กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : นวัตกรรม

วันที่ 29 มีนาคม 2555 11:56

ASEAN Megatrend

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ดร.การดี วิเคราะห์สิ่งที่อาเซียนมีเหมือนกัน ทั้งเรื่องพลังหญิง, สินค้าต้อง“ง่าย โง่ สะดวก รวดเร็ว” และเรื่องอื่นๆ ที่นักลงทุนต้องรู้


บทความโดย ผศ.ดร. การดี เลียวไพโรจน์ | Thammasat Business School | www.karndee.com

 

 ตอนนี้ใครๆก็พูดถึงเรื่อง AEC วันนี้ขอเปิดมุมมองจากการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สภาพเศรษฐกิจ การเมือง และการปกครอง ที่มีความคล้ายคลึงกันมาเป็นแนวโน้มของกลุ่มประชากรในกลุ่มประเทศอาเซียนในภาพรวม เพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเปิดสู่ตลาดอาเซียน 

 1. เมื่อทั้งโลกเฝ้าจับตากลุ่มอาเซียน ผู้ใช้แรงงานเริ่มกลับถิ่นฐาน แรงงานทักษะจะกระจายตัวมากขึ้น เห็นได้จากสื่อต่างประเทศและบทวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ และทิศทางการลงทุนของหลายสำนัก ต้องบอกว่านักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอาเซียนและโอกาสในการลงทุนในภูมิภาคนี้มาก

 เหตุผลอันดับต้นๆ คือ ในภูมิภาคนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มหาศาล แรงงานมีหลากหลายทั้งที่เป็นแรงงานฝีมือและแรงงานต้นทุนต่ำ โดยกลุ่มประเทศพม่า ลาว กัมพูชาและเวียตนาม จะมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจต้นน้ำหรือกลุ่มธุรกิจที่ใช้ประโยชน์โดยตรงจากทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น ในขณะที่การลงทุนในกลุ่มประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียจะเป็นกลุ่มธุรกิจกลางน้ำและกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น

 เมื่อมีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในภูมิภาค ผู้ใช้แรงงาน หรือที่เคยเป็นแรงงานต่างด้าวจะกลับถิ่นฐานมากขึ้น เพราะโอกาสในการประกอบสัมมาชีพในบ้านตัวเองมีมากกว่าแต่ก่อน ในขณะที่แรงงานที่มีทักษะหรือที่เป็นวิชาชีพจะมีการกระจายตัวและเคลื่อนย้ายกันในภูมิภาคมากขึ้น เมื่อมีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในภูมิภาค ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติทางตะวันตกเข้ามาอยู่ในภูมิภาคมากขึ้น

 โอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจเมื่อผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจสู่อาเซียน จะไม่เป็นเพียงแต่ประชากรในประเทศ แต่เป็นตลาดชาวต่างชาติหรือ Expat ที่ต้องการความสะดวกสบาย ความปลอดภัย จากผลิตภัณฑ์และบริการ และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ แบรนด์ไทยสินค้าไทยนับได้ว่ามีความเชื่อถือในอันดับต้นๆ

 2. เทคโนโลยี ทุกที่ ทุกเวลา บริการต้อง ง่าย โง่ สะดวก และรวดเร็ว นักศึกษาที่เข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้มีอายุน้อยกว่าอินเทอร์เน็ต! คนรุ่นใหม่ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเติบโตของเศรษฐกิจมีทักษะด้านเทคโนโลยีที่ดีกว่าคนรุ่นก่อนมาก จนกลายเป็นแนวโน้มสำคัญที่นำมาร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้ เมื่อทักษะด้านเทคโนโลยีดีขึ้น แต่ IQ และ EQ ต่ำลง สินค้าและบริการต้อง “ง่าย โง่ สะดวก และรวดเร็ว” กลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ต้องการสินค้าและบริการที่มีมาตรฐาน แต่ก็มีความแตกต่างและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องตั้งเป้าใหม่และผสมผสานแนวคิดสองขั้วให้ได้นั่นคือ มาตรฐาน (Standard) และความเฉพาะตัว (Customization) 

 3. กลุ่มคนชั้นกลางกับชีวิตออแกนิก ยอมจ่ายแพงถ้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวนคนชั้นกลางในอาเซียนมีน้อยกว่ากลุ่มคนชั้นกลางในจีนอยู่ไม่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆมีมากกว่ากลุ่มชั้นกลางในอินเดีย คนชั้นกลางถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและแนวโน้มตลาดที่สำคัญ กลุ่มคนเหล่านี้ในยุคนี้มักมีการศึกษาที่ดีกว่ารุ่นพ่อ แม่ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ปรับตัวได้ง่าย โดนปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญใช้จ่ายมากกว่าเก็บออม เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้น ก็ไม่เพียงแต่ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะสินค้าที่อยู่ตรงหน้า แต่คิดถึงกระบวนการและที่มาของสินค้าด้วย

 4. สังคมผู้สูงอายุ..ที่ไม่ยอมแก่ ผู้สูงอายุหรือรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่เกิดหลังสงครามโลก เติบโตมากับความแร้นแค้นและลำบาก ช่วงชีวิตการทำงานจะเก็บออมอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะเคยมีประสบการณ์กับความไม่แน่นอนในชีวิต เมื่อถึงเวลาเกษียณอายุมีเงินออมที่จะใช้ชีวิตอย่างสบายและมีอิสระในการตัดสินใจต่างกับผู้เกษียณรุ่นก่อน และมีสุขภาพแข็งแรง ต่อไปอีกไม่เกิน 10 ปี หลายอาชีพจะมีการเกษียณอายุที่ 70 ปี

 5. เด็ก...ความหวังแห่งอนาคต คู่แต่งงานแล้วไม่มีลูกในอาเซียนเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 6 ปีก่อน มีเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 – 40 คนมีลูกน้อยลงแต่การแข่งขันเรื่องเรียนเรื่องอาชีพกลับมีมากขึ้น พ่อแม่ชนชั้นกลางหรือกลุ่มรายได้สูงจะทุ่มทุนทุกอย่างให้กับจักรพรรดิ์น้อยๆของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการพัฒนาสมอง การพัฒนาศักยภาพ

 6. พลังหญิง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อด้วยวัฒนธรรมคล้ายๆกันในกลุ่มภูมิภาคนี้ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ในบ้าน ผู้หญิงคือผู้ตาม จะเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงจากอิทธิพลตะวันตกหรือความเก็บกดที่มีอยู่นาน แม่ยุคหลังสงครามจะตัวผลักดันอย่างแรงให้ลูกสาวในรุ่นถัดมาให้ได้เรียนสูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เด็กสาวที่เคยเห็นความไม่เท่าเทียมจะพยายามถีบตัวขึ้นมาด้วยการศึกษาและอาชีพ เพื่อไม่ให้ตัวเองกลับไปอยู่ในสภาพเดิม

 ตัวเลขของนักศึกษาหญิงที่เข้าเรียน MBA วิศวกรรม หรือกฎหมายมีมากขึ้นจากทศวรรษที่แล้ว บางประเทศสูงถึงร้อย 40  กลุ่มผู้บริโภคหญิงที่มีการศึกษา มีหน้าที่อาชีพการงาน ทำให้มีอิสระในการจับจ่ายในเรื่องของตัวเองมากขึ้น มีครอบครัวช้าลง มีลูกน้อยลงหรือไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงลูกจึงเกิดเป็น Maternity Guilt!

 แนวโน้มทั้ง 6  เป็นแนวโน้มแบบภาพรวม คือ ถ้าเราขึ้นบอลลูนมองกลุ่มประเทศอาเซียน นี่คือสิ่งที่เราเห็น แต่ต้องอย่าลืมว่าอาเซียนมิได้เหมือนกันทุกเรื่อง ดิฉันมักจะพูดว่า ASEAN is not ASEAN แม้ว่าภาพรวมเราจะดูคล้ายกัน แต่รายละเอียดภายในนั้นมีความต่างกันมาก

ASEAN Megatrend
ผศ.ดร. การดี เลียวไพโรจน์ | Thammasat Business School | www.karndee.com

ดร.การดี วิเคราะห์สิ่งที่อาเซียนมีเหมือนกัน ทั้งเรื่องพลังหญิง, สินค้าคนรุ่นใหม่ต้อง“ง่าย โง่ สะดวก รวดเร็ว” และเรื่องอื่นๆ ที่จะทำให้รู้จักเทรนด์อาเซียนดีขึ้น


 ตอนนี้ใครๆก็พูดถึงเรื่อง AEC วันนี้ขอเปิดมุมมองจากการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สภาพเศรษฐกิจ การเมือง และการปกครอง ที่มีความคล้ายคลึงกันมาเป็นแนวโน้มของกลุ่มประชากรในกลุ่มประเทศอาเซียนในภาพรวม เพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเปิดสู่ตลาดอาเซียน 

 1. เมื่อทั้งโลกเฝ้าจับตากลุ่มอาเซียน ผู้ใช้แรงงานเริ่มกลับถิ่นฐาน แรงงานทักษะจะกระจายตัวมากขึ้น เห็นได้จากสื่อต่างประเทศและบทวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ และทิศทางการลงทุนของหลายสำนัก ต้องบอกว่านักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอาเซียนและโอกาสในการลงทุนในภูมิภาคนี้มาก

 เหตุผลอันดับต้นๆ คือ ในภูมิภาคนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มหาศาล แรงงานมีหลากหลายทั้งที่เป็นแรงงานฝีมือและแรงงานต้นทุนต่ำ โดยกลุ่มประเทศพม่า ลาว กัมพูชาและเวียตนาม จะมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจต้นน้ำหรือกลุ่มธุรกิจที่ใช้ประโยชน์โดยตรงจากทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น ในขณะที่การลงทุนในกลุ่มประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียจะเป็นกลุ่มธุรกิจกลางน้ำและกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น

 เมื่อมีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในภูมิภาค ผู้ใช้แรงงาน หรือที่เคยเป็นแรงงานต่างด้าวจะกลับถิ่นฐานมากขึ้น เพราะโอกาสในการประกอบสัมมาชีพในบ้านตัวเองมีมากกว่าแต่ก่อน ในขณะที่แรงงานที่มีทักษะหรือที่เป็นวิชาชีพจะมีการกระจายตัวและเคลื่อนย้ายกันในภูมิภาคมากขึ้น เมื่อมีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในภูมิภาค ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติทางตะวันตกเข้ามาอยู่ในภูมิภาคมากขึ้น

 โอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจเมื่อผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจสู่อาเซียน จะไม่เป็นเพียงแต่ประชากรในประเทศ แต่เป็นตลาดชาวต่างชาติหรือ Expat ที่ต้องการความสะดวกสบาย ความปลอดภัย จากผลิตภัณฑ์และบริการ และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ แบรนด์ไทยสินค้าไทยนับได้ว่ามีความเชื่อถือในอันดับต้นๆ

 2. เทคโนโลยี ทุกที่ ทุกเวลา บริการต้อง ง่าย โง่ สะดวก และรวดเร็ว นักศึกษาที่เข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้มีอายุน้อยกว่าอินเทอร์เน็ต! คนรุ่นใหม่ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเติบโตของเศรษฐกิจมีทักษะด้านเทคโนโลยีที่ดีกว่าคนรุ่นก่อนมาก จนกลายเป็นแนวโน้มสำคัญที่นำมาร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้ เมื่อทักษะด้านเทคโนโลยีดีขึ้น แต่ IQ และ EQ ต่ำลง สินค้าและบริการต้อง “ง่าย โง่ สะดวก และรวดเร็ว” กลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ต้องการสินค้าและบริการที่มีมาตรฐาน แต่ก็มีความแตกต่างและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องตั้งเป้าใหม่และผสมผสานแนวคิดสองขั้วให้ได้นั่นคือ มาตรฐาน (Standard) และความเฉพาะตัว (Customization) 

 3. กลุ่มคนชั้นกลางกับชีวิตออแกนิก ยอมจ่ายแพงถ้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวนคนชั้นกลางในอาเซียนมีน้อยกว่ากลุ่มคนชั้นกลางในจีนอยู่ไม่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆมีมากกว่ากลุ่มชั้นกลางในอินเดีย คนชั้นกลางถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและแนวโน้มตลาดที่สำคัญ กลุ่มคนเหล่านี้ในยุคนี้มักมีการศึกษาที่ดีกว่ารุ่นพ่อ แม่ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ปรับตัวได้ง่าย โดนปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญใช้จ่ายมากกว่าเก็บออม เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้น ก็ไม่เพียงแต่ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะสินค้าที่อยู่ตรงหน้า แต่คิดถึงกระบวนการและที่มาของสินค้าด้วย

 4. สังคมผู้สูงอายุ..ที่ไม่ยอมแก่ ผู้สูงอายุหรือรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่เกิดหลังสงครามโลก เติบโตมากับความแร้นแค้นและลำบาก ช่วงชีวิตการทำงานจะเก็บออมอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะเคยมีประสบการณ์กับความไม่แน่นอนในชีวิต เมื่อถึงเวลาเกษียณอายุมีเงินออมที่จะใช้ชีวิตอย่างสบายและมีอิสระในการตัดสินใจต่างกับผู้เกษียณรุ่นก่อน และมีสุขภาพแข็งแรง ต่อไปอีกไม่เกิน 10 ปี หลายอาชีพจะมีการเกษียณอายุที่ 70 ปี

 5. เด็ก...ความหวังแห่งอนาคต คู่แต่งงานแล้วไม่มีลูกในอาเซียนเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 6 ปีก่อน มีเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 – 40 คนมีลูกน้อยลงแต่การแข่งขันเรื่องเรียนเรื่องอาชีพกลับมีมากขึ้น พ่อแม่ชนชั้นกลางหรือกลุ่มรายได้สูงจะทุ่มทุนทุกอย่างให้กับจักรพรรดิ์น้อยๆของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการพัฒนาสมอง การพัฒนาศักยภาพ

 6. พลังหญิง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อด้วยวัฒนธรรมคล้ายๆกันในกลุ่มภูมิภาคนี้ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ในบ้าน ผู้หญิงคือผู้ตาม จะเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงจากอิทธิพลตะวันตกหรือความเก็บกดที่มีอยู่นาน แม่ยุคหลังสงครามจะตัวผลักดันอย่างแรงให้ลูกสาวในรุ่นถัดมาให้ได้เรียนสูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เด็กสาวที่เคยเห็นความไม่เท่าเทียมจะพยายามถีบตัวขึ้นมาด้วยการศึกษาและอาชีพ เพื่อไม่ให้ตัวเองกลับไปอยู่ในสภาพเดิม

 ตัวเลขของนักศึกษาหญิงที่เข้าเรียน MBA วิศวกรรม หรือกฎหมายมีมากขึ้นจากทศวรรษที่แล้ว บางประเทศสูงถึงร้อย 40  กลุ่มผู้บริโภคหญิงที่มีการศึกษา มีหน้าที่อาชีพการงาน ทำให้มีอิสระในการจับจ่ายในเรื่องของตัวเองมากขึ้น มีครอบครัวช้าลง มีลูกน้อยลงหรือไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงลูกจึงเกิดเป็น Maternity Guilt!

 แนวโน้มทั้ง 6  เป็นแนวโน้มแบบภาพรวม คือ ถ้าเราขึ้นบอลลูนมองกลุ่มประเทศอาเซียน นี่คือสิ่งที่เราเห็น แต่ต้องอย่าลืมว่าอาเซียนมิได้เหมือนกันทุกเรื่อง ดิฉันมักจะพูดว่า ASEAN is not ASEAN แม้ว่าภาพรวมเราจะดูคล้ายกัน แต่รายละเอียดภายในนั้นมีความต่างกันมาก

  คราวหน้าจะพูดเรื่องไมโครเทรนด์ แนวโน้มเล็กๆที่กำลังเติบโตขึ้นในแต่ละประเทศ

 

Tags : อาเซียน การดี เลียวไพโรจน์ AEC

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement