กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : นวัตกรรม

วันที่ 4 กันยายน 2553 04:00

ม.นเรศวรคิดสูตรวัคซีนไข้สมองอักเสบแบบกิน

วัคซีนโปลิโอ เป็นวัคซีนแบบกินที่ใช้กันมานาน

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ว่าที่ ดร.มหาวิทยาลัยนเรศวรวิจัยปูทางสู่การพัฒนาวัคซีนไข้สมองอักเสบแบบกิน อาศัยไคโตซานหุ้มวัคซีนให้รอดพ้นจากกรดย่อยอาหาร

น.ส.สุภาดี บุญทา นักศึกษาระดับปริญญาเอก ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) วิจัยสร้างองค์ความรู้ที่จะปูทางสู่การพัฒนาวัคซีนไข้สมองอักเสบแบบกิน เพิ่มโอกาสให้เด็กได้รับวัคซีนครบตามกำหนด เมื่อเทียบกับแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนังในปัจจุบันที่ต้องฉีดซ้ำหลายครั้ง ทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือจากเด็กที่ไม่ชอบการฉีดยา ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่เพียงพอที่จะป้องกันไวรัสไข้สมองอักเสบ

 ในการพัฒนาวัคซีนแบบกิน นักวิจัยเลือกใช้โปรตีนจากไข่ขาว หรือ "โอวาโบมิน" ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับวัคซีนไข้สมองอักเสบ เป็นโมเดลต้นแบบ และอาศัยไคโตซานเป็นวัสดุนำส่งวัคซีน

 นักวิจัย กล่าวว่า วัคซีนโรคไข้สมองอักเสบเป็นโปรตีน จึงมีโอกาสที่จะถูกกรดในทางเดินอาหารย่อยและสลายไป การจะช่วยให้วัคซีนต้านทานกรดดังกล่าวได้นั้น จำเป็นต้องห่อหุ้มวัคซีนด้วยไคโตซาน ขณะเดียวกัน ก็พบว่าไคโตซานมีประจุบวก สามารถยึดเกาะเยื่อเมือกในช่องทางเดินอาหารที่เป็นประจุลบ และช่วยเปิดเยื่อเมือกในทางเดินอาหาร ทำให้การนำส่งวัคซีนไปยัง M-Cell จุดที่มีศักยภาพสูงในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  หลังจากทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการสำเร็จ ทีมวิจัยขยายผลสู่การทดสอบในหนู แบ่งเป็น 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มได้กินโอวาโบมินที่หุ้มด้วยไคโตซานในปริมาณต่างกัน ส่วนกลุ่มสุดท้ายให้โอวาโบมินโดยการฉีด ผลที่ได้คือ โอวาโบมินในไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงสุด และที่สำคัญ คือ สูงเทียบเท่ากับวัคซีนแบบฉีด

 "ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลที่แตกต่างกัน จะให้ผลต่างกันออกไป ดังนั้น ขั้นต่อไปที่จะศึกษา คือ การคัดเลือกไคโตซานในขนาดน้ำหนักต่างกัน มาศึกษาเพิ่มเติมกับวัคซีนไข้สมองอักเสบโดยเฉพาะ ส่วนการนำไปใช้จริงอาจต้องใช้เวลานาน เพราะต้องวิจัยเชิงลึกและศึกษาด้านพิษวิทยาเพิ่มเติม"  น.ส.สุภาดี กล่าว

 โครงการวิจัย "ไคโตซานและไตรเมทิลไคโตซาน สำหรับการพัฒนาระบบนำส่งวัคซีนทางปาก โดยเปรียบเทียบผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน" มี รศ.ทัศนา พิทักษ์สุธีพงศ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

 ทั้งนี้ โรคไข้สมองอักเสบมียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค แม้จะพบผู้ป่วยไม่บ่อยในไทย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยต่ำกว่า 10 ขวบ และยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 20-30% หรือหากหายก็จะมีความพิการทางสมอง งานวิจัยนี้จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่ ที่จะสร้างวัคซีนแบบใหม่ให้ผู้รับวัคซีน ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กเล็กเข้าถึงวัคซีนสะดวก และครบโด๊สตามกำหนด

Tags : ไข้สมองอักเสบ วัคซีน ไคโตซาน

advertisement

advertisement

advertisement