กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : นวัตกรรม

วันที่ 13 มกราคม 2553 04:00

สุนัขก็แพ้ยาเหมือนคน อย่ามองข้าม

น.สพ.เอกชัย เจนวิถีสุข สาธิตเทสต์คิตตรวจการแพ้ยาในสุนัข ประโยชน์แก่ผู้เลี้ยงและสัตวแพทย์

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไบโอเทคอวดโฉมชุดตรวจภูมิต้านทานในสุนัขสายพันธุ์ที่เสี่ยงแพ้ยา ประสิทธิภาพคลุมยารักษาโรคกว่า 40 ชนิดทั้งยากำจัดเห็บหมัดและยาต้านหนอนหัวใจ

น.สพ.เอกชัย เจนวิถีสุข นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการไบโอสแตทิสติกส์และอินฟอร์เมติกส์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค/สวทช.) เปิดเผยว่า ชุดตรวจการแพ้ยาในสุนัข เป็นโครงการวิจัยที่ต่อยอดมาจากชุดตรวจดีเอ็นเอของโค ซึ่งพัฒนามาแล้วกว่า 1 ปี และมองว่า สุนัขก็จำเป็นต้องมีการตรวจ

 เนื่องจากบางสายพันธุ์มีพันธุกรรมไวต่อยารักษาโรค โดยประสิทธิภาพครอบคลุมยากว่า 40 ชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยากำจัดเห็บหมัดและยารักษาหรือป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ

 “การแพ้ยาในสุนัขโดยเฉพาะสายพันธุ์นำเข้าอย่างคอลลี่  ฮาวน์  อิงลิช ชีพ ด็อกและเยอรมัน เชฟเพิร์ด มีทั้งปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น แต่หากอาการรุนแรงอาจถึงช็อคตายได้ หากเป็นคน เราจะเห็นป้ายว่า หากแพ้ยาใดโปรดแจ้งแพทย์ แต่สำหรับสุนัข ไม่สามารถที่จะบอกได้ ชุดตรวจการแพ้ยาของสุนัขจะเข้ามาช่วย” นักวิจัยไบโอเทคกล่าว

 ที่ผ่านมา การตรวจสอบภูมิต้านทานของสุนัขต่อยารักษาโรค ทำได้แต่ต้องใช้เครื่องตรวจอัตโนมัติแบบเดียวกับที่ใช้ตรวจดีเอ็นเอมนุษย์ ราคาประมาณ 4 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการตรวจอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท โรงพยาบาลสัตว์ส่วนมากไม่อยากลงทุนสูง บ้างก็เลือกส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ซึ่งต้องรอผล 4-5 วัน แต่การจ่ายยาไม่สามารถรอ

 แต่ชุดตรวจของไบโอเทค สามารถแสดงผลภายใน 1 ชั่วโมง โดยสัตวแพทย์จะเจาะเลือดสุนัขแล้วหยดลงบนกระดาษกรองชนิดพิเศษ หรือเลือกขูดเนื้อเยื่อตรงกระพุ้งแก้มมาป้ายบนกระดาษกรอง แล้วรอให้แห้ง

 จากนั้นเจาะกระดาษที่มีสิ่งส่งตรวจออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในหลอดทดลองที่มีสารเคมีสีม่วงอยู่ภายใน แล้วนำไปใส่ในเครื่องให้ความร้อนที่อุณหภูมิคงที่เป็นเวลา 45 นาที สังเกตสีของน้ำยาในหลอดทดลอง หากสีม่วงไม่เปลี่ยนแปลงก็เป็นปกติ สามารถให้ยาได้ แต่หากน้ำยาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงิน แสดงว่า ดีเอ็นเอมีความผิดปกติ เสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ยา

 สำหรับค่าตรวจสอบด้วยชุดตรวจการแพ้ยาของสุนัขนี้ น.สพ.เอกชัย กล่าวว่า อยู่ที่ 3,000 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนในระดับห้องปฏิบัติการ แต่หากทำในเชิงพาณิชย์ก็จะยิ่งถูกลง

 “การตรวจในลักษณะดังกล่าว เป็นความสมัครใจของเจ้าของสุนัข อีกทั้งหากเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยง สัตวแพทย์ก็จะเลี่ยงไปใช้ยาที่มีประสิทธิภาพน้อยลง อาจก่อการดื้อยา หรือเปลี่ยนเป็นตัวยาที่ราคาแพงขึ้น”

 สุนัขที่มาพบแพทย์โดยมากจะเป็นพันธุ์พุดเดิ้ลและพันธุ์ไทย จึงเตรียมต่อยอดศึกษาผลการตรวจในสุนัขสายพันธุ์ไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างเลือด โดยร่วมมือกับคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำกัดเฉพาะสุนัขพันธุ์ไทย แห่งละ 200 - 300 ตัวอย่าง

 นอกจากนี้ ชุดตรวจการแพ้ยาของสุนัขยังสามารถประยุกต์ใช้ตรวจโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ เช่น ภาวะเบ้าสะโพกหลุดในสายพันธุ์เยอรมัน เชฟเพิร์ด ที่อาจจะปรับสูตรสารเคมีที่ใช้ตรวจ หรือนำไปตรวจหาลักษณะที่ดี เพื่อใช้ในการเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ต่อไป

 ทั้งนี้ น.สพ.เอกชัยอยู่ระหว่างมองหาเอกชน ที่สนใจมารับถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำพัฒนาต่อในเชิงพาณิชย์ เพื่อเปิดโอกาสให้คลินิกสัตว์เล็กหรือโรงพยาบาลสัตว์ขนาดเล็กมีโอกาสได้ใช้ โดยจะเข้าร่วมจัดแสดงในงาน "วันหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ"  (Thai-BISPA Day) ในวันที่ 15 มกราคมนี้ ณ โรงแรมอโนมา กรุงเทพฯ

Tags : สุนัข ชุดตรวจแพ้ยา ไบโอเทค

advertisement

advertisement

advertisement