กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : นวัตกรรม

วันที่ 5 เมษายน 2553 04:00

RFID ที่ถูกจริงต้องพิมพ์ได้

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ชิปอาร์เอฟไอดี เทคโนโลยีความหวังที่ช่วยให้การชำระเงินค่าสิ่งของในซูเปอร์มาร์เก็ตง่ายขึ้น แต่จะเป็นจริงเพียงใด นักเทคโนโลยีจากเนคเทคมีคำตอบ

             ผมยังจำได้ว่าเมื่อสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก เวลาไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจะต้องเข้าคิวให้แคชเชียร์คิดเงิน ด้วยเครื่องคิดเงินที่ใหญ่มาก แต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งต้องเสียเวลาต่อแถวนาน เพราะแคชเชียร์จะต้องกดตัวเลขของสินค้าทุกตัวเข้าไปในเครื่องคิดเงิน และจะมีกระดาษที่พิมพ์ตัวเลขออกมายาวเหยียด

 แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป บาร์โค้ดเข้ามาแทนที่การกดตัวเลขทีละตัวเข้าเครื่อง เวลาการคำนวณและเวลาการเข้าคิวก็ลดลง

 แต่ต่อไปคุณอาจไม่ต้องรอเพื่อสแกนสินค้าทีละชิ้น เพียงเดินผ่านเครื่องมือคิดเงินที่มีอุปกรณ์พิเศษติดตั้งอยู่ จะคำนวณมูลค่าสินค้าและคุณก็สามารถชำระค่าสินค้านั้นทันที จะดีและรวดเร็วแค่ไหนถ้าเป็นได้จริง

 อุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยทำให้ความฝันข้างต้นเป็นจริง ก็คือ Radio Frequency Identification หรือเรียกย่อๆ ว่า RFID ซึ่งปัจจุบันใช้งานกว้างขวาง เช่น บัตรอนุญาตเข้าออก บัตรรถไฟฟ้า แต่ต้นทุนการผลิตยังสูงอยู่ (30-50 บาทต่อชิพ) ดังนั้น ทีมวิจัยทั่วโลกจึงพยายามทำให้ต้นทุนชิพ RFID มีราคาถูกลงด้วยเทคโนโลยีต่างๆ

 ล่าสุดทีมวิจัยจาก Sunchon National University ประเทศเกาหลีใต้ ได้พัฒนา RFID ราคาถูกเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้สำเร็จ กล่าวคือนำวงจรต่างๆ มาพิมพ์ลงบนม้วนพลาสติกใส โดยใช้วิธีการผลิตด้วยการพิมพ์เชิงอุตสาหกรรมหลายอย่างรวมกัน เช่น พิมพ์แบบม้วนต่อม้วน หรือ roll-to-roll printing พิมพ์แบบอิงค์เจ็ท (ink-jet printing) และพิมพ์แบบตรายาง (silicone rubber-stamping) โดยใช้หมึกประเภทต่างๆ เช่น หมึกผสมธาตุเงินเพื่อให้นำไฟฟ้า หมึกผสมท่อคาร์บอนนาโน หรือหมึกที่มีอนุภาคนาโนโพลีเมอร์ผสมอยู่ เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของวงจรบนชิพ ไม่ว่าเป็น ตัวเก็บประจุ ทรานซิสเตอร์

 ด้วยวิธีการผลิตดังกล่าวจะได้แผ่น RFID ที่ราคาเพียงหน่วยละ 0.03 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 บาทเท่านั้น แต่ถ้าต้องการผลิตใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ แล้ว ต้นทุนที่คุ้มทุนควรเป็นหน่วยละ 0.01 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30 สตางค์ แต่องค์ประกอบทุกชิ้นต้องสามารถพิมพ์ได้ด้วยวิธีการที่ถูกที่สุด ก็คือ การพิมพ์แบบม้วนต่อม้วน 

 ชิพปัจจุบันสามารถเก็บข้อมูลได้พอสำหรับใช้งาน จะวางตลาดได้ปลายปีนี้ นับเป็นสิ่งประดิษฐ์แรกที่นำทรานซิสเตอร์แบบพิมพ์ได้ (printed transistors) ที่ทำมาจากท่อคาร์บอนนาโนมาใช้ ความจริงนักวิจัยได้พัฒนาหมึกนาโนนี้มากว่าทศวรรษ แต่ที่ใช้งานได้จริงคือใช้เป็นอิเล็กโตรดของจอภาพเท่านั้น แต่หมึกนาโนก็ยังมีราคาแพงอยู่ เพราะยากที่จะทำให้มีคุณสมบัติกึ่งตัวนำบริสุทธิ์

 แต่ทีมวิจัยหาทางเคลือบผิวของท่อคาร์บอนนาโนที่นำไฟฟ้าด้วยโพลีเมอร์ จึงเหลือแต่ที่มีคุณสมบัติกึ่งตัวนำไฟฟ้าเท่านั้นที่จะแขวนลอยอยู่ในหมึก ส่วนเสาอากาศ (Antenna) ก็สามารถพิมพ์ได้ด้วยหมึกนำไฟฟ้าที่ทำจากเงิน

 สุดท้ายหวังว่าจะนำมาใช้ได้จริงเร็วๆ เราจะได้ไม่ต้องต่อคิวในห้างซูเปอร์มาร์เก็ตอีกต่อไป


* ดร.อดิสร  เตือนตรานนท์  ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกลจุลภาค ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
adisorn.tuantranont@gmail.com 

Tags : RFID เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ เนคเทค

advertisement

advertisement

advertisement