โลกที่สมดุลระหว่าง "ลิขสิทธิ์" และ "เสรีภาพการเผยแพร่ผลงาน" อยู่ตรงไหนบนโลกออนไลน์..
ในโลกที่สมดุลระหว่าง "ลิขสิทธิ์" และ "เสรีภาพการเผยแพร่ผลงาน" บนโลกออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาถกเถียงกันจนถึงทุกวันนี้ กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ผลงานสร้างสรรค์ที่มุ่งหวังรับใช้สังคมในบางรายการยังคงถูกจำกัดกรอบด้วยการสงวนสิทธิ และลงท้ายด้วยทางเลือก 2 ทางคือ ผู้ใช้จะต้องดำเนินการขออนุญาต หรือลักลอบใช้งานโดยไม่แจ้งเจ้าของสิทธิ
หากนาทีนี้ "ครีเอทีฟคอมมมอนส์ หรือ cc" ถือเป็นสัญญาอนุญาตฉบับแรกที่เข้ามา "ปลดล็อก" ปัญหาดังกล่าว และกลายเป็นสัญญาอนุญาตฉบับที่ทำให้วงการอินเทอร์เน็ตเมืองไทยจะต้องจับตา
ละเมิด 'ซีซี' มีฟ้อง!
'พิชัย พืชมงคล' หัวหน้าโครงการ สำนักกฎหมายธรรมนิติ บอกว่า ซีซี ยังเป็นสัญญาอนุญาตที่ใหม่มากในไทย ขณะที่ทั่วโลกมีงานที่เผยแพร่โดยใช้สัญญาดังกล่าวแล้วกว่า 130 ล้านชิ้น ในเวลา 7 ปี
ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยเพิ่งได้รับการอนุมัติให้มีสัญญาอนุญาต ฉบับประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับผู้ใช้ เพื่อให้ทุกคนบนโลกออนไลน์เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า งานสร้างสรรค์บนอินเทอร์เน็ตเป็นคอนเท้นท์ที่เผยแพร่เพื่อรับใช้สังคมเป็นส่วนใหญ่ และไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องได้รับการเผยแพร่โดยไม่ทำให้ผู้สร้างสรรค์เสียประโยชน์
เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการคัดลอกเนื้อหาจากเว็บอื่นๆ นำมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ซึ่งเป็นปัญหาให้เกิดการฟ้องร้องกันหลายกรณี
เขาระบุว่า สัญญาอนุญาตฉบับนี้ จะเปิดโอกาสให้เจ้าของงานสร้างสรรค์ทุกอย่างบนโลกออนไลน์ สามารถใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อื่นนำงานไปใช้ต่อโดยไม่ต้องขอนุญาต แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของลิขสิทธิ์กำหนด
ขณะที่ตัวสัญญาเองเป็นเพียงข้อกำหนดมาตรฐานกลาง ไม่ใช่กฎข้อบังคับสำหรับผู้ใช้งานเว็บไซต์ แต่หากละเมิดซีซี เจ้าของคอนเท้นท์สามารถยื่นฟ้องร้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยได้ทุกประการ
นอกจากนี้ ผู้ใช้สัญญาดังกล่าวยังคงมีสิทธิ และถือครองลิขสิทธิ์ในการผลงานตัวเอง 100% เพียงแต่สัญญาอนุญาตจะช่วยเปิดช่องให้เกิดการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะอย่างเป็นธรรม และไม่ละเมิดผลประโยชน์ใดๆ ของเจ้าของ
"ซีซี เหมือนเป็นตัวกลางระหว่างคำว่า All Right Reserved และ No Right Reserved ซึ่งเป็นเพียง 2 ตัวเลือกที่มีบนอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ ทำให้เจ้าของผลงานส่วนใหญ่ แม้จะมีเจตนาทำเพื่อเผยแพร่ให้สังคม แต่การละเมิดเพื่อนำไปใช้เชิงพาณิชย์ ทำให้คนเลือกที่จะจำกัดสิทธิห้ามเผยแพร่ไว้เป็นของส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมไม่พัฒนา" นายพิชัยกล่าว
มุ่งคอนเท้นท์ 'ตำรา' ขานรับ
'ชิตพงศ์ กิตตินราดร' ผู้ประสานงานเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย บอกว่า ผู้ที่มีสิทธิใช้สัญญาอนุญาตดังกล่าว หรือซีซี คือ เจ้าของคอนเท้นท์บนโลกออนไลน์ทุกคน ซึ่งการใช้งานก็ทำได้ง่ายๆ โดยเข้าเว็บไซต์ "creativecommons.org" จากนั้นเลือกไลเซ่นที่เหมาะกับความต้องการ ซึ่งเบื้องต้นมีเงื่อนไขที่กำหนดให้หลักๆ คือ ต้องอ้างที่มา, ห้ามดัดแปลง, ห้ามใช้เพื่อการค้า และต้องเผยแพร่งานดัดแปลงโดยใช้สัญญาเดียวกัน
จากนั้นก็จะได้โค้ดเป็นสัญลักษณ์ของระบบซีซี นำไปแปะบนเว็บไซต์ หรือหน้าเว็บเพจที่ต้องการให้คุ้มครองผ่านระบบดังกล่าว
เขาระบุว่า ความมุ่งหวังอันดับแรกของสัญญาอนุญาตฉบับนี้ต้องการเปิดโอกาสให้เยาวชน หรือผู้กำลังศึกษาเล่าเรียน สามารถมี "สิทธิ" ดาวน์โหลดตำราเรียนที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
"เรามุ่งหวังที่จะแปลงตำราเรียนทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตให้เข้ากับระบบซีซี เพราะเชื่อว่า ตำราเรียนไม่ควรเป็นลิขสิทธิ์ของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ต่อสังคมมาก ซึ่งถ้าสามารถทำให้เป็นระบบซีซีได้ นั่นหมายความว่า ลิขสิทธิ์ก็ยังคงมีอยู่กับเจ้าของ แต่ผลงานก็ยังได้รับการเผยแพร่ และไม่ได้ทำให้ใครเสียประโยชน์" นายชิตพงศ์กล่าว
เล็งดึงมือ'รัฐ'ช่วยผลักดัน
เขาระบุว่า เร็วๆ นี้ทางเครือข่ายได้เตรียมเข้าหารือกับ "คณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สำนักนายกรัฐมนตรี" เพื่อขอความร่วมมือผลักดันการใช้ซีซีให้เป็นที่แพร่หลาย และได้รับการยอมรับในวงกว้าง
ขณะที่ปัจจุบันในไทยก็เริ่มมีผู้ใช้ซีซีเผยแพร่เนื้อหาแล้ว เช่น สถาบันวิจัยทีดีอาร์ไอ เว็บไซต์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเว็บไทยกู้ดวิว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเว็บที่มีคอนเท้นท์วิชาการ และมุ่งหวังเผยแพร่ความรู้
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายเว็บไซต์ที่ได้เริ่มพูดคุย และศึกษาการใช้ระบบซีซีปกป้องเนื้อหาบนเว็บ เช่น พันทิป ดอทคอม, เอ็กซ์ทีน ดอทคอม, เอ็มไทย ดอทคอม, วิชาการดอทคอม และเด็กดี ดอทคอม
พันทิปเชื่อใช้เวลาแจ้งเกิดนาน
'วันฉัตร ผดุงรัตน์' จากพันทิป ดอทคอม บอกว่า เว็บพันทิปก็กำลังสนใจที่จะนำระบบซีซีเข้ามาควบคุมคอนเท้นท์บนเว็บ เนื่องจากที่ผ่านมาการโพสต์ข้อมูลบนเว็บมีหลายกรณีที่ผู้โพสต์คัดลอกผลงานของผู้อื่นเข้ามาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งก็เป็นปัญหาจนถึงขั้นฟ้องร้อง
ทั้งนี้ ตามหลักการถือว่า พันทิปเป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้ระบบซีซีแล้ว แต่เนื่องจากจำเป็นต้องปรับระบบสมาชิกให้รองรับการใช้สัญญาดังกล่าวด้วย โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกซีซีเข้ามาคุ้มครองคอนเท้นท์ที่เผยแพร่บนเว็บได้ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า การใช้ระบบซีซีในไทยจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ใช้งาน และทำให้เกิดการยอมรับใช้ให้เป็นมาตรฐาน
"ต้องยอมรับว่า วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น ถ้าเปรียบก็คงเหมือนนักวิ่งที่เพิ่งออกจากจุดสตาร์ท แต่จะให้ถึงจุดหมาย ใช้กันแพร่หลาย คงอีกนานไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่นอน เพราะตอนนี้ทุกคนยังคงมีแต่คำถามมากกว่าคำตอบ ไม่เข้าใจความหมายของลิขสิทธิ์และการเผยแพร่อย่างแท้จริง" นายวันฉัตรกล่าว
ศิลปินชี้มีโลกนี้มีแต่คำถาม
'ปราบดา หยุ่น' นักเขียน ศิลปิน และเจ้าของสำนักพิมพ์ ยอมรับว่า การใช้ซีซีในไทยยังเป็นเรื่องที่ต้องมี "คำถาม" จากสังคมมากกว่า "คำตอบ" ขณะที่การใช้ซีซีอาจระบบที่ใช้กับเจ้าของคอนเท้นท์ที่ "ใจดี" จะเผยแพร่งานของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งสังคมจำเป็นต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนว่า การเผยแพร่คอนเท้นท์ ดิจิทัลนั้นเป็นสิ่งที่เสรีแล้วจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ที่ให้คนกลุ่มหนึ่งใช้หาประโยชน์
อย่างไรก็ตามในฐานะของผู้สร้างสรรค์ผลงาน การมีระบบที่ช่วยปกป้อง และลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้การพัฒนาคอนเท้นท์ยังดำเนินต่อไปได้
Tags : ครีเอทีฟคอมมอนส์
