เสื้อเกราะกันกระสุนต้นแบบ 100 ตัวผลงานนักวิจัยไทย ดีเทียบของนอก ราคาถูกกว่าเท่าตัว ใช้งานได้นานกว่า พร้อมส่งต่อทหารและตำรวจชายแดน
ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์ หัวหน้าโครงการวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุน ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวในระหว่างการประกาศความพร้อมส่งมอบเสื้อเกราะกันกระสุนต้นแบบ 100 ตัวว่า นวัตกรรมจากความร่วมมือของเอ็มเทคและมหาวิทยาลัยมหิดล โดยการสนับสนุนของกลุ่มปตท.โดยบริษัทพีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
เสื้อเกราะดังกล่าวที่ได้มาตรฐานสากล ในราคาที่ถูกกว่าของนำเข้าเกือบเท่าตัว ทั้งยังทนความชื้น แสงแดดดีกว่า ใช้งานได้นานกว่า
เสื้อเกราะกันกระสุนชนิดแข็ง ผลิตขึ้นโดยนำเซรามิกส์ พลาสติกและโลหะ ที่มีความแข็งแรงสูงมาผลิตเป็นแผ่นกันกระสุน ที่ประกอบด้วยแผ่นกระจายแรงจากเซรามิกส์และโลหะ ผลงานของเอ็มเทค ในขณะที่แผ่นดูดซับแรงเป็นผลงานของรศ.ดร.ทวีชัย อมรศักดิ์ชัย จากมหิดลที่วิจัยพัฒนาเส้นใยสมบัติเชิงกลสูงเสริมแรงโพลิเอทิลีนมาขึ้นรูปเป็นแผ่นโพลีเมอร์ HDPE คอมโพสิทที่มีความแข็งแรงสูง
แผ่นกระจายแรงที่อยู่ด้านนอกจะทำหน้าที่ทำลายหัวกระสุน ด้วยคุณสมบัติของเซรามิกส์ที่เบาและแข็ง ทำให้หัวกระสุนที่ปะทะด้วยความเร็วสูงแตกออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ และกระจายแรงปะทะออกไป ส่วนแผ่นดูดซับแรงโพลิเมอร์คอมโพสิทที่อยู่ด้านในจะทำหน้าที่ลดแรงกระแทกที่เหลือ
รศ.ดร.ทวีชัย อมรศักดิ์ชัย หัวหน้าโครงการวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า เกราะแผ่นสอดที่ถูกออกแบบให้เป็นแผ่นโค้งเข้ากับสรีระของคนไทยมีขนาด 10.5x12 นิ้ว ความหนาเฉลี่ย 4 ซม. น้ำหนักเฉลี่ย 4 กิโลกรัมต่อแผ่น เมื่อนำไปประกอบเป็นเสื้อเกราะกันกระสุนจะมีน้ำหนัก 9.6 กิโลกรัม
”ที่สำคัญ เสื้อเกราะกันกระสุนที่พัฒนาขึ้น ผ่านการทดสอบคุณภาพจากกองพลาธิการและสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วว่า มีประสิทธิภาพการป้องกันภัยเกราะบุคคลในระดับ 3 ตามมาตรฐาน NIJ (National of Justice) Standard 0101.03 และ NIJ Standard 0101.04 (เฉพาะส่วนที่อ้างถึงในคุณลักษณะเฉพาะ) ของสหรัฐ นั่นคือ สามารถป้องกันกระสุนปืน 7.62 ม.ม. ที่ความเร็ว 847 เมตรต่อวินาที เช่น ปืนเอ็ม-16 ปืนไรเฟิล ปืนอาก้า และปืนกลอาก้า” รศ.ดร.ทวีชัยให้ข้อมูล
นาวาโทปฏิญา นิลศิลา นายทหารยุทธการ กองเรือลำน้ำ กล่าวว่า ประสิทธิภาพการป้องกันระดับ 3 ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้มีการใช้ปืนอาก้า ซึ่งเสื้อเกราะนี้สามารถที่จะป้องกันได้ อีกทั้งเสื้อเกราะที่ใช้กันอยู่ปัจจุบัน เป็นเสื้อเกราะที่มีประสิทธิภาพการป้องกันระดับ 3 เช่นกัน
เสื้อเกราะกันกระสุนต้นแบบ 100 ตัวจะถูกส่งให้กับกลุ่มปตท.โดยบริษัทพีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เพื่อนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารใช้ป้องกันตัวขณะปฏิบัติในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 3 หน่วยงานคือ หน่วยงานทหารบก จำนวน 30 ชุด หน่วยงานทหารเรือ จำนวน 40 ชุด และหน่วยงานตำรวจ จำนวน 30 ชุด
“เราเตรียมยังต่อยอดพัฒนาเสื้อเกราะรุ่นใหม่ให้มีน้ำหนักเบาลง 20-30% และแข็งแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่า ในช่วงต้นปี 2553 จะมีผลเบื้องต้นออกมา ในขณะเดียวกัน ทีมวิจัยของเอ็มเทคอีกทีมก็มีแผนที่จะพัฒนาหมวกกันกระสุน” ดร.กุลจิรากล่าวถึงการต่อยอดวิจัย ซึ่งรศ.ดร.ทวีชัย ก็เดินหน้าเช่นกัน โดยจะวิจัยพัฒนาเส้นใยที่มีความแข็งแรงขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อเพิ่มศักยภาพให้เสื้อเกราะ
สำหรับเทคโนโลยีเสื้อเกราะกันกระสุนนี้ นักวิจัยมีแผนที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้กับบริษัทเอกชนเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป
Tags : เกราะกันกระสุน • เอ็มเทค • มหิดล • ปตท.
