อัลคาเทล-ลูเซ่น เผยไทยติดกลุ่ม 3 อันดับสุดท้ายในเอเชียที่ยังไม่มี 3จีใช้ เชื่อเกิดไม่ทันปีนี้ รั้งอันดับโหล่แน่
นายเดิร์ก วอลเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัลคาเทล-ลูเซ่น เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ปัจจุบันไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศภูมิภาคเอเชียที่ยังไม่มีเทคโนโลยี 3จีให้บริการผู้ใช้ในประเทศ ร่วมกับเวียดนาม และบังกลาเทศ แต่ทั้งนี้ 2 ประเทศหลังได้เริ่มเปิดอนุมัติไลเซ่นใหม่แล้ว โดยเฉพาะบังกลาเทศ ซึ่งให้ไลเซ่นไวแม็กซ์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
ส่วนไทยยังอยู่ในขั้นที่ช้ากว่ามาก เนื่องจากยังติดกระบวนการขององค์กรกำกับดูแล และยังไม่ถึงขั้นที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้เร็วๆ นี้
"ต้องบอกว่าน่าเสียดายมาก ถ้ายังไม่มี 3จี ใช้ในปีนี้ ซึ่งคงจะเป็นประเทศสุดท้ายในภูมิภาค เพราะอีก 2 ประเทศ เริ่มเคลื่อนไหวจนใกล้ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งคาดไม่เกินสิ้นปี ทั้งนี้ 3จีเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการสื่อสาร และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นนี้ ซึ่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ใช้เพื่อการสร้างสังคมออนไลน์ แต่ขณะเดียวกันในเชิงธุรกิจ 3จี ก็เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กันด้วย" นายวอลเตอร์กล่าว
ขณะที่ ผลสำรวจล่าสุดพบว่า ภาพรวมการใช้อินเทอร์เน็ตในไทย 12 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพียง 1 ล้านคน หรือ 2.2% ของภูมิภาค ขณะที่อัตราการใช้มือถือกลับพุ่งสูงถึง 90.96% และคาดว่าจะมีผู้ใช้ถึง 100% ในปีนี้ ซึ่งการเพิ่มอัตราการใช้บรอดแบนด์ จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วย
นายวอลเตอร์ ระบุว่า รัฐบาลไทยควรใช้จังหวะช่วงนี้ ผลักดันนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอย่างจริงจัง โดยดูต้นแบบจากประเทศในกลุ่มยุโรป และสหรัฐ ซึ่งเผชิญวิกฤติหนักกว่า แต่รัฐก็ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงการด้านบรอดแบนด์จำนวนมาก เช่น กรณีเวอไรซอน ได้เตรียมให้บริการเทคโนโลยีขั้นต่อไปของ 3จี (แอลทีอี) ได้แล้ว และจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ปี 2553
ขณะที่ นายลอฮอง แปร์ซ หัวหน้าฝ่ายโซลูชั่นสำหรับลูกค้า แผนกโซลูชั่นและการตลาด อัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า เศรษฐกิจไม่ใช่ประเด็นสำคัญของการจะลงทุนหรือไม่ลงทุนเทคโนโลยีใหม่ เนื่องจากผลลัพธ์ของ 3จีให้ผลเชิงบวกแน่นอนคือ ก่อให้เกิดการสร้างงานทั้งกลุ่มผู้ใช้บริการ และผู้พัฒนาคอนเทนท์
พร้อมกันนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากมีระบบสาธารณูปโภคพร้อม
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ไทยไม่ควรให้ความสำคัญกับการลงทุนเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีเดียว เนื่องจากความต้องการใช้งานและภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีต้นทุนสร้างเครือข่ายต่างกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่โครงข่ายเข้าไม่ถึง จะทำให้การติดตั้งสถานีฐาน 3จี ต้องลงทุนสูงมาก ซึ่งควรใช้ไวแม็กซ์ เข้ามาลดต้นทุนมากกว่า
นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ล่าสุดสำนักงาน กทช. ได้จัดทำเงื่อนไขการคัดเลือกที่ปรึกษาเพื่อทำหน้าที่ออกแบบการประมูล 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์แล้ว และอยู่ระหว่างทยอยเรียกบริษัทที่มีคุณสมบัติตรงเข้ามาเจรจา
ทั้งนี้ คาดว่าจะจัดจ้างที่ปรึกษาได้ใน 1-2 เดือนนี้ หลังจากนั้นเข้าสู่กระบวนการรวบรวมข้อมูล และทำประชาพิจารณ์ โดยจะเปิดขายทีโออาร์ให้ผู้สนใจร่วมประมูลไลเซ่น 3จีได้ภายในไตรมาส 3
Tags : อัลคาเทล-ลูเซ่น
