หากคุณมีโอกาสเข้าชม Shienghai Expo คงหนักใจไม่น้อยหากประเทศไทย ซึ่งกำลังเดินเรื่องเสนอตัวเข้าชิงเป็นเจ้าภาพจัด World Expo 2020
ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายเลยสำหรับลอนดอน ที่ต้องวางแผนตระเตรียมมหานครลอนดอนเพื่อต้อนรับนักกีฬาจากทั่วโลกในฐานะเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 หลังจากจีนแสดงแสนยานุภาพทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมให้พลเมืองโลกตราตรึงใจในปักกิ่งเกมส์ 2008
ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายดายนักเช่นกันสำหรับเกาหลีใต้ กับเวลาที่เหลืออยู่อีก 2 ปีเพื่อเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo ในชื่อ Yeosu Expo
หากคุณมีโอกาสเข้าชม Shienghai Expo ที่เปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เรื่อยไปอีก 6 เดือนข้างหน้า คงหนักใจไม่น้อยหากประเทศไทย ซึ่งกำลังเดินเรื่องเสนอตัวเข้าชิงเป็นเจ้าภาพจัด World Expo 2020 หรืออีกสิบปีข้างหน้า
เนื้อที่จัดแสดงพาวิลเลียนครอบคลุมกว่า 5 ตารางกิโลเมตรกินสองฝั่งแม่น้ำฮวงผู่ที่ไหลผ่านเซียงไฮ้ มีขนาดมากกว่าหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นงานระดับโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2549-2550 บนเนื้อที่ 470 ไร่ หรือเทียบเท่า 0.75 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น
ตอนที่เซียงไฮ้ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานในปี 2010 กล่าวกันว่า รัฐบาลท้องถิ่นของเซียงไฮ้ต้องปรับโฉมเมืองขนานใหญ่ โดยใช้งบประมาณถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 1.3 ล้านล้านบาทเพื่อเตรียมงาน ซึ่งสูงกว่างบประมาณจัดงานโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งเสียอีก และเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้กับพาวิลเลียนของประเทศต่างๆ เซียงไฮ้ดำเนินการย้ายโรงงาน 270 แห่ง และชาวบ้าน 18,000 ครัวเรือนออกจากพื้นที่ และจ้างแรงงานราว 1 หมื่นคนสำหรับงานที่เป็นหน้าเป็นตาสำคัญของประเทศอีกงานหนึ่ง
ยังไม่นับรถไฟฟ้าใต้ดินอีก 6 สายใหม่ที่เปิดใช้งานระหว่างปี 2008-2010 เพิ่มรถแท็กซี่ใหม่เอี่ยมอีก 4 พันคันในวันเปิดงานโดยเฉพาะ อาคารในเซียงไฮ้หลายแห่งเปิดไฟสว่างไสวเพิ่มทัศนียภาพยามค่ำคืน ทำให้อาคารจำนวนมากหันมาใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานแอลอีดีแทนหลอดไฟส่องสว่างแบบเดิม
เอ็กซ์โป 2010 แตกต่างจากงานนิทรรศการทั่วไป เพราะเป็นงานที่รวบรวมนิทรรศการจากกว่า 242 ประเทศทั่วโลก มาไว้ในที่เดียวกัน แต่ละอาคารนิทรรศการภายในงาน เวิลด์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้ถูกนำเสนอผ่านแนวคิด Better City, Betty Life
แก่นของ World Expo ที่ยึดถือกันมาตลอดกว่า 150 ปีคือ พื้นที่เปิดกว้างสำหรับนานาชาติให้นำเสนอวัฒนธรรม เทคโนโลยี มุมมองทางวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม ดังเช่นการจัดงานที่ปารีสเป็นเจ้าภาพ และเหลือสิ่งก่อสร้างหอไอเฟลเก็บไว้เป็นอนุสรณ์
เป้าหมายอีกอย่างที่สำคัญสำหรับประเทศผู้เข้าร่วมมหากรรมระดับโลกคือ การประชาสัมพันธ์ประเทศ โดยทำให้ศาลาหรือพาวิลเลียนของแต่ละชาติกลายเป็นไฮไลต์สำคัญที่ผู้เข้าชมงานยอมทนยืนรอคิวเพื่อเข้าชม และถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ตัวแทนผู้จัดงานของแต่ละประเทศต้องแสดงความสามารถสุดกำลังเพื่อ "นำเสนอ" จุดเด่นของชาติตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกของอาคารพาวิลเลียนไปจนถึงภายในอาคาร
จีน ซึ่งเป็นเจ้าภาพใน Shienghai World Expo 2012 มีอยู่หลายพาวิลเลียน อย่างตัวอาคารรูปทรงแปลกตา สร้างบนแนวคิด "มงกุฏแห่งตะวันออก" นำเสนอความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนเมืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้โครงสร้างเป็นอาคารไม้สถาปัตยกรรมจีนยุคเก่าระบายด้วยสีแดง แต่ภายในแซมด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานลงได้กว่า 25% ให้สอดคล้องกับแนวคิด เอ็กซ์โปสีเขียว
ในฐานะเจ้าภาพ China Pavillion จึงทำตัวเป็นตัวอย่างให้สมกับเป็นนิทรรศการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้งระบบการจัดการอาคารอัตโนมัติควบคุมและบริหารจัดการอุปกรณ์และระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ลิฟท์ และเครื่องปรับอากาศ เครื่องบริการจัดหาความร้อนและน้ำ ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบการป้องกันอัคคีภัยอัตโนมัติใช้ตัวเซ็นเซอร์ที่มีความสามารถสูงและการประมวลผลข้อมูลที่จะช่วยให้เกิดการตอบสนองอย่างทันท่วงที เทคโนโลยีสีเขียวยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่ง และสาธารณูปโภค
เทคโนโลยีอาคารประหยัดพลังงานของซีเมนส์คือผู้ช่วยคนสำคัญที่เข้าไปมีส่วนร่วมทำให้แนวคิด Better City, Better Life เป็นจริง นอกจาก China Pavillion แล้วยังถูกนำไปใช้สร้างบ้านประหยัดพลังงานของเยอรมนีให้กับ ฮัมบรัว์ก เฮาส์ เช่นกัน
การเข้าชมมหกรรม World Expo ที่เซียงไฮ้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแวะเข้าไปดูความอลังการด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม การแสดงของแต่ละชาติให้ครบ พาวิลเลียนของบางประเทศได้รับความสนใจล้นหลามขนาดต้องยืนรอนานถึง 3 ชั่วโมงก็ยอม อย่างเช่นพาวิลเลียนของเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตรวดเร็วเทียบรัศมีชาติพัฒนาฟากตะวันตก
เกาหลีใต้ ในฐานะเจ้าภาพรอบต่อไปนำเสนอชีวิตที่ดีขึ้นของของชาวโสม ผูกโยงกับเทคโนโลยีอย่างไม่อาจปฏิเสธ การผสานระหว่างธุรกิจบันเทิงที่เป็นจุดเด่นเข้ากับเทคโนโลยีที่ถนัด การนำเสนอภาพกราฟฟิคบนเกมคอมพิวเตอร์ผ่านการ์ตูนแอนนิเมชั่นที่ใช้คนจริงเดินเรื่อง แสดงถึงศักยภาพ 3D แห่งโลกตะวันออกเทียบชั้น Avatar ของฮอลลีวู้ด
อาคารแสดงนิทรรศการ We Are the World ของเยอรมนีเป็นอีกหนึ่งอาคารที่คึกคักตั้งแต่เริ่มเปิดนิทรรศการวันแรกๆ โดยนำเสนอไลฟ์สไตล์และชีวิตของครอบครัวและสังคมในอนาคตที่เชื่อมให้ทุกคนใกล้ชิดกันมากขึ้น การนำเสนออาศัยเทคนิคเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอคทีฟเดินเรื่องด้วยครอบครัวที่ประกอบด้วยคนสามรุ่นในอีก 15 ปีข้างหน้า
สมาชิกแต่ละคนมีอาชีพทำงานต่างกัน และอยู่กันคนละเมือง ครอบครัวที่เดินเรื่องเผชิญกับความท้าทายหลายรูปแบบ ทั้งความมั่นคงของครอบครัว ความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว การดูแลผู้สูงอายุและการศึกษาของลูก แต่ด้วยเทคโนโลยีครบวงจรของซีเมนส์ช่วยให้ครอบครัวตัวอย่างมีชีวิตที่ลงตัว มีความสุข สะดวกสบาย และระยะทางที่ห่างไกลกันไม่ใช่อุปสรรคขัดขวาง
จะเห็นว่าการออกแบบพาวิลเลียนไม่ว่าจะเป็นเชิงแนวคิด และการก่อสร้างต้องอาศัยทรัพยากรหลากหลายทั้งทรัพยากรมนุษย์ และเทคโนโลยีอย่างสุดตัว หลายครั้งการเข้าร่วม World Expo ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุน เนื่องจากอาคารพาวิลเลียนต้องใช้งบประมาณก่อสร้างจำนวนมาก และต้องรื้อทิ้งเมื่อจบงาน
ต้องยอมรับโดยปริยายว่า การวัดประสิทธิผลความสำเร็จที่จับต้องได้ของการร่วม World Expo เป็นเรื่องยาก เคยมีงานศึกษาถึงความคุ้มค่าของพาวิลเลียนของเนเธอร์แลนด์ใน Expo 2000 ที่ทุ่มทุนสร้างถึง 35 ล้านยูโร สามารถสร้างรายได้กลับคืนให้กับเศรษฐกิจของเนเธอแลนด์ได้ถึง 350 ล้านยูโร
การสร้างพาวิลเลียนและร่วมจัดแสดงใน World Expo สำหรับหลายชาติจึงเป็นการสร้างภาพลักษณ์ และโปรโมทประเทศเป็นหลัก หลายครั้งถูกนักสร้างแบรนด์ใช้เป็นเวทีประกาศจุดยืนใหม่ของชาติ แสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีทันสมัย สร้างภาพลักษณ์ประชาธิปไตย และอื่นๆ
จินตนาการว่า หากไทยสามารถชิงธงเป็นเจ้าภาพ World Expo ได้สำเร็จ ภาพลักษณ์ประเทศไทยย่อมดีขึ้นในสายตาโลกจากเดิมที่เคยมองผ่านซีเอ็นเอ็น และบีบีซี
Tags : Shienghai World Expo • นิทรรศการ • สถาปัตยกรรม




