กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : นวัตกรรม

วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 12:51

เฝือกยางพารา เบาสบาย-เพิ่มค่าน้ำยางดิบ

Michael Ballack, captain of the German national football team, walks on crutches as he attends a training session on May 18, 2010 in Sciacca, Sicily.

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สภาวิจัยแห่งชาติหนุนวิทยาลัยปิโตรเลียมฯ คิดค้น "สูตรเฝือกยางพารา" เพิ่มมูลค่าน้ำยางสู่เวชภัณฑ์การแพทย์

รศ.รัตนวรรณ มกรพันธุ์ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยและพัฒนาเฝือกพลาสติกชีวภาพที่มียางพาราเป็นส่วนผสม คุณสมบัติเด่นอยู่ที่น้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มความสบายให้กับคนไข้ในการเคลื่อนไหว ทั้งยังเป็นวัสดุใช้แล้วทิ้ง จึงลดภาระค่าดูแลรักษาในส่วนของโรงพยาบาล

 ขณะที่การนำยางพารามาเป็นส่วนผสม ยังส่งผลถึงการเพิ่มช่องทางการแปรรูปยางพาราและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากการขายน้ำยางดิบเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา

 ทีมงานได้ศึกษาและพัฒนาสูตรการขึ้นรูปเฝือก โดยใช้พลาสติกชีวภาพหรือพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (พีแอลเอ) ผสมกับเปลือกรังไหมซึ่งมีโปรตีนเซลิซิน ที่สามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง และผงดินสอพอง อีกทั้งเพิ่มคุณสมบัติการแข็งตัวด้วยเรซินเบนซอกซาซีน ที่สังเคราะห์จากสารเคมีจนได้เป็นสูตรขึ้นรูปเฝือกที่ใช้งานได้จริง

 สูตรพลาสติกชีวภาพที่เป็นส่วนผสมนั้น ผลิตจากยางพารา ผสมกับเม็ดพลาสติกชีวภาพและพลาสติกฟลูออโรคาร์บอน ซึ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติทนทานต่อการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากสภาพอากาศ ความร้อน ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เปลวไฟ และสารเคมีต่างๆ ผ่านกระบวนการผสมและการทำปฏิกิริยากระทั่งเกิดการคงรูปพร้อมกัน จึงเหมาะที่จะเป็นสูตรขึ้นรูปเฝือกยางพารา นับเป็นความสำเร็จหรือองค์ความรู้จากเฟสแรกของโครงการวิจัย

 "หากวิจัยแล้วเสร็จ เฝือกพลาสติกชีวภาพนี้จะเป็นอุปกรณ์การแพทย์ทางเลือกในอนาคต" นักวิจัยวิทยาลัยปิโตรเลียมฯ กล่าว

 คุณสมบัติของเฝือกพลาสติกชีวภาพที่ขึ้นรูปได้ แห้งเร็วในเวลาที่เหมาะสม แต่ยังต้องปรับสมบัติการขึ้นรูปด้วยการใช้ความร้อนคงรูปที่อุณหภูมิต่ำ ป้องกันปัญหาผู้เข้าเฝือกทนความร้อนที่ใช้คงรูปไม่ไหว เนื่องจากเบนซอกซาซีนจำเป็นต้องใช้ความร้อนสูง ทำให้อ่อนก่อนเข้ารูปและคงตัว

 แผนการวิจัยระยะต่อไป ทีมงานจะทดลองนำน้ำมันพืช เช่น น้ำมันเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว สังเคราะห์ทดแทนเรซินเบนซอกซาซีนที่เดิมสังเคราะห์ได้จากสารเคมี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นชีวภาพ 100% พร้อมทั้งปรับคุณสมบัติการทำงานเฝือกพลาสติกให้ขึ้นรูปด้วยความร้อนที่ต่ำลง

 นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังจะทดลองขึ้นรูปด้วยการนำสำลีมารองใต้อวัยวะที่ต้องการเข้าเฝือกก่อน และทดสอบคุณสมบัติการคงรูปจากน้ำ เพื่อหาศักยภาพการใช้งานที่ดีที่สุด ก่อนนำไปขยายผลในคนไข้อาสาสมัครในอนาคต

 โครงการวิจัยเฝือกพลาสติกยางพารานี้ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2552 - ปัจจุบัน  ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป้าหมายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้น้ำยางพารา และเพิ่มทางเลือกการรักษาให้แพทย์และคนไข้

 "เฝือกพลาสติกชีวภาพที่พัฒนาได้ ระยะแรกที่ใช้งานอาจมีราคาต้นทุนสูงกว่าการเข้าเฝือกด้วยการใช้ปูนปลาสเตอร์ แต่เชื่อว่าจะไม่เกินหลักร้อยบาท เนื่องจากยังใช้ส่วนผสมที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ทั้ง ดินสอพอง น้ำมันที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งหาได้ในประเทศ ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า" นักวิจัย กล่าว

Tags : รัตนวรรณ มกรพันธุ์ เฝือก ยางพารา

ad under detail

advertisement

advertisement

advertisement