ว่าที่ ดร.มหาวิทยาลัยนเรศวรวิจัยปูทางสู่การพัฒนาวัคซีนไข้สมองอักเสบแบบกิน อาศัยไคโตซานหุ้มวัคซีนให้รอดพ้นจากกรดย่อยอาหาร
น.ส.สุภาดี บุญทา นักศึกษาระดับปริญญาเอก ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) วิจัยสร้างองค์ความรู้ที่จะปูทางสู่การพัฒนาวัคซีนไข้สมองอักเสบแบบกิน เพิ่มโอกาสให้เด็กได้รับวัคซีนครบตามกำหนด เมื่อเทียบกับแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนังในปัจจุบันที่ต้องฉีดซ้ำหลายครั้ง ทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือจากเด็กที่ไม่ชอบการฉีดยา ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่เพียงพอที่จะป้องกันไวรัสไข้สมองอักเสบ
ในการพัฒนาวัคซีนแบบกิน นักวิจัยเลือกใช้โปรตีนจากไข่ขาว หรือ "โอวาโบมิน" ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับวัคซีนไข้สมองอักเสบ เป็นโมเดลต้นแบบ และอาศัยไคโตซานเป็นวัสดุนำส่งวัคซีน
นักวิจัย กล่าวว่า วัคซีนโรคไข้สมองอักเสบเป็นโปรตีน จึงมีโอกาสที่จะถูกกรดในทางเดินอาหารย่อยและสลายไป การจะช่วยให้วัคซีนต้านทานกรดดังกล่าวได้นั้น จำเป็นต้องห่อหุ้มวัคซีนด้วยไคโตซาน ขณะเดียวกัน ก็พบว่าไคโตซานมีประจุบวก สามารถยึดเกาะเยื่อเมือกในช่องทางเดินอาหารที่เป็นประจุลบ และช่วยเปิดเยื่อเมือกในทางเดินอาหาร ทำให้การนำส่งวัคซีนไปยัง M-Cell จุดที่มีศักยภาพสูงในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลังจากทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการสำเร็จ ทีมวิจัยขยายผลสู่การทดสอบในหนู แบ่งเป็น 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มได้กินโอวาโบมินที่หุ้มด้วยไคโตซานในปริมาณต่างกัน ส่วนกลุ่มสุดท้ายให้โอวาโบมินโดยการฉีด ผลที่ได้คือ โอวาโบมินในไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงสุด และที่สำคัญ คือ สูงเทียบเท่ากับวัคซีนแบบฉีด
"ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลที่แตกต่างกัน จะให้ผลต่างกันออกไป ดังนั้น ขั้นต่อไปที่จะศึกษา คือ การคัดเลือกไคโตซานในขนาดน้ำหนักต่างกัน มาศึกษาเพิ่มเติมกับวัคซีนไข้สมองอักเสบโดยเฉพาะ ส่วนการนำไปใช้จริงอาจต้องใช้เวลานาน เพราะต้องวิจัยเชิงลึกและศึกษาด้านพิษวิทยาเพิ่มเติม" น.ส.สุภาดี กล่าว
โครงการวิจัย "ไคโตซานและไตรเมทิลไคโตซาน สำหรับการพัฒนาระบบนำส่งวัคซีนทางปาก โดยเปรียบเทียบผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน" มี รศ.ทัศนา พิทักษ์สุธีพงศ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
ทั้งนี้ โรคไข้สมองอักเสบมียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค แม้จะพบผู้ป่วยไม่บ่อยในไทย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยต่ำกว่า 10 ขวบ และยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 20-30% หรือหากหายก็จะมีความพิการทางสมอง งานวิจัยนี้จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่ ที่จะสร้างวัคซีนแบบใหม่ให้ผู้รับวัคซีน ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กเล็กเข้าถึงวัคซีนสะดวก และครบโด๊สตามกำหนด
Tags : ไข้สมองอักเสบ • วัคซีน • ไคโตซาน
