กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : นวัตกรรม

วันที่ 10 มกราคม 2553 04:00

แล็บนิติวิทยาศาสตร์สืบหลักฐานดิจิทัล

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

อาชญากรบนโลกอินเทอร์เน็ตหัวไวพอกัน แต่ไม่มีอาชญากรรมสมบูรณ์แบบที่ผู้กระทำผิดไม่ทิ้งร่องรอย แม้แต่บนโลกออนไลน์ที่ผู้กระทำผิดล่องหนก็ตาม

 ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ : DSI) กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คดีพิเศษที่ทางกรมรับผิดชอบส่วนมากต้องใช้พยานหลักฐานทางดิจิทัลมาเป็นตัวช่วยในการสืบสวน อาทิเช่น การปล่อยข่าวลือเพื่อปั่นหุ้น การหลอกให้ลงทุน หรือโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม เป็นต้น

 คดีอาชญากรรมบนโลกออนไลน์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี จนทำให้กระบวนการยุติธรรมยอมรับพยานหลักฐานทางดิจิทัลในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐานดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

 ความจำเป็นดังกล่าวเป็นผลให้เกิดการร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้ โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการสืบสวนการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล

 ความร่วมมือไตรภาคีครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง และกำหนดคุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางดิจิทัล และการสร้างห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล ซึ่งจะช่วยสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคนิค และเครื่องมือตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล

 ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการ หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เผยว่าห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลที่ตั้งขึ้นใหม่ เป็นหน่วยงานภายใต้หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลของเนคเทค เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคนิคและเครื่องมือตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลตามโจทย์ที่ได้รับจากดีเอสไอ

 ก่อนหน้านี้ เนคเทคและดีเอสไอมีความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาเพื่อตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลมาแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นความลับทางราชการ สำหรับห้องปฏิบัติการใหม่จะรองรับพยานหลักฐานดิจิทัลโดยตรง โดยเน้นการสร้างนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านพยานหลักฐานดิจิทัลในช่วงแรก ซึ่งก็คือ นักวิจัยของเนคเทคจัดคอร์สพิเศษ เพื่อให้เข้าใจโจทย์อาชญากรออนไลน์ในเชิงลึก

 ตัวอย่างผลงานที่เนคเทคพัฒนาให้กับการสืบสวนของดีเอสไอ คือ โปรแกรมจับเท็จแบบไม่สัมผัส ซึ่งนักวิจัยเนคเทคย้ำว่า เป็นเครื่องแรกของโลกที่สามารถตรวจและทราบผลได้ทันที

 ระบบดังกล่าวทำงานผ่านกล้องถ่ายภาพรังสีความร้อน ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของคลื่นความร้อน ด้วยหลักการถ่ายเทความร้อนควบคู่กับการติดตามบริเวณที่ต้องการบนใบหน้า โดยเมื่อมีอาการตื่นเต้นหรือกังวลจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เลือดไหลเวียนมากกว่าปกติ อุณหภูมิในเส้นเลือดสูง ส่งผลต่อบริเวณบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด อาทิเช่น แก้มแดง หน้าแดง ตาร้อน ในการตรวจสอบจะดูปฏิกิริยาหลังตอบชุดคำถามที่สร้างขึ้นโดยนักจิตวิทยาของดีเอสไอ

 "ปัจจุบัน ระบบจับเท็จดังกล่าวนำไปใช้แล้วกว่า 30 คดี โดยระดับความถูกต้องอยู่ที่ 84% เมื่อเทียบกับเครื่องจับเท็จที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล" ดร.ชัยชนะกล่าว

 อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าโปรแกรมจับเท็จแบบไม่สัมผัสเป็นเพียงตัวช่วย ซึ่งต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นๆ อาทิเช่น เจ้าหน้าที่สอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงร่วมด้วย

Tags : นิติวิทยาศาสตร์ ดิจิทัล ไซเบอร์

advertisement

advertisement

advertisement