสียงเพลงรอสาย พบว่า จากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมดเมื่อเทียบกับจำจำนวนผู้ใช้บริการเสียงเพลงรอสายยังอยู่ในวงจำกัด และกลุ่มวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ อาร์เอสจึงมองว่ายังมีโอกาสทางธุรกิจอยู่อีกมาก
ขณะที่ จากการสำรวจตลาดต่างจังหวัด พบว่ามีกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการดาวน์โหลดเพลงรอสายของอาร์เอส แต่ไม่สะดวกในการใช้งาน ดังนั้นการเจาะเข้าไปในพื้นที่โดยตรง จะทำให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างมาก รวมทั้งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความถี่ในการเปลี่ยนเพลงรอสายจากเพลงละเดือนเป็น 4-5 เพลงต่อเดือน
"ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เรามีรายได้จากกลุ่มดิจิทัล คอนเทนท์เพิ่มขึ้นมาก และสร้างรายได้เป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะยอดเสียงเพลงรอสายโตขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับบริการเสริมทั้งหมด" นายยรรยงกล่าว
ขณะที่ นายธนา ระบุว่า การทำตลาดรูปแบบใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเพิ่มรายได้กลุ่มบริการเสริมจาก 7,800 ล้านบาทปีที่ผ่านมา เป็น 9,000 ล้านบาทปีนี้ หรือเติบโตราว 20% รวมทั้งยังเป็นกลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเก่าให้อยู่กับระบบ และใช้บริการเสริมอื่นๆ เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากกลุ่มดาต้าแซงหน้าเอสเอ็มเอสเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสัญญาณการขยายตัวของการใช้บริการเสริม โดยสัดส่วนมากกว่า 40% เป็นรายได้จากการใช้จีพีอาร์เอส ขณะที่อีก 20 มาจากเอสเอ็มเอส, 15% มาจากเสียงเพลงรอสาย และประมาณ 15% เป็นรายได้จากการดาวน์โหลดต่างๆ เช่น ข่าว และดาวน์โหลดเพลงเต็ม

ความคิดเห็นที่ 1
เอ๋ , 9 มีนาคม 2553 16:05
ผมมีเพลงของผมเองที่กำลังโปรโมดอยู่อยากจะทำบริการเสียงรอสายจะต้องดำเนินการอย่างไรครับขอคำแนะนำด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ