บริษัทเอกชนมองเห็นโอกาสธุรกิจใหม่ใช้งานวิจัยนำหน้า ปรับปรุงพันธุ์หญ้าหวานให้ได้ปริมาณสารสกัดใช้ทดแทนน้ำตาลปลอดแคลอรี
นางเครือวัลย์ สมณะ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูกาเวีย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวคิดปรับปรุงพันธุ์หญ้าหวานให้ได้พันธุ์ที่ทนทาน แข็งแรง และผลผลิตสูง เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ให้ความหวานทดแทนน้ำตาล ซึ่งยังมีคู่แข่งขันน้อยในตลาดต่างประเทศ
ก่อนหน้าหันมาจับตลาดสารสกัดหญ้าหวาน นางเครือวัลย์ทำธุรกิจค้าขายอุปกรณ์การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ภายใต้ชื่อ บริษัท เบคไทย กรุงเทพอุปกรณ์เคมีภัณฑ์ จำกัด และเห็นว่าหญ้าหวานเป็นพืชเศรษฐกิจที่นำเข้ามาปลูกในไทยมานานมากกว่า 50 ปีแล้ว แต่ขาดการบำรุงรักษาพันธุ์ทำให้ได้ปริมาณสารสกัดน้อยลง
จึงเริ่มหันมาศึกษาหญ้าหวานตั้งแต่ปี 2545 และสร้างแปลงทดลองพร้อมห้องวิจัยขนาดเล็กในปี 2550 โดยอาศัยสายพันธุ์ดั้งเดิมมาจากประเทศปารากวัย พร้อมกับสร้างอุตสาหกรรมต้นแบบในการผลิตและแปรรูปหญ้าหวานเป็นผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร
ทีมวิจัยประจำบริษัทได้ปรับปรุงพันธุ์ และพัฒนาวิธีการสกัดสารหวานให้ได้ปริมาณเพิ่มขึ้น จากเดิมหญ้าหวานแห้ง 100 กิโลกรัม สกัดได้สารหวานราว 700-800 กรัมเท่านั้น
กลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ให้ความหวานจากหญ้าหวาน เป็นโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ป่วยเบาหวาน รวมทั้งผู้ห่วงใยสุขภาพเนื่องจากสารหวานจากหญ้าหวานปราศจากแคลอรี และคอเลสเตอรอล
จากการประเมินต้นทุนธุรกิจ หญ้าหวานซึ่งปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นและมีแดดอ่อน มีราคาขายสำหรับหญ้าหวานสดกิโลกรัมละ 20-30 บาท หากตากแห้งแล้วจะเพิ่มมูลค่าได้ถึงกิโลกรัมละ 200-400 บาทโดยการปลูก 1 รอบสามารถให้ผลผลิตได้ต่อเนื่อง 4-5 ปี
การวิจัยและพัฒนาหญ้าหวาน หากทีมวิจัยทำสำเร็จ บริษัทมีแผนจะนำพันธุ์ที่พัฒนาได้กระจายให้เกษตรกรในชุมชนใกล้เคียงปลูก เพื่อขยายกำลังผลิต สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำสวนยางซึ่งมีสภาพแสงแดดรำไรเหมาะกับการปลูกหญ้าหวาน
เจ้าของธุรกิจใหม่มองว่า ตลาดผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติในไทยยังไปได้อีกไกล เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางตัวคู่แข่งยังมีน้อยหรือไม่มีเลยเนื่องจากประเทศไทยมีความหลากหลายด้านชีวภาพ โดยตัวหญ้าหวานในตลาดไทยยังไม่มีคู่แข่ง และสามารถส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นและอเมริกาที่มีความต้องการบริโภครองรับด้วย
